In Thailand

เมียหลวงช้ำรัก ! ถูกสามีฮุบกิจการที่สร้างธุรกิจมาด้วยกัน 10 ปี แถมเปิดตัวเมียใหม่

เมียหลวงช้ำรัก ! ถูกสามีฮุบกิจการที่สร้างธุรกิจมาด้วยกัน 10 ปี แถมเปิดตัวเมียใหม่
Written by Thailand News


           ชีวิตรัก 10 ปีพังทลาย เมื่อหญิงรายหนึ่งออกมาเปิดใจ ถูกสามีนอกใจ ฮุบกิจการ และโอนหุ้นโดยไม่รู้ตัว ก่อนเปิดตัวเมียใหม่อย่างเปิดเผย แถมโพสต์เยาะเย้ย 



เมียหลวงแฉถูกสามีฮุบกิจการ เปิดตัวเมียใหม่

           กรณี “คุณพลอย” อายุ 49 ปี ขอความเป็นธรรม ถูกสามีที่อยู่กินด้วยกันมาเป็นสิบปีนอกใจและหักหลังทางธุรกิจ ทั้งที่เริ่มต้นสร้างเนื้อสร้างตัวมาจากศูนย์ด้วยกันจนกิจการรุ่งเรือง แต่เพราะความไว้ใจ ไม่ได้จดทะเบียนสมรส ยกทรัพย์สินทุกอย่างให้เป็นชื่อของสามี สุดท้ายไม่เหลืออะไร แม้แต่หุ้นบริษัท จุดแตกหักคือสามีอัปไซซ์น้องชาย ก่อนไปมีผู้หญิงรายใหม่ จดทะเบียนสมรสกัน เจ็บใจที่สุดถูกอีกฝ่ายโพสต์เยาะเย้ยไม่จบไม่สิ้น  

           

           รายการโหนกระแส วันที่ 28 เมษายน 2569 ดำเนินรายการโดย หมวย อริสรา ดำเนินรายการแทน หนุ่ม กรรชัย กำเนิดพลอย ผลิตในนามบริษัท ดีคืนดีวัน จำกัด ออกอากาศทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 12.35 น. ทางช่อง 3 กดหมายเลข 33 สัมภาษณ์ พลอย ผู้เสียหาย, ทนายพัฒน์ อนุสรณ์ อะสุระพงษ์ เนื้อหาสรุปได้ดังนี้ 

เมียหลวงแฉถูกสามีฮุบกิจการ เปิดตัวเมียใหม่

จุดเริ่มต้น สร้างตัวจากศูนย์

           

           พลอยรู้จักกับอดีตสามีผ่านเพื่อนแนะนำ ก่อนตัดสินใจอยู่กินด้วยกันตั้งแต่ปี 2554 โดยย้ายจากเพชรบุรีมาอยู่กรุงเทพฯ ช่วงหลังน้ำท่วม สามีมีร้านทำท่อไอเสียรถมอเตอร์ไซค์อยู่ก่อนแล้ว แต่เป็นกิจการเล็ก ๆ ไม่ทันสมัย

เมียหลวงแฉถูกสามีฮุบกิจการ เปิดตัวเมียใหม่

           

           ทั้งสองช่วยกันพัฒนากิจการจนเติบโต มีลูกค้าต่างประเทศจากมาเลเซีย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ และเวียดนาม พลอยรับหน้าที่ซื้อของ ส่งของ ประสานงานลูกค้า ขณะที่สามีดูแลงานในโรงงาน แม้ขาหักใส่เฝือกก็ยังต้องออกไปซื้อของและแพ็กสินค้า

           

           ปี 2559 มีพิธีแต่งงานตามประเพณีพร้อมกับการทำบุญบ้าน แต่ ไม่มีการจดทะเบียนสมรส โดยสามีไม่ยินยอมจด ทั้งคู่มีลูกด้วยกัน 1 คนตั้งแต่ปี 2556

เมียหลวงแฉถูกสามีฮุบกิจการ เปิดตัวเมียใหม่

ความไว้ใจที่แลกมาด้วยการสูญเสียทุกอย่าง

           

           ด้วยความไว้วางใจและความจงรักภักดี พลอย ยกทรัพย์สินทุกอย่างให้อยู่ในชื่อของสามีทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็น บ้านและตึก ที่ย่านดอนเมือง, รถยนต์ ทุกคัน ทั้งฟอร์ด รถตู้ และอื่น ๆ, เงินออม และบัญชีธนาคาร รวมถึงที่ดินที่เพชรบุรี

เมียหลวงแฉถูกสามีฮุบกิจการ เปิดตัวเมียใหม่

           

           พลอยยอมรับตรง ๆ ว่า “เราโง่ตรงนี้” เพราะเชื่อใจและคิดว่าทั้งคู่มีลูกด้วยกันแล้ว คงไม่มีปัญหา ตลอดระยะเวลาที่อยู่กินกัน พลอยไม่มีบัญชีธนาคารเป็นของตัวเอง ไม่มีเงินเดือน ไม่มีเงินปันผล ต้องการอะไรต้องขอจากสามีทุกครั้ง

           ปี 2562 เมื่อกิจการเติบโตพอที่จะจดทะเบียนบริษัท จึงตกลงกันให้ถือหุ้นคนละ สามี 50% พลอย 49% น้องชายพลอย 1% โดยทั้งสองเป็นกรรมการผู้มีอำนาจร่วมกัน

จุดแตกหัก สามีขอมีเมียเพิ่ม

           

           วันที่ 28 มีนาคม 2565 คือจุดเปลี่ยนที่ทุกอย่างพังทลาย สามีนอนบนเตียงด้วยกันแล้วพูดตรง ๆ ว่า ขอมีเมียอีกหนึ่งคนและมีบ้านอีกหนึ่งหลัง ซึ่งก่อนหน้านั้น พลอยสังเกตเห็นพฤติกรรมผิดปกติหลายอย่าง เช่น ฉีดน้ำหอม แต่งกายดีขึ้น ล็อกรหัสโทรศัพท์ ไม่รับโทรศัพท์ระหว่างวัน และอีกหนึ่งสัญญาณที่พลอยเผยว่าผิดสังเกต คือ สามีขอเพิ่มขนาดอวัยวะเพศ โดยพลอยยินยอมและเป็นคนพาไปทำเอง ก่อนที่ไม่นานหลังจากนั้น สามีจะประกาศขอมีเมียใหม่

เมียหลวงแฉถูกสามีฮุบกิจการ เปิดตัวเมียใหม่

           

           หลังจากนั้น พฤติกรรมสามีเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง แยกห้องนอน ไล่พลอยออกจากโรงงาน ไม่ยอมคุย และยังทำร้ายร่างกายพลอยถึง 3 ครั้ง ครั้งสุดท้ายต้องเย็บถึง 6 เข็ม โดยสามีไปยืนยันกับแพทย์ที่โรงพยาบาลว่าพลอยหกล้มในห้องน้ำเอง

เมียหลวงแฉถูกสามีฮุบกิจการ เปิดตัวเมียใหม่

ยักยอกหุ้น บทพิสูจน์การหักหลัง

           

           สิ่งที่ทำให้พลอยเจ็บปวดไม่แพ้กัน คือการที่รู้ภายหลังว่า หุ้น 49% ของตัวเองถูกโอนออกไปโดยไม่รู้เรื่อง โดยตกไปอยู่ในมือพี่สาวของสามี รวมถึง 1% ของน้องชายพลอยก็ถูกโอนออกไปเช่นกัน ปัจจุบันบริษัทมีผู้ถือหุ้นเพียง 2 คน คือพี่น้องฝ่ายสามี

           

           พลอยไม่ได้รับแจ้ง ไม่มีการประชุมบริษัท และไม่ได้ลงลายเซ็นยินยอมใดๆ โดยบัญชีของบริษัทแจ้งว่า ฝ่ายชายอ้างว่าพลอยเป็นหนี้นอกระบบและเป็นบุคคลอันตรายต่อบริษัท ซึ่งพลอยยืนยันว่าไม่เป็นความจริง

           

           ทนายพัฒน์ อนุสรณ์ อะสุระพงษ์ ให้ความเห็นว่า การโอนหุ้นโดยที่เจ้าของไม่ยินยอม มีความผิดฐาน ยักยอกทรัพย์ และหากมีการปลอมลายเซ็น ยังมีความผิดฐาน ปลอมเอกสาร ซึ่งเป็นโทษทางอาญา

เมียหลวงแฉถูกสามีฮุบกิจการ เปิดตัวเมียใหม่

           

           คดีนี้ขึ้นสู่ศาลแล้ว และสามียอมรับสารภาพ ถูกปรับ 150,000 บาท แต่กลับนำผลคดีไปโพสต์บนโซเชียลว่าตัวเองชนะ ทั้งที่ความจริงคือการรับสารภาพ ไม่ใช่การยกฟ้อง

โพสต์เยาะเย้ย บาดแผลที่ไม่มีวันหาย

           

           นอกจากคดีความแล้ว สิ่งที่พลอยบอกว่าเจ็บปวดที่สุด คือการที่สามีและหญิงคนใหม่โพสต์เนื้อหาเยาะเย้ยบนโซเชียลมีเดียอย่างต่อเนื่อง เช่น

           

           – โพสต์รูปในโรงงานและออฟฟิศที่พลอยสร้างมากับมือ

           

           – โพสต์ไปดูบ้านโดยนั่งรถตู้ของกิจการที่สร้างร่วมกัน

           

           – โพสต์ข้อความด่าทอรุนแรงโดยไม่ระบุชื่อ เช่น “สันดานต่ำ หน้าด้าน ต่ำตม ไร้ค่า

           

           – ทนายสามียังโพสต์ข้อความพาดพิงหลังคดีในศาล

           

           พลอยระบุว่าทุกโพสต์ทำให้เธอเจ็บปวดมาก เพราะรู้ดีว่ากำลังพูดถึงตน แม้จะไม่ระบุชื่อตรง ๆ ก็ตาม

เมียหลวงแฉถูกสามีฮุบกิจการ เปิดตัวเมียใหม่

เมียหลวงแฉถูกสามีฮุบกิจการ เปิดตัวเมียใหม่

สถานะปัจจุบันและสิทธิ์ทางกฎหมาย

           

           ทนายพัฒน์อธิบายว่า เนื่องจากไม่มีการจดทะเบียนสมรส พลอยอยู่ในสถานะที่เสียเปรียบทางกฎหมาย เพราะต้องแบกรับภาระในการ พิสูจน์ว่าทรัพย์สินทั้งหมดเป็นกรรมสิทธิ์รวม ซึ่งต่างจากกรณีที่มีทะเบียนสมรส ที่ศาลจะสันนิษฐานไว้ก่อนว่าทรัพย์สินที่ได้มาระหว่างอยู่กินกันเป็นสินสมรสของทั้งคู่

           

           ปัจจุบันพลอยยังคงอาศัยอยู่ในบ้านที่ดอนเมือง แม้สามีจะพยายามไล่ออก แต่ยืนยันว่าจะไม่ยอมออกจนกว่าจะได้ส่วนแบ่งที่เป็นธรรม และยังเตรียมยื่นฟ้องอีก 2 คดี ได้แก่ คดีแบ่งกรรมสิทธิ์รวม และ คดีปลอมแปลงเอกสาร รวมถึงอาจมีคดีทำร้ายร่างกายตามมา

           

           สามีจดทะเบียนสมรสกับหญิงคนใหม่แล้ว และตัดค่าใช้จ่ายของลูกสาวทันทีหลังพลอยยื่นฟ้อง ปัจจุบันพลอยหาเลี้ยงชีพด้วยการขายอาหารเหนือหน้าบ้าน ได้รายได้ไม่ถึง 500 บาทต่อวัน ต้องดูแลลูก 2 คนตามลำพัง

           

           เรื่องราวของ “พลอย” เป็นอีกหนึ่งกรณีที่แสดงให้เห็นถึงความเสี่ยงของการใช้ชีวิตคู่โดยไม่จดทะเบียนสมรส แม้จะร่วมสร้างตัวมาด้วยกันนานกว่า 10 ปี แต่เมื่อขาดหลักคุ้มครองทางกฎหมาย ทรัพย์สินที่หามาร่วมกันอาจสูญหายไปในพริบตา 

           

           ด้านทนายพัฒน์ย้ำว่า “ทะเบียนสมรสคือหลักประกันสำคัญของผู้หญิงในฐานะภรรยา” พร้อมฝากเตือนว่า หากรักกันจริง ย่อมไม่มีเหตุผลใดที่จะปฏิเสธการจดทะเบียนสมรส

เมียหลวงแฉถูกสามีฮุบกิจการ เปิดตัวเมียใหม่





Source link

About the author

Thailand News

Leave a Comment

Translate »