เรืองไกร ร้อง ป.ป.ช. ตรวจสอบบัญชี 6 สว. โหวตให้ พิธา ชี้สงสัยเข้าข่ายตามพรป. ป.ป.ช. 2561 มาตรา 114 วรรคหนึ่ง จี้เช็กจ่ายภาษีตามรายได้ถูกต้องหรือไม่
วันที่ 23 กรกฎาคม 2566 เฟซบุ๊ก สรยุทธ สุทัศนะจินดา กรรมกรข่าว รายงานว่า นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ อดีตสมาชิกวุฒิสภา เปิดเผยว่า จากการย้อนไปตรวจสอบบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินของ สว. ที่ยื่นไว้ตั้งแต่ 24 พฤษภาคม 2562 พบว่ามี 6 คนที่ควรขอให้ ป.ป.ช. ตรวจสอบ ว่าบัญชีที่ยื่นไว้เข้าข่ายตามความใน พรป. ป.ป.ช. 2561 มาตรา 114 วรรคหนึ่ง หรือไม่ และมีการนำรายได้ที่แจ้งหรือไม่ได้แจ้งต่อ ป.ป.ช. ไปชำระภาษีให้แก่กรมสรรพากรโดยถูกต้องหรือไม่
โดยในวันนี้ตนได้ส่งหนังสือถึง ป.ป.ช. แล้ว ผ่านทาง EMS ซึ่งทั้ง 6 คนดังกล่าว มีข้อเท็จจริงที่ขอให้ ป.ป.ช. ตรวจสอบ ดังนี้
1. นายไกรสิทธิ์ ตันติศิรินทร์ ยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สิน กรณีเข้ารับตำแหน่ง สว. เมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม 2562 ซึ่งในส่วนของคู่สมรสแจ้งว่า มีรายได้ค่าเช่าอาคาร 300,000 บาทต่อปี โดยในบัญชีโรงเรือน มีรายการเดียวที่แจ้งเป็นของคู่สมรส คือ คอนโดมิเนียม ขนาด 50 ตารางเมตร มูลค่า 3,000,000 บาท
กรณีดังกล่าว จึงขอให้ ป.ป.ช. ตรวจสอบว่า รายได้ค่าเช่าอาคาร 300,000 บาทต่อปี มาจากคอนโดมิเนียม ขนาด 50 ตารางเมตร หรือไม่ และรายได้ค่าเช่าอาคารดังกล่าว มีการเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา หรือไม่
2. นายซากีย์ พิทักษ์คุมพล ยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สิน กรณีเข้ารับตำแหน่ง สว. เมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม 2562 ซึ่งในส่วนของตนเองมีรายได้ค่าเช่าช่วงต่อ 240,000 บาทต่อปี และส่วนของคู่สมรสแจ้งว่า มีรายได้จากการเปิดคลินิค 500,000 บาทต่อปี โดยไม่มีการแสดงรายจ่ายค่าเช่าไว้ และของคู่สมรสไม่พบการแจ้งรายการอุปกรณ์ที่ใช้ในการประกอบคลินิค ไว้ในรายการทรัพย์สินอื่น
กรณีดังกล่าว จึงขอให้ ป.ป.ช. ตรวจสอบว่า ทรัพย์สินที่เช่า คืออะไร รายจ่ายค่าเช่า ควรมีหรือไม่ และสถานที่และอุปกรณ์ที่ใช้ในการประกอบคลินิค ควรมีหรือไม่ และรายได้ค่าเช่าช่วงต่อ กับ รายได้จากการเปิดคลีนิค ดังกล่าว มีการเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา หรือไม่
3. พล.ต.ท. จิตติ รอดบางยาง ยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สิน กรณีเข้ารับตำแหน่ง สว. เมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม 2562 ซึ่งในส่วนของตนเองแจ้งว่า มีรายได้เงินประจำตำแหน่ง 854,760 บาทต่อปี เงินเพิ่ม 507,960 บาทต่อปี บวกแล้วได้ 1,362,720 บาท แต่แจ้งรายได้รวม 1,425,600 บาทต่อปี จึงมีผลต่างในส่วนรายได้ที่แตกต่างกัน 62,880 บาทต่อปี
และในส่วนของคู่สมรสแจ้งว่า มีรายได้เงินประจำตำแหน่ง 450,000 บาทต่อปี แต่แจ้งรายได้รวม 2,250,000 บาทต่อปี จึงมีผลต่างในส่วนรายได้ 1,600,000 บาท
กรณีดังกล่าว จึงขอให้ ป.ป.ช. ตรวจสอบว่า ผลต่างของรายได้ 62,880 บาท และ 1,600,000 บาท คืออะไร นอกจากนี้ ขอให้ตรวจสอบรายการหนี้สินอื่นของคู่สมรสที่แจ้งไว้ 2 รายการ รวม 35,000,000 บาท มีดอกเบี้ยจ่าย หรือไม่ และมีการแจ้งรายจ่ายค่าดอกเบี้ย หรือไม่
4. นายพิศาล มาณวพัฒน์
ยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สิน กรณีเข้ารับตำแหน่ง สว. เมื่อวันที่ 24
พฤษภาคม 2562 ซึ่งแจ้งว่า มีรายได้ ส.ว. 1,362,720 บาทต่อปี และรายได้บำนาญ
612,867.60 บาทต่อปี โดยไม่ได้แจ้งรายจ่ายไว้แต่อย่างใด
กรณีดังกล่าว จึงขอให้ ป.ป.ช. ตรวจสอบว่า มีรายจ่ายใดที่ควรแจ้งให้ ป.ป.ช.
ทราบหรือไม่ หากไม่มีรายจ่ายเลย มีใครออกค่าใช้จ่ายในแต่ละปีให้ หรือไม่
จำนวนเท่าใด
5. นายวุฒิพันธุ์ วิชัยรัตน์ ยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สิน กรณีเข้ารับตำแหน่ง สว. เมื่อวันที่ 24
พฤษภาคม 2562 แจ้งว่ามีรายได้ สว. 1,495,641.72 บาทต่อปี และรายได้บำนาญ
578,193.60 บาทต่อปี โดยแจ้งว่ามีคู่สมรส
แต่กลับไม่แจ้งรายได้และรายจ่ายของคู่สมรสไว้เลย
กรณีดังกล่าว จึงขอให้ ป.ป.ช. ตรวจสอบว่า คู่สมรส มีรายได้และรายจ่ายใดที่ควรแจ้งให้ ป.ป.ช. ทราบหรือไม่
6. นางประภาศรี สุฉันทบุตร ยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สิน กรณีเข้ารับตำแหน่ง สว. เมื่อวันที่ 24
พฤษภาคม 2562 ซึ่งแจ้งว่า มีรายได้ประจำเป็นเงินเดือนจาก
บจก.โรงพยาบาลมุกดาหาร 3,600,000 บาทต่อปี รายได้ค่าเช่าที่ดิน ต.สำราญ
อ.เมือง จ.มุกดาหาร 480,000 บาทต่อปี และรายได้จากเงินปันผลจากกิจการ
8,422,579 บาทต่อปี รวมรายได้ 12,502,579 บาทต่อปี
แต่ทำไมกลับไม่มีการแจ้งรายได้จากตำแหน่ง สว. ไว้ และในส่วนของรายจ่าย
แจ้งค่าใช้จ่ายทางภาษี 678,500 บาท
กรณีดังกล่าว
จึงขอให้ ป.ป.ช. ตรวจสอบว่า แจ้งค่าใช้จ่ายทางภาษี 678,500 บาท
สอดคล้องกับรายได้หรือไม่ เพราะรายการเงินปันผลจากกิจการ ถ้าถูกหักภาษี ณ
ที่จ่ายร้อยละสิบตามประมวลรัษฎากร น่าจะเท่ากับ 842,257.90 บาท
ซึ่งค่าใช้จ่ายทางภาษีที่แจ้งไว้ จะครบถ้วน หรือไม่
นอกจากนี้ ในรายการสิทธิและสัมปทาน ซึ่งมีแจ้งไว้ 2 รายการ คือ
สิทธิการเช่าที่ดินราชพัสดุของตนเอง รวม 63,580,000 บาท
และสิทธิการเช่าที่ดินราชพัสดุของคู่สมรส รวม 30,505,000 บาท
ซึ่งสิทธิการเช่าที่ดินราชพัสดุของตนเอง ในหน้าบัญชีรวมกลับแจ้งไว้รวม
67,321,600 บาท เกิดผลต่าง 3,741,600 บาท
กรณีดังกล่าว
จึงขอให้ ป.ป.ช. ตรวจสอบว่า การแจ้งรายการสิทธิการเช่าที่ดินราชพัสดุ
ถูกต้องครบถ้วน หรือไม่ หรือมีการปกปิดข้อเท็จจริงที่ควรแจ้งให้ทราบ
หรือไม่
ขอบคุณข้อมูลจาก เฟซบุ๊ก สรยุทธ สุทัศนะจินดา กรรมกรข่าว
