สำนักข่าวอิศรา เปิดโปงแผนโรแมนซ์สแกม จากไนจีเรีย หลัง CFO บริษัทดัง โดนหลอกจัง ๆ โดนเงินไปกว่า 6,200 ล้าน จากธนาคารทั้งในไทยและต่างประเทศ ผลประโยชน์อื้อซ่า คนไทยบางคนยอมมีลูกกับชาวไนจีเรียเพื่อผลประโยชน์ก้อนนี้
จากกรณีที่มีการจับกุมหญิงสาวเจ้าของบัญชีม้าโอนเงินให้แก๊งโรแมนซ์สแกม หรือแก๊งมิจฉาชีพหลอกให้รักจากประเทศไนจีเรีย มีจำนวนเงินมากถึง 6,200 ล้านบาท ซึ่งในเรื่องจำนวนเงิน ทำให้คนยิ่งสงสัยว่า กระบวนการนี้มีที่มายังไง ทำยังไงถึงหลอกเอาเงินได้มากขนาดนี้ ที่สำคัญคือ มีการโอนเงินออกไปถึง 16-17 ประเทศด้วย เรียกว่ากระบวนการนี้ขยายไปทั่วโลก ซึ่งกระปุกดอทคอมจะมาไขปริศนานี้กัน
จุดเริ่มต้นของการหลอกลวงในไทย มาจากคนไทยเป็นภรรยาเช่าในประเทศมาเลเซีย
วันที่ 4 มิถุนายน 2565 จากข้อมูลสำนักข่าวอิศรา ระบุว่า จุดเริ่มต้นของแก๊งโรแมนซ์สแกมในไทย มาจากการที่ชาวไนจีเรียกลุ่มหนึ่ง ซึ่งชอบไปเที่ยวผับ สถานบันเทิง อาบอบนวดที่ประเทศมาเลเซีย ได้ไปรู้จักกับหญิงสาวที่ทำงานดังกล่าว พอไปใช้บริการบ่อย ๆ ก็เกิดความสนิทกัน ดังนั้น คนไนจีเรียจึงเสนอตัวมาอยู่ด้วยกันแล้วจะให้เงินเดือนละ 15,000 บาท ซึ่งหญิงสาวเหล่านี้ก็ตอบตกลง เพราะจำนวนเงินถือว่าพอไปไหว บางคนไปไกลกว่านั้นคือมีลูกกับคนเหล่านี้เลย
คนที่มีลูกด้วยกัน ก็ติดแหง็กไปไหนไม่ได้ ถูกมัดมือชก ต้องอยู่กับคนไนจีเรีย พอไปไหนไม่ได้ ผู้หญิงเหล่านี้ก็ต้องร่วมขบวนการหลอกลวงกับคนไนจีเรียไปด้วย บางคนก็ต้องเป็นบัญชีม้าให้ อย่างไรก็ตาม คนเหล่านี้ตำรวจมองว่าเป็นเหยื่อมากกว่ามิจฉาชีพ
โมเดลธุรกิจโรแมนซ์สแกม
ส่วนสาเหตุที่ธุรกิจเหล่านี้ทำไมถึงขยายผลไปยังประเทศต่าง ๆ ได้ ถ้าให้อธิบายเป็นฉาก ๆ นั่นคือ บอสใหญ่ศูนย์กลางเครือข่ายคือชาวไนจีเรีย คนเหล่านี้จะหาเครือข่ายบัญชีตามประเทศต่าง ๆ เช่น ถ้าคนในแก๊งมีเครือข่ายอยู่ที่ประเทศไทย ก็จะหาบัญชีม้ามาให้ แลกกับผลตอบแทน 50% แต่ถ้าสมมติต้องการบัญชีธนาคารของสิงคโปร์ แล้วคนในเครือข่ายไม่มีเลย ก็จะไปหาบัญชีเครือข่ายจากบุคคลที่ 3 พร้อมกับฉีกส่วนแบ่งเพื่อจ่ายเพิ่มไปด้วย ซึ่งธุรกิจแบบนี้ก็ยอมจ่ายกันได้ เพราะไม่ได้เสียหายอะไรเลย และนี่คือสาเหตุที่ทำไมแก๊งโรแมนซ์สแกมถึงมีเครือข่ายไปทั่วโลก
เหตุใดแก๊งโรแมนซ์สแกมถึงถูกจับได้ในไทย
เรื่องนี้เกิดจากการที่หนึ่งในภรรยาเช่าที่อยู่ในประเทศมาเลเซีย รับรู้ว่า เงินในคดี 6,200 ล้านบาทถูกโอนเข้าบัญชีแล้วส่วนหนึ่ง จึงเดินทางข้ามฝั่งมาประเทศไทยเพื่อมารับเงินจำนวน 10 ล้านบาท ขนออกไปยังประเทศมาเลเซีย แต่กลับพลาดท่า ถูกจับโดยศุลกากรมาเลเซียเสียก่อน ทำให้ตำรวจ 2 ประเทศขยายผลจับกุมผู้ที่เกี่ยวข้องอื่น ๆ มากขึ้นเรื่อย ๆ
นอกจากนี้ องค์ประกอบที่สำคัญของการหลอกลวงอีกอย่าง นั่นคือ การตั้งบริษัทปลอมแบบหลอก ๆ เอาไว้ในประเทศไทยเพื่อรับเงิน เรียกว่า “บริษัท อ.” โดยบริษัท อ. เป็นบริษัทปลอม และกรรมการบริษัทก็คือผู้ต้องหาทั้งหมด หนึ่งในนั้น คือคนที่ถูกจับเพราะการขนเงิน
โยงคดี 6,200 ล้าน เอาตังค์ไปได้ยังไง
คดีนี้เกิดขึ้นจากนางสาวชมานันทน์ (สงวนนามสกุล) ซึ่งทำงานในบริษัทใหญ่ระดับนานาชาติแห่งหนึ่ง ถูกแก๊งโรแมนซ์สแกมหลอกให้รัก ด้วยการใช้ข้อความต่าง ๆ ที่ชวนลุ่มหลง จนโอนเงินฝากของบริษัทที่อยู่ในธนาคารเจพีมอร์แกน เชส เอ็น เอ สาขากรุงเทพมหานคร และธนาคารเจพีมอร์แกน เซส เอ็น เอ สาขานิวยอร์คให้กับกลุ่มมิจฉาชีพ ซึ่งเป็นบัญชีของบริษัท อ.
ในตอนแรก นางสาวชมานันทน์ ก็สงสัยเรื่องบัญชี แต่มิจฉาชีพอ้างว่าเป็นบริษัทนายหน้า ใช้เหตุผลสารพัดทำให้หลงเชื่อ สมมติว่าโอนเงิน 10 ล้าน นางสาวชมานันทน์ จะได้อีเมลมาบอกว่า ให้โอนเข้าบริษัท เอ เท่านี้ บี เท่านี้ ซี เท่านี้ และสาเหตุที่นางสาวชมานันทน์ ต้องรีบโอนเพราะโดนคนร้ายเร่ง พร้อมปลอบใจว่า ไม่ต้องห่วงเรื่องเงินที่โอนไป เราโอนกลับให้หมดแน่นอน เพราะเรามีมรดกประมาณ 500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ฉันรักคุณ
สรุปคือ คดีนี้นางสาวชมานันทน์ เป็นทั้งผู้เสียหายที่ถูกมิจฉาชีพหลอก และเป็นผู้ต้องหาในคดียักยอกเงินบริษัทด้วย
ความคืบหน้าสุดท้ายในคดีนี้
คดีโรแมนซ์สแกม มีผู้ต้องหาราว 30 คน สาเหตุที่มีผู้ต้องหาเท่านี้ เพราะมีการสืบขยายผลไปเรื่อย หลายคนมีส่วนเกี่ยวข้องใน 7 บัญชี เป็นบัญชีม้า 3-4 บัญชี
ตอนนี้ตำรวจสามารถจับตัวคนร้ายได้แล้ว 21 ราย อยู่ระหว่างส่งตัวคนร้ายข้ามแดน กับผู้ต้องหาที่เป็นชาวไนจีเรียอีก 2 ราย เรื่องคดีก็ส่งสำนวนไปให้กับทางอัยการแล้ว อยู่ระหว่างการสืบพยานในชั้นศาล เหลือเพียงแค่ 7 รายเท่านั้นที่จับตัวไม่ได้
ขอบคุณข้อมูลจาก สำนักข่าวอิศรา
