In Thailand

หนุ่มช่วย นทท. ถ่ายรูป จากคนแปลกหน้า สุดบังเอิญกลายเป็นญาติ พลัดพรากกว่า 30 ปี

หนุ่มช่วย นทท. ถ่ายรูป จากคนแปลกหน้า สุดบังเอิญกลายเป็นญาติ พลัดพรากกว่า 30 ปี
Written by Thailand News


          หนุ่มไปช่วย นทท. ถ่ายรูป ได้คุยจนรู้ ที่แท้เป็นญาติที่พลัดพราก ไม่ได้ติดต่อนานกว่า 30 ปี ที่สุดของความบังเอิญ คนมีมากมาย แต่เรากลับเจอกัน 



นักท่องเที่ยว

          วันที่ 24 กรกฎาคม 2569 เว็บไซต์เซาธ์ไชน่ามอร์นิ่งโพสต์ เผยเรื่องราวสุดบังเอิญ เมื่อเหตุการณ์ที่ชายคนหนึ่งเข้าไปช่วยนักท่องเที่ยวถ่ายรูปธรรมดา ๆ กลับลงเอยด้วยเรื่องเซอร์ไพรส์ หลังจากได้รู้จริง ๆ แล้วอีกฝ่ายเป็นญาติของตัวเอง ที่ไม่ได้ติดต่อกันมานานกว่า 30 ปี 

          ประสบการณ์น่าทึ่งนี้ถูกแชร์บนโซเชียลโดย เฉินเจี๋ย ที่อาศัยอยู่ที่เซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน โดยเมื่อช่วงต้นเดือนกรกฎาคม เขาเดินทางไปทำงานที่มณฑลยูนนาน และได้มีโอกาสแวะไปเที่ยวทะเลสาบลู่กู่ ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยม 

          โดยเมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม ขณะกำลังเพลิดเพลินกับวิวพระอาทิตย์ขึ้นเวลา 06.00 น. ก็มีนักท่องเที่ยวคนหนึ่งที่อายุมากกว่าเขา เข้ามาขอให้เขาช่วยถ่ายรูปให้ จากนั้นทั้งคู่ก็ได้พูดคุยกัน จนกระทั่งเฉินเจี๋ยทราบว่า พี่ชายคนนี้เป็นนักท่องเที่ยวจากเมืองเกาสง ของไต้หวัน โดยมีบรรพบุรุษอยู่ที่ผู่หยวน ซึ่งเป็นเมืองเล็ก ๆ ในมณฑลเจ้อเจียง 

          เฉินเจี๋ยได้ยินแบบนั้นก็ตื่นเต้นขึ้นมา เพราะจริง ๆ แล้วบ้านเกิดของเขาก็อยู่ที่ผู่หยวนเช่นกัน ทั้งคู่จึงถ่ายรูปด้วยกัน แลกเปลี่ยนโซเชียลกัน ทำให้เฉินเจี๋ยรู้ว่า พี่ชายคนนี้แซ่เฟย 

          และจากข้อมูลส่วนตัวของเฟย ทำให้เฉินเจี๋ยเริ่มสงสัยว่า จริง ๆ นักท่องเที่ยวไต้หวันผู้นี้ อาจเป็นญาติของตัวเอง ดังนั้นเขาจึงกลับไปเล่าให้พ่อฟัง พ่อจึงถามกลับว่าผู้ชายคนนั้นชื่อ “เฟยหยุนเฟิง” ใช่หรือไม่

          ปรากฏว่าใช่ ต่อมาเฉินเจี๋ยจึงติดต่อไปหาเฟย เพื่อสอบถามข้อมูลอื่น ๆ เพิ่มเติม จนกระทั่งสามารถยืนยันได้ว่า จริง ๆ แล้วเฟย ก็คือคนในครอบครัวที่พวกเขาไม่ได้ติดต่อกันมานานหลายสิบปี 

นักท่องเที่ยว

          เฉินเจี๋ย เล่าว่า พ่อของเฟย และปู่ของเขา เป็นพี่น้องกัน พ่อของเฟยย้ายไปอยู่ไต้หวันกับกองกำลังก๊กมินตั๋ง ก่อนการก่อตั้งสาธารณรัฐประชาชนจีน เมื่อปี 2492 

          ขณะที่ปู่ของเฉินเจี๋ย ถูกคู่สามีภรรยาแซ่เฉินรับไปเลี้ยง ทำให้เปลี่ยนแซ่มาเป็นเฉิน ซึ่งเมื่อไล่เรียงตามลำดับอาวุโสแล้ว เขาควรเรียกพี่เฟยคนนั้นว่า “ลุงเฟย” ถึงจะถูก 

          “ผมเล่าเรื่องนี้ให้ญาติ ๆ กว่า 20 คนฟัง ทุกคนต่างบอกว่ามันเป็นเรื่องบังเอิญอย่างน่าเหลือเชื่อ และเป็นประสบการณ์น่าอัศจรรย์” เฉิยเจี๋ย เผย 

          พ่อของเฟยและปู่ของเฉินเจี๋ย ขาดการติดต่อกันเป็นเวลาหลายสิบปี กระทั่งปลายยุค 80 ชาวไต้หวันจึงได้รับอนุญาตให้เดินทางกลับจีนแผ่นดินใหญ่เพื่อเยี่ยมญาติได้ แต่พ่อของเฟยเดินทางมาเองไม่ได้ จึงส่งจดหมายไปถึงน้องชายในปี 2534 และขอให้คนอื่น ๆ ส่งเงินมาให้ปู่ของเฉินเจี๋ย จำนวน 200 ดอลลาร์ (ราว 6,700 บาท)

          “ตอนนั้น คนบนแผ่นดินใหญ่ส่วนใหญ่ใช้ชีวิตด้วยความยากจน เงิน 200 ดอลลาร์นั้น ถือเป็นเงินจำนวนมหาศาล” เฉินเจี๋ย กล่าว และบอกว่าจนถึงขณะนี้ครอบครัวของเขายังคงเก็บจดหมายจากเมื่อกว่า 30 ปีก่อนไว้ 

          ในจดหมายฉบับนั้นระบุข้อความว่า “เงินก้อนนี้เป็นตัวแทนความห่วงใยที่ฉันมีต่อนาย ปีนี้ฉันยังกลับแผ่นดินใหญ่ไม่ได้ ขอให้ฉันหาโอกาสในปีหน้า หวังว่าญาติ ๆ จะแข็งแรงและมีความสุขนะ” 

          ทั้งนี้ ปัจจุบันพ่อของเฟยและปู่ของเฉินเจี๋ยต่างเสียชีวิตไปนานหลายปีแล้ว ขณะที่ทางเฟยก็รู้สึกประหลาดใจกับเรื่องสุดบังเอิญนี้เช่นกัน เพราะในขณะที่มีผู้คนอยู่มากมายในแหล่งท่องเที่ยวนั้น เขากลับเลือกให้เฉินเจี๋ยเป็นคนถ่ายรูปให้ 

          โดยในเดือนหน้า เฟยมีแผนเดินทางไปผู่หยวนเพื่อพบกับครอบครัวของเฉินเจี๋ย ซึ่งเฉินเจี๋ยได้กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า “สายสัมพันธ์ของพวกเรา 2 ครอบครัว อาจจะส่งต่อจากคนรุ่นเรา สู่คนรุ่นหลังในอนาคต”

ขอบคุณข้อมูลจาก SCMP





Source link

About the author

Thailand News

Leave a Comment

Translate »