
ปมเดือดเพื่อนบ้าน ทะเลาะเรื่องที่จอดรถ ช็อกถึงกับยิงดับ 1 สาหัส 1 ก่อนจบชีวิตตาม หลานผู้ก่อเหตุรับ น้าเป็นคนใจร้อน พบเคยตกเป็นข่าวขับแท็กซี่โขกค่าโดยสารแพง
โดยพบว่าบริเวณหน้าบ้านที่เกิดเหตุ มีลักษณะเป็นบ้าน 2 ชั้นปลูกติดกัน กู้ภัยพยายามช่วยกันปั๊มหัวใจ นายสมหมาย อายุ 65 ปี เจ้าของบ้าน ซึ่งถูกยิงเข้าที่หน้าอกซ้ายและขวา นอนหายใจรวยริน ก่อนสิ้นใจในเวลาต่อมา ส่วน น.ส.พัชรินทร์ อายุ 62 ปี ภรรยาของ นายสมหมาย ถูกยิงเข้าที่หน้าอกและสีข้าง ได้รับบาดเจ็บสาหัส กู้ภัยช่วยนำส่งโรงพยาบาลเวชการุณย์รัศมิ์
ขณะที่ผู้ก่อเหตุคือ นายพิพัฒน์พล อายุ 65 ปี ได้วิ่งเข้าไปซ่อนตัวอยู่ในบ้านของผู้เสียชีวิต โดยมีรถแท็กซี่ป้ายดำของผู้ก่อเหตุ จอดทิ้งไว้หน้าบ้านของผู้ก่อเหตุที่อยู่ติดกัน
ทางตำรวจได้ทำการปิดล้อมและไกล่เกลี่ยให้ผู้ก่อเหตุยอมมอบตัว โดยก่อนจะทำการปิดล้อม ในช่วงที่กู้ภัยกำลังทำ CPR ผู้บาดเจ็บอยู่นั้น ได้ยินเสียงปืนดังขึ้น 1 นัดภายในบ้าน แต่ตำรวจยังไม่มีใครกล้าเข้าไป ต้องใช้ความระมัดระวังเพราะผู้ก่อเหตุมีปืน จนเวลาผ่านไปนานกว่า 30 นาทีไม่มีเสียงตอบรับจากผู้ก่อเหตุ ตำรวจจึงบุกเข้าไป พบว่าผู้ก่อเหตุนอนเสียชีวิตแล้วข้าง ๆ อาวุธปืน โดยยิงเข้าที่ปากทะลุท้ายทอย เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานจึงเข้าเก็บหลักฐานต่าง ๆ ก่อนเคลื่อนย้ายร่างส่งสถาบันนิติเวช โรงพยาบาลตำรวจ เพื่อให้มีการชันสูตรอย่างละเอียดอีกครั้ง
ด้าน น.ส.นัท (นามสมมติ) อายุ 17 ปี หลานสาวของนายสมหมาย เผยว่า ขณะก่อเหตุตนนั่งเล่นเกมอยู่บนชั้น 2 ของบ้าน ได้ยิงเสียงปืนดังขึ้นด้านล่าง และมีเสียงปู่ร้องขอความช่วยเหลือว่าถูกเพื่อนบ้านยิง ตนจึงรีบเคาะประตูเรียกย่าลงไปดู แต่เมื่อย่าลงไปก็ถูกเพื่อนบ้านยิง ตนกลัวมากจึงรีบวิ่งขึ้นไปบนห้องด้านบน ล็อคประตู และโทรศัพท์เรียกตำรวจและกู้ภัยให้เข้ามาช่วยเหลือ
ทั้งนี้ น.ส.นัท เผยว่า ไม่ทราบว่าทั้ง 2 ฝ่ายทะเลาะกันเรื่องอะไร แต่ที่รู้คือมีเรื่องที่จอดรถ ซึ่งจอดล้ำเข้ามายังหน้าบ้านของตน จนปู่ได้เข็นรถผู้ก่อเหตุไป และมีเรื่องราวกันมาก่อนหน้านี้ แต่ก็นานมาแล้ว
ด้าน นายสมหวัง อายุ 72 ปี ประธานชุมชนบ้านเอื้ออาทรอยู่วิทยาหลังคาเขียว เปิดเผยว่า บ้านของผู้ก่อเหตุและผู้เสียชีวิต มีปัญหาเรื่องการจอดรถขวางหน้าบ้านกัน เมื่อนายพิพัฒน์พลมาจอดรถ แล้วท้ายรถยื่นมาหน้าบ้านของนายสมหมาย นายสมหมายก็จะเข็นรถไปตรงอื่น จนมีปากเสียงและชกต่อยกันมาหลายครั้งแล้ว ถึงขั้นต้องไปแจ้งความที่โรงพัก
ส่วนตัวนายพิพัฒน์พล ผู้ก่อเหตุ อยู่บ้านหลังดังกล่าวเพียงคนเดียว มีอาชีพขับแท็กซี่ป้ายดำ ที่สนามบินสุวรรณภูมิ เคยออกข่าวกรณีเรียกเก็บค่าโดยสารแพง จนเป็นข่าวโด่งดังมาก่อนหน้านี้
ขณะที่ น.ส.ปริญญา อายุ 47 ปี หลานสาวของผู้ก่อเหตุ เผยว่า นายพิพัฒน์พลโทรศัพท์มาหาตน บอกว่าได้ยิงเพื่อนบ้านตาย ให้มาเก็บศพน้าด้วย ตนก็พยายามพูดว่าอย่าเพิ่งทำอะไร และรีบขับรถมาบ้านน้า จนมาพบว่าน้าก่อเหตุแล้วจึง ๆ ยอมรับว่าเมื่อก่อนน้าเป็นคนใจร้อน แต่ตอนนี้อายุมากขึ้นแล้วก็ใจเย็นลงมาก ไม่รู้ว่าทำไมวันนี้ถึงใจร้อนจนก่อเหตุยิงกันแบบนี้
ขอบคุณข้อมูลจาก ข่าวช่อง 3
