เชียร์ ฑิฆัมพร จี้ถามตำรวจกลางรายการ โหนกระแส ทำไมไม่ยึดเรือ ปล่อยหายทั้งพยานบุคคลและพยานวัตถุ ลั่นที่ประชาชนเกิดคำถาม เพราะกระบวนการทำงานเป็นแบบนี้หรือเปล่า ?
โดยช่วงหนึ่ง เชียร์ และ แต๊งค์ ในฐานะเพื่อนและตัวแทนของประชาชนที่ติดตามเรื่องนี้ เกิดคำถามขึ้นมากมายว่า ทำไมพยานบุคคลไม่อยู่ในที่เกิดเหตุ ถ้าบอกว่าเรือเป็นพยานวัตถุสำคัญ ทำไมวันแรกเรือถึงไม่อยู่ แถมล่าสุดใบพัดเรือยังมาจมน้ำหายไปอีก
ทำไมวันแรกเรือถึงไม่อยู่ การอายัดเรือถึงไม่เกิด ?
พล.ต.ต. วิชัย กล่าวว่า หลักการสืบสวนสอบสวน หรือการกระทำอะไรต่าง ๆ บางเรื่องตนเป็นตำรวจ ตนก็ไม่แถลง จะแถลงความจำเป็นที่ให้ประชาชนได้รู้เท่านั้น เนื้อสำนวนหรือหลักฐานอะไรบางทีแถลงไม่ได้ สมมติว่าแถลงไปวันนี้ ถ้าเกิดมีการขึ้นศาล ทนายก็จะถามวันนั้นแถลงอย่างนี้ วันนี้ทำไมเป็นอย่างนี้ มันไม่ได้ เขาห้ามเอาเนื้อหาของสำนวนมาแถลง ตนไม่ได้เข้าข้างตำรวจ แต่ทำงานสืบสวนสอบสวนมาทั้งชีวิต
เรื่องเรือ ตามหลักการหลังเกิดเหตุตำรวจจะต้องเอาเรือไปเก็บ แต่วันนั้นตำรวจยังไม่มา จะเอาไปจอดที่ตลิ่ง หรือเอาไปเข้าอู่ ตรงนั้นมันไม่สำคัญ แต่ที่สำคัญคือเอาไปจอดแล้วมีการทำลายหลักฐานในเรือหรือไม่ ถ้าทำลายถือว่าเป็นความผิด
เชียร์ : ก็นี่แหละค่ะ มันเลยเป็นคำถามว่า จริง ๆ แล้วเรือไม่ควรจะอยู่ในการดูแลของตำรวจเหรอคะ ?
พล.ต.ต. วิชัย : ก็ตอนนั้นตำรวจยังไม่มา
เชียร์ : งั้นเชียร์เป็นคำถามต่อเลยว่า ถือว่ากระบวนการทำงานของตำรวจช้าไหมคะ ?
พล.ต.ต. วิชัย : ไม่ช้า
เชียร์ : ถ้าท่านบอกว่าไม่ช้า แล้วทำไมถึงไม่เก็บพยานวัตถุที่สำคัญที่สุดในตอนนั้นล่ะคะ
พล.ต.ต. วิชัย : ผมรู้สึกว่าคดีเกิดเหตุเนี่ย คนจะเก็บหลักฐานคือใคร ตำรวจพนักงานสอบสวนก็เก็บไม่ได้ ตำรวจที่ไปที่เกิดเหตุก็เก็บไม่ได้อีก เก็บได้อย่างเดียวคือรวบรวมหลักฐานไม่ให้คนเข้าไปยุ่งในพยานหลักฐาน คนที่เก็บหลักฐานคือ พฐ. กองพิสูจน์หลักฐาน นิติวิทยาศาสตร์ ต้องเข้าใจ
พยานบุคคล ทำไมไม่อยู่ในที่เกิดเหตุ ?
เชียร์ ฑิฆัมพร มีการถามต่อว่า ในขณะที่ยังสรุปไม่ได้ว่าแตงโมเสียชีวิตในตอนนั้นหรือไม่ แต่พยานบุคคลกลับไม่อยู่ในที่เกิดเหตุ แถมพอเรือไม่อยู่ มันกลายเป็นว่าสิ่งที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นแก้วไวน์เหลือใบเดียว ในขณะที่กล้องวงจรปิดหลาย ๆ ที่เห็นว่ามีการรินไวน์ แก้วมีหลายใบ มันเลยทำให้พยานวัตถุเหมือนไม่ตรงกับสิ่งที่เห็นกันมา
พล.ต.ต. วิชัย กล่าวว่า สิ่งที่เชียร์พูดมันจะเป็นหลักฐานทำให้เป็นข้อพิรุธที่ตำรวจต้องไปทำการสืบสวนสอบสวน ถ้าให้การตรงกันจะไม่มีพิรุธ
แต๊งค์ พงศกร กล่าวเสริมว่า กรณีที่คนบนเรือเป็นคนมีเงิน และทั้งประเทศกำลังจับตามองอยู่ว่ามันเป็นการเลือกปฏิบัติหรือเปล่า ถ้าเป็นชาวประมงคนหาปลา ตำรวจคงจะคุมเรือไว้ตรงนั้นเลยหรือเปล่า
พล.ต.ต. วิชัย ตอบว่า ขณะนี้สังคมมันเปลี่ยนแปลงเยอะพอสมควร สังคมเดิมบอกว่าคนจนติดคุก คนรวยไม่ติดคุก แต่ทุกวันนี้สังคมเริ่มเปลี่ยนไป
ประชาชนมีคำถามเพราะกระบวนการทำงานเป็นแบบนี้หรือเปล่า ?
เชียร์ : ที่ประชาชนมีคำถามเนี่ย เพราะว่ากระบวนการปกติเป็นอย่างนี้หรือเปล่า ? เช่น ปกติแล้วศพอาจจะต้องส่งไปพิสูจน์ที่ศูนย์นิติวิทยาศาสตร์ หรือโรงพยาบาลธรรมศาสตร์ที่กำลังมุ่งหน้าไป แต่เกิดการเปลี่ยนทางไปอีกที่หนึ่ง ปกติมันเป็นอย่างนี้ได้หรือเปล่าคะ ?
พล.ต.ต. วิชัย : ได้ครับ คืออย่างนี้ครับ ศพที่เวลาเกิดเหตุเขาจะต้องส่งไปโรงพยาบาลที่รับรองว่ามีนิติเวช สามารถจะผ่าพิสูจน์ได้ บางโรงพยาบาลเนี่ยส่งไปไม่ได้นะ
เชียร์ : แต่ว่าอันนี้นักข่าวไปรอแล้วนะคะ
พล.ต.ต. วิชัย : เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับนักข่าว อย่าไปพูดตามความรู้สึกดิ คือผมเป็นพนักงานสอบสวนมาตั้งแต่เด็กยันโตนะ ผมจะพูดหลักกฎหมายให้ฟัง คือประชาชนไม่เข้าใจไงเลยไปตีความ ผมถามว่านิติเวชเนี่ยการตรวจพิสูจน์มีอยู่ 2 ที่ นิติวิทยาศาสตร์ กับนิติเวชของกรมตำรวจ คดีทุกวันนี้ที่ตรวจกันเนี่ย นิติเวชกรมตำรวจหมด ทีนี้ผมถามว่าถ้าคุณไปส่งธรรมศาสตร์ ถ้าไม่มีหมอที่เป็นนิติวิทยาศาสตร์หรือนิติเวชที่เขารับรอง เขาก็ต้องส่งมาที่โรงพยาบาลตำรวจเหมือนเดิม มีนักข่าวรอแล้วทำไมไม่ไป มันไม่ใช่นะ อย่าไปเข้าใจผิดอย่างนั้นนะ
ขอบคุณข้อมูลจาก โหนกระแส
