เด็ก 5 ขวบเผลอดื่มสารไซยาไนด์ ไร้ยาแก้พิษ จึงเกิดเคสร่วมมือ 2 รพ. ส่งยาให้ทันกลางทาง
เด็ก 5 ขวบเผลอดื่มสารไซยาไนด์ ไร้ยาแก้พิษ จึงเกิดเคสร่วมมือ 2 รพ. ส่งยาให้ทันกลางทาง



          เด็ก 5 ขวบเผลอดื่มสารไซยาไนด์ โรงพยาบาลชุมชนไม่มียาแก้พิษ งานนี้ต้องประสานร่วมมือกัน 2 โรงพยาบาล พบกันครึ่งทาง แม้ทางคดเคี้ยวแค่ไหนก็ต้องแข่งกับเวลา เหตุเกิดที่แม่ฮ่องสอน สุดท้ายหมอชนะ




          วันที่ 10 มกราคม 2567 เฟซบุ๊ก ธีรดา วงค์ใจ แพทย์จากโรงพยาบาลศรีสังวาลย์ จ.แม่ฮ่องสอน มีการเล่าเคส “วิ่งแข่งไซยาไนด์” เมื่อคนไข้วัย 5 ขวบรายหนึ่ง มาโรงพยาบาลขุนยวมด้วยอาการแน่นิ่ง ไม่ตอบสนอง แม่ให้ประวัติว่า น้องดื่มยาแช่เครื่องเงินประมาณ 1 อึก และน้ำยานี้เป็นสารไซยาไนด์

          โรงพยาบาลที่รับเคส เป็นโรงพยาบาลชุมชน ย่อมไม่เจอเคสแบบนี้มาก่อน หรือแม้กระทั่งโรงพยาบาลจังหวัดก็ไม่เคยเจอ ดังนั้นหมอจึงแก้สถานการณ์ด้วยการโทรศัพท์หาศูนย์พิษวิทยารามาธิบดีที่เชี่ยวชาญเรื่องนี้กว่าทันที

          ทางอาจารย์แพทย์ ให้คำปรึกษาวิธีการรักษา ต้องใช้ยาหลายอย่าง
ยาบางตัวโรงพยาบาลก็มี แต่ยาพระเอกคือ ยาแก้พิษไซยาไนด์
ไม่มีในโรงพยาบาลขนาดเล็กแบบนี้ ต้องรักษาที่โรงพยาบาลศรีสังวาลย์
ที่เป็นโรงพยาบาลจังหวัด ห่างออกไป 60 กิโลเมตร
ซ้ำร้ายเส้นทางการเดินทางก็ค่อนข้างคดเคี้ยวเลี้ยวลด
จะขับรถไปส่งแบบทำเวลาก็ไม่ได้อีก

          แพทย์ประเมินไว้ว่า
ถ้าขับรถไปส่งที่โรงพยาบาลจังหวัด กว่าเด็กจะไปถึงที่หมาย
ไซยาไนด์คงทำร่างกายเสียหายไปมาก และเด็กอาจจะเสียชีวิตระหว่างทาง
ด้วยเหตุนี้ ทางโรงพยาบาลจังหวัดจึงมีคำสั่งให้พนักงานขับรถ
นำยาแก้พิษไซยาไนด์ไปส่งให้โรงพยาบาลชุมชนที่กำลังเดินทางมา
จนทั้งสองฝั่งเจอกันระหว่างทาง

          หลังจากเด็กได้รับยาแก้พิษ
ก็เริ่มได้สติขึ้นมาบ้าง จากการที่นอนแน่นิ่งไม่ตอบสนองใด ๆ
จากนั้นก็ขับรถไปโรงพยาบาลจังหวัดต่อ
โดยมีหมอเด็กมารอรับผู้ป่วยที่ห้องฉุกเฉิน แล้วให้ยาแก้พิษซ้ำอีกรอบ
ส่งเด็กรักษาตัวที่ห้องไอซียู
ติดตามพิษในเลือดจนเช้าอีกวันก็ถอดท่อช่วยหายใจแล้ว

         
เคสการรักษานี้
เปรียบเสมือนการวิ่งแข่งกับสารพิษที่เข้าไปทำลายเซลล์ในร่างกาย
เรามีหน้าที่ปล่อยยาแก้พิษเข้าสู่กระแสเลือดให้วิ่งเขาไปจับไซยาไนด์ให้มันสิ้นพิษ
การแข่งครั้งนี้หมอชนะ

          เฟซบุ๊ก Ramathibodi Poison Center มีการโพสต์ถึงเรื่องดังกล่าวเช่นกันว่า
ขอเป็นตัวแทนเจ้าหน้าที่ศูนย์พิษวิทยารามาธิบดี ในการขอบคุณโรงพยาบาลทั้ง 2
ที่ช่วยเหลือเด็กได้สำเร็จ พร้อมอธิบายความรุนแรงของพิษไซยาไนด์ไว้ว่า
มีความรุนแรงที่ยับยั้งการหายใจระดับเซลล์ ทำให้อวัยวะต่าง ๆ ล้มเหลว
และอาจเสียชีวิตหากไม่ได้รับยาต้านพิษทันเวลา
และยาต้านพิษนี้สำคัญกับชีวิตเด็กคนนี้มาก เรียกว่าทุกวินาทีมีค่า

         
ด้วยความที่เหตุการณ์แนวนี้เกิดไม่บ่อย
ยาต้านพิษนี้จึงไม่ได้มีทุกโรงพยาบาล
แต่มีระบบการเก็บไว้ในโรงพยาบาลจังหวัดทั่วประเทศให้มีการส่งหรือยืมเพื่อช่วยผู้ป่วยตามระบบของโครงการยาต้านพิษ

         
การที่ 2 โรงพยาบาลวางแผนกันช่วยเหลือเด็กด้วยการรับยาแก้พิษระหว่างทาง
แล้วส่งตัวน้องไปที่ห้องไอซียู
ทำให้ประหยัดเวลาและรักษาชีวิตคนไข้ได้ทันท่วงที แม้เส้นทางจะคดเคี้ยว
ทำเวลาได้ยาก การพบกันระหว่างทางก็ยังคงสามารถช่วยคนไข้ได้เป็นผลสำเร็จ

          เรื่องเล่าเช้านี้ รายงานว่า พญ.สาทริยา ตระกูลศรีชัย อาจารย์ประจำศูนย์พิษวิทยา
คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล เปิดเผยถึงกรณีนี้ว่า
เคสดังกล่าวมาในวันเสาร์ที่ 6 มกราคม ที่ผ่านมา
คนไข้อยู่ในอาการเลือดเป็นกรดแล้ว ทางแก้คือ
ต้องรีบเอายาต้านพิษไปให้อย่างไวที่สุด ซึ่งต้องชมทั้ง 2
โรงพยาบาลที่ทำได้ดี

          1. วิเคราะห์ได้เร็วว่าเป็นไซยาไนด์

          2. ต้องหาวิธีเร็วที่สุดแข่งกับเวลา





Source link

Leave a Reply