เลือกตั้งญี่ปุ่น 2569 ประชาชนเดินทางฝ่าหิมะไปใช้สิทธิลงคะแนนเสียง ท่ามกลางสภาพอากาศหนาวและบางพื้นที่เสี่ยงเกิดหิมะถล่ม
วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 สำนักข่าวบีบีซี รายงานว่า
ประชาชนชาวญี่ปุ่นทั่วประเทศพากันเดินทางฝ่าหิมะท่ามกลางสภาพอากาศหนาวเย็น
เพื่อไปใช้สิทธิลงคะแนนเสียงในการเลือกตั้งสภาผู้แทนราษฎร
ซึ่งเป็นการเลือกตั้งก่อนกำหนด ภายหลังจาก นายกรัฐมนตรีซานาเอะ ทาคาอิจิ
ที่เพิ่งเข้ารับตำแหน่งจากมติของรัฐสภา ได้ประกาศยุบสภาโดยเร็ว
พร้อมจัดการเลือกตั้งเพื่อขอฉันทามติจากประชาชน
ทาคาอิจิ วัย 64 ปี
นายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของญี่ปุ่น เข้ารับตำแหน่งเมื่อเดือนตุลาคม 2568
หลังจากได้รับเลือกเป็นหัวหน้าพรรคเสรีประชาธิปไตย (LDP)
ซึ่งเธอได้ให้คำมั่นว่าจะ “ทำงาน ทำงาน ทำงาน”
และบุคลิกส่วนตัวของเธอที่ดูทั้งสนุกสนานและเข้มแข็ง
ทำให้เธอได้รับความนิยมจากผู้มีสิทธิเลือกตั้งรุ่นใหม่ จนได้ฉายาว่า
“สตรีเหล็กแห่งญี่ปุ่น”
แม้ว่าความนิยมส่วนตัวของทาคาอิจิอาจช่วยเพิ่มคะแนนเสียงของพรรค
LDP ในการเลือกตั้งครั้งนี้ได้
แต่หิมะอาจส่งผลกระทบต่อจำนวนผู้มาใช้สิทธิ์เลือกตั้ง รายงานระบุว่า
จำนวนผู้มาใช้สิทธิ์เลือกตั้งล่วงหน้าของญี่ปุ่นในครั้งนี้มีประมาณ 4.6
ล้านคน ซึ่งลดลงจากการเลือกตั้งปี 2567 คิดเป็นร้อยละ 2.5
โดยมีสาเหตุมาจากสภาพอากาศ อย่างไรก็ดีทาคาอิจิ
มั่นใจว่าจะสามารถคว้าชัยชนะมาได้ถล่มทลาย
โดยเธอกล่าวว่าเธอจะลาออกจากตำแหน่งหากพรรค LDP
ไม่สามารถชนะเสียงข้างมากได้
ภาพจาก YUICHI YAMAZAKI / AFP
การเลือกตั้งครั้งนี้
นับเป็นการเลือกตั้งกลางฤดูหนาวครั้งแรกในรอบ 36 ปีของญี่ปุ่น
ซึ่งโดยปกติแล้วจะจัดการเลือกตั้งในช่วงที่อากาศอบอุ่น
โดยในบางพื้นที่มีหิมะตกหนักเป็นประวัติการณ์ กรมอุตุนิยมวิทยาคาดว่า
จะมีหิมะตกสูงถึง 70 เซนติเมตร ในภาคเหนือและภาคตะวันออก
ประชาชนบางส่วนจำเป็นจะต้องฝ่าพายุหิมะเพื่อไปใช้สิทธิ
ทางการได้มีคำเตือนให้ระมัดระวังในการเดินทาง และอาจเกิดหิมะถล่ม
การเลือกตั้งของญี่ปุ่นครั้งนี้
ประชาชนผู้มีสิทธิจะเลือกสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในเขตเลือกตั้งแบบที่นั่งเดียว
289 เขต
ส่วนที่เหลือจะตัดสินโดยระบบสัดส่วนตามจำนวนที่นั่งของพรรคการเมือง
และการลงคะแนนจะสิ้นสุดลงเวลา 20.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น
โพลสำรวจแสดงให้เห็นว่า
พรรคเสรีประชาธิปไตย (LDP) ของทาคาอิจิ เมื่อจับมือกับพรรคนวัตกรรมญี่ปุ่น
(Japanese Innovation Party) หรือที่รู้จักกันในชื่อ อิชิน (Ishin)
ซึ่งเป็นพรรคแนวร่วมประชานิยม อาจทำให้สามารถคว้าที่นั่งได้มากถึง 300
ที่นั่ง จากทั้งหมด 465 ที่นั่งในสภาผู้แทนราษฎร
ภาพจาก KAZUHIRO NOGI / AFP
