ไวรัลกบหม่าล่า เสิร์ฟมาแบบตัดหัว – ถลกหนัง แต่กระโดดไม่หยุดหน้าหม้อน้ำซุป ด้าน อ.เจษ ไขคำตอบทำไมสภาพนี้ยังขยับได้
ถลกหนัง ผ่าเครื่องในออกแล้ว แต่ปรากฏว่ามันกลับยังคงเคลื่อนไหวได้
คล้ายกับการเหยียดขากระโดด จนคนที่ได้เห็นต่างรู้สึกผวาและหดหู่
พร้อมยังพากันสงสัยว่าเหตุการณ์นี้มันเกิดขึ้นได้อย่างไร
เกี่ยวกับเรื่องนี้ วันที่ 25 พฤษภาคม 2566 รศ. ดร.เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์
อ.ประจำภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
โพสต์ผ่านเฟซบุ๊ก Jessada Denduangboripant อธิบายเกี่ยวกับคลิป กบหมาล่า ตัดหัวแล้วยังดิ้นได้เป็นปฏิกิริยารีเฟล็กซ์
พร้อมเผยการทดลองพบว่ากบที่ไม่มีสมองแล้ว กลับทำพฤติกรรมต่าง ๆ
ตามที่ถูกกระตุ้นได้อย่างคงที่มากกว่ากบที่ยังมีสมอง
อ.เจษฎา ระบุว่า กบที่เห็นนั้นมันก็ตายแล้ว ไม่มีหัว ไม่มีสมองสั่งการแล้ว แต่กล้ามเนื้อ เส้นเอ็น เส้นประสาทต่าง ๆ ยังหดตัวได้ เมื่อถูกกระตุ้น (เป็น Reflex Reaction หรือปฏิกิริยารีเฟล็กซ์) ตอนที่เพิ่งตายใหม่ ๆ กบ และสัตว์มีกระดูกสันหลังต่าง ๆ จะใช้สมองเป็นตัวสั่งการอวัยวะและร่างกายให้ทำงาน ผ่านการส่งสัญญาณไปตามเส้นประสาท ที่เรียงตัวจากกะโหลก ลงมาแนวกระดูก แล้วไปตามรยางค์แขนขา
แต่ขณะเดียวกัน ก็มีอวัยวะหลายอย่างที่ทำงานเองอัตโนมัติโดยไม่ต้องพึ่งการสั่งการเฉพาะ ซึ่งรวมถึงกล้ามเนื้อด้วยเมื่อถูกกระตุ้น การที่แขนขาสามารถจะขยับได้นั้น ก็มาจากการที่กล้ามเนื้อและเส้นเอ็นต่าง ๆ หดตัวหรือคลายตัว ซึ่งถูกกระตุ้นได้หลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของความร้อน ไฟฟ้า หรือการกดสัมผัส ที่ตนเองไปคอมเมนต์ เป็นการอธิบายสิ่งที่เกิดขึ้นในทางชีววิทยา ให้รู้ว่ากบมันตายแล้ว (ไม่ใช่ว่าเขาเอากบเป็น ๆ ยังมีชีวิตอยู่มาทำอาหาร) แต่ไม่ได้บอกว่า มันเป็นสิ่งที่ควรทำหรือไม่ควรทำ (เป็นผม ผมไม่กล้ากินแน่ ๆ 555)
นอกจากนี้ ยังให้ความรู้เพิ่มเติมว่า เชื่อหรือไม่ว่า “กบที่ตายแล้ว” ถึงจะไม่มีสมองแล้ว ก็ยังว่ายน้ำได้ ทำเสียงร้องได้ และสู้คืนได้ หลักการของสิ่งที่เกิดขึ้นกับกบตายนี้ ก็คล้ายกับการที่เราถูกใครแอบแกล้งเอาแปรงมาจั๊กจี้ที่เท้าของเรา แล้วเท้าเราขยับหนีเองโดยอัตโนมัติ เพียงแต่ว่า ถึงกบมันไม่มีหัวเหลืออยู่ มันก็เกิดการตอบสนองเช่นนั้นได้
จากการทดลองพบว่า กบที่ยังมีหัวอยู่แต่ถูกผ่าเอาสมองออกไปแล้วนั้น (ซึ่งก็ถือว่าตายแล้ว) ยังมีพฤติกรรมคล้ายกับกบปกติเป็นอย่างมาก เช่น ถ้าจับมันหงายท้อง มันจะพลิกตัวกลับมาเองได้ หรือถ้าไปจิ้มที่เท้ามือ มันก็จะกระโดดหนี แล้วถ้าเอามันไปโยนลงในอ่างน้ำ มันก็สามารถจะว่ายน้ำไปได้จนถึงขอบอ่าง แถมปีนออกมาด้วย และที่สุดของที่สุดคือ ถ้าไปจิ้มหลังมัน มันก็ยังสามารถส่งเสียงร้องได้ด้วย ปัจจัยที่ทำให้มันดูเหมือนกับเป็น “กบซอมบี้” ก็คือปฏิกิริยารีเฟล็กซ์ ซึ่งทำให้เกิดการยิงกระแสไฟฟ้าประสาทที่จำเป็น ส่งไปยังกล้ามเนื้อให้หดตัวหรือคลายตัว ปฏิกิริยาดังกล่าวนี้ ไม่จำเป็นต้องผ่านสมอง คล้ายกับกรณีของการที่เท้าเราถูกจั๊กจี้แล้วขยับเองได้ โดยที่เราไม่ต้องคิดในสมองว่า ฉันโดนจั๊กจี้เท้า ฉันต้องขยับหนีนะ ฯลฯ
อย่างไรก็ดี ปฏิกิริยารีเฟล็กซ์ของร่างกายคนเรานั้นจะหยุดการทำงานเมื่อเราไม่มีสมองแล้ว หรือสมองตายแล้ว มนุษย์เราไม่สามารถมีชีวิตรอดได้โดยไม่มีสมอง เพราะสมองของเรานั้นทำงานใกล้ชิดร่วมกันกับระบบประสาทส่วนกลางที่ควบคุมอวัยวะต่าง ๆ แม้แต่การหายใจก็ยังควบคุมระดับการทำงานด้วยสมอง ดังนั้น ในกรณีของกบ มันจึงมีอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ทำให้มันแสดงพฤติกรรมบางอย่างได้แม้จะไม่มีสมองแล้ว ซึ่งกบที่ไม่มีสมองแล้ว กลับทำพฤติกรรมต่าง ๆ ตามที่ถูกกระตุ้นได้อย่างคงที่ มากเสียยิ่งกว่ากบที่ยังมีสมองเสียอีก แสดงว่าสมองกลับเป็นตัวกด ตัวกีดขวาง การแสดงพฤติกรรมเหล่านั้นเอาไว้
นอกจากกบแล้ว ยังมีสัตว์อีกหลายชนิดที่สามารถแสดงพฤติกรรมได้ แม้ว่ามันดูเหมือนกับว่าตายไปแล้ว เช่น หัวของงูที่ถูกตัดจากตัว กลับยังสามารถกัดคนได้, หนวดของหมึก ที่แม้จะถูกตัดออกมา (เช่นเอามาทำอาหาร) ก็ยังสามารถจะดูดจับมือเราได้, แมลงหวี่ตัวเมียที่ถูกตัดหัว กลับยังเดินยังบินและผสมพันธุ์ได้ เป็นต้น
ขอบคุณข้อมูลจาก เฟซบุ๊ก Jessada Denduangboripant
