สลดหลังวันแม่ เมียเกาะประตูรถผัว ขอตามไปส่งลูก แต่ผัวไม่ยอม ขับรถลากก่อนกระชากจนมือหลุด ล้อหลังทับร่างดับกลางทาง ช็อกหลังก่อเหตุ ยังวนมาดูซ้ำว่าตาย
เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบศพของหญิงอายุ 40 ปี ทราบชื่อคือ น.ส.สุพัตรา ทองดวง อยู่ในสภาพนอนคว่ำหน้ากลางถนน กะโหลกศีรษะแตก มีบาดแผลถลอกที่ข้อเท้าทั้ง 2 ข้าง และรอยล้อยางที่ใบหน้าด้านขวา และตามเสื้อบริเวณลำตัว
วงจรปิดจับภาพชัด ผัวกระชากรถจนเมียตก ก่อนทับดับ
จากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดในหมู่บ้าน พบว่าช่วงเวลา 04.58 น. มีชายคนหนึ่งเดินออกมาจากบ้านพัก และมีบุตรชายเดินตามมาขึ้นรถกระบะที่จอดไว้หน้าบ้าน จากนั้นไม่กี่วินาทีต่อมา ผู้ตายซึ่งเป็นภรรยาได้เดินตามออกมาจากบ้านเพื่อจะขึ้นรถกระบะของสามี
ขณะที่กล้องวงจรปิดอีกมุมบันทึกภาพ พบว่าในเวลาไล่เลี่ยกันผู้ตายเกาะประตูฝั่งซ้ายติดไปกับรถ ในตอนที่รถขับออกไปจากหมู่บ้าน และมีกล้องอีกมุมที่หน้าหมู่บ้าน จับภาพได้ตอนที่รถขับพุ่งออกสู่ถนนในลักษณะกระชากออกตัว ทำให้ผู้ตายที่เกาะประตูรถอยู่ หลุดออกจากตัวรถ ก่อนจะถูกล้อหลังของรถทับอย่างจัง นอนแน่นิ่งกลางถนน
รปภ. ช็อกเกิดเหตุต่อหน้า – หลังก่อเหตุผัวยังวกมาดูศพ
จากการสอบถาม รปภ.ของหมู่บ้าน เล่าว่าคู่สามีภรรยาไม่ได้มีปากเสียงกัน แต่สังเกตเห็นว่าฝ่ายภรรยา พยายามจะขึ้นรถกระบะของสามี แต่ขึ้นไม่ได้ และทางสามีขับรถออกมาเลยจนทำให้ภรรยาที่เกาะประตูรถอยู่ถูกลากติดมากับรถด้วย จนเมื่อพ้นป้อมยามสามีก็เร่งเครื่องกระชากรถออกไป ตอนนั้นตนได้ยินเสียงดังคล้ายรถเหยียบอะไรบางอย่าง เมื่อหันไปดูก็พบฝ่ายภรรยานอนแน่นิ่งอยู่กลางถนน ตนจึงรีบวิ่งไปดูและแจ้งเจ้าหน้าที่
ทั้งนี้ พบว่าหลังเกิดเหตุไม่นานฝ่ายสามียังขับรถปิดไฟหน้า วนกลับมาชะลอรถดูร่างของภรรยา จนมั่นใจว่าเสียชีวิตแล้วจึงเร่งเครื่องยนต์หลบหนีไป ทางถนนบางนา-ตราด
ลูกใจสลาย เพิ่งได้อยู่กับแม่พร้อมหน้า เล่าเหตุแม่น้อยใจ
ขณะที่บุตรสาวคนกลาง วัย 16 ปี กล่าวทั้งน้ำตา เผยว่าที่ผ่านมาตนกับลูกคนอื่น ๆ ของแม่จะอยู่คนละที่ และเพิ่งจะกลับมาร่วมกันเพื่อไปเที่ยวพักผ่อนในวันแม่ สำหรับแม่และพ่อเลี้ยงอยู่กินกันมาหลายปีแล้ว ต่างฝ่ายต่างมีลูกติด ที่ผ่านมาก็ไม่เคยมีเรื่องขัดแย้งอะไรกัน จนกระทั่งน้องที่เป็นลูกติดของพ่อเลี้ยง บ่นหาแม่แท้ ๆ ในวันแม่ ทำให้แม่ของตนเกิดความน้อยใจ บ่นกับพ่อเลี้ยงว่าทำไมไม่สอนลูก ทั้งที่ตัวเองดูแลอย่างดีราวกับแม่แท้ ๆ
หลังมีเรื่องน้อยใจกันทั้งคู่ก็แยกย้ายเข้านอน ไม่ได้มีปากเสียงอะไร จนรุ่งเช้าทราบว่าพ่อเลี้ยงจะไปส่งน้องชาย แม่เป็นห่วงจึงขอติดรถไปด้วย แต่พ่อเลี้ยงไม่ยอมให้ไป แม่จึงเกาะรถพ่อเลี้ยงไปจนเกิดเรื่องดังกล่าว
ด้านลูกสาวคนโตของผู้ตาย ซึ่งรับราชการทหารอากาศ ได้พยายามติดต่อพ่อเลี้ยงเพื่อสอบถามสาเหตุ โดยพ่อเลี้ยงอ้างว่าไม่ได้ตั้งใจให้เกิดเหตุการณ์นี้ และเอ่ยปากขอโทษกับสิ่งที่เกิดขึ้น ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางเสาธง ผู้ระหว่างติดตามตัวสามีของผู้ตายมาสอบปากคำ โดยมีการรวบรวมพยานหลักฐานจากกล้องวงจรปิด และเก็บหลักฐานในที่เกิดเหตุ ส่วนการตั้งข้อหาจะต้องรอการสอบปากคำฝ่ายสามีและพยานแวดล้อมอีกครั้ง
ผัวเข้ามอบตัว อ้างไม่ได้ตั้งใจ หนีไปเพราะจะตั้งสติ
ล่าสุด ข่าวช่องวัน รายงานว่า นายสุทธิพงศ์ เพชรคงทอง อายุ 37 ปี สามีของผู้ตาย ได้นำรถกระบะคันที่ก่อเหตุเข้ามอบตัวกับทางตำรวจ สภ.บางเสาธง แล้ว โดยนายสุทธิพงศ์บอกกับนักข่าวสั้น ๆ ยอมรับว่าเป็นผู้ขับรถคันดังกล่าว แต่ไม่ทราบว่าเหยียบภรรยาจนเสียชีวิต จึงขับรถออกไป ที่วกรถกลับมาดูเพราะลูกสาวโทร. มาบอก เมื่อตนขับมาเห็นว่าภรรยาเสียชีวิตแล้วก็ทำอะไรไม่ถูก จึงขับรถออกไปตั้งสติก่อนจะเข้ามอบตัว ยืนยันไม่ได้มีเจตนาฆ่าหรือทำร้ายภรรยา
ตำรวจรับผิดทำงานช้า ทิ้งศพไว้หลาย ชม.
ขณะที่ พ.ต.อ. นิรันดร ฟักสุบัน ผกก. สภ .บางเสาธง เผยกับผู้สื่อข่าวว่า เบื้องต้นทางพนักงานสอบสวนได้ทำการสอบปากคำผู้ก่อเหตุ และแจ้งข้อกล่าวหาไว้เบื้องต้นคือ ขับรถโดยประมาทเป็นเหตุทำให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ส่วนข้อหาอื่นที่เกี่ยวข้องอยู่ในขั้นตอนการสอบสวน หากพบความผิดอื่นที่ร่วมด้วยก็จะพิจารณาแจ้งขอกล่าวหาเพิ่มเติมภายหลัง ส่วนประเด็นที่พนักงานสอบสวนไปถึงที่เกิดเหตุล่าช้า ยอมรับว่าเป็นความผิดพลาดของตำรวจทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ตั้งแต่การรับแจ้งเหตุจนไปถึงการเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุและประสานผู้เกี่ยวข้อง
อนึ่ง ตนได้สั่งให้ตำรวจผู้เกี่ยวข้องรวมถึงพนักงานสอบสวนทำหนังสือชี้แจงมาแล้ว และอยู่ในระหว่างดำเนินการตามระเบียบที่วางไว้ ทั้งนี้ ต้องขอโทษไปยังครอบครัวและขอแสดงความเสียใจ รวมถึงขอโทษสังคมกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นด้วย
ขอบคุณข้อมูลจาก เฟซบุ๊ก โหนกระแส , ข่าวช่องวัน, ข่าวช่อง 3
