สหรัฐฯ ส่ง 2 รูปปั้นโบราณ อายุกว่า 1 พันปีคืนกลับสู่ไทย ด้านลูกพ่อค้าโบราณวัตถุ เล่ารูปปั้นเดินได้ตอนกลางคืน ก่อนส่งคืนกัมพูชา
วันที่ 17 ธันวาคม 2566 เดลินิวส์ รายงานว่า นายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) กล่าวว่า กรมศิลปากร ได้รายงานเรื่อง นายแมกซ์ ฮอลเลน ผู้อำนวยการและประธานกรรมการบริหารพิพิธภัณฑ์ศิลปะเมโทรโปลิทัน (The Metropolitan Museum of Art หรือ The MET) สหรัฐฯ มอบหมายให้ ภัณฑารักษ์เป็นผู้แทนเข้าพบเพื่อส่งมอบหนังสือแจ้งขอส่งคืนโบราณวัตถุจำนวน 2 รายการให้แก่ประเทศไทย เมื่อวันที่ 12 ธันวาคม ที่ผ่านมา
การส่งคืนโบราณวัตถุในครั้งนี้ สืบเนื่องจากพิพิธภัณฑ์ศิลปะเมโทรโปลิทัน ทำการตรวจสอบรายการโบราณวัตถุ ที่มีประวัติการได้มาเกี่ยวข้องกับนายดักลาส แลตช์ฟอร์ด นายหน้าค้าโบราณวัตถุ ผู้ซึ่งถูกสำนักงานอัยการเขตนิวยอร์กใต้ แจ้งดำเนินคดีค้าโบราณวัตถุโดยผิดกฎหมายเมื่อปี 2562 พบว่าหนึ่งในนั้นคือ โบราณวัตถุประติมากรรมสำริดจากประเทศไทย คือ ประติมากรรมพระศิวะสำริด ที่รู้จักในชื่อ Golden Boy
นอกจากนี้ยังพบโบราณวัตถุที่มีที่มาเกี่ยวพันกับ นางดอรีส วีเนอร์ ซึ่งถูกสำนักงานอัยการเขตนิวยอร์กแจ้งดำเนินคดีค้าโบราณวัตถุโดยผิดกฎหมายเมื่อปี 2564 เป็นโบราณวัตถุประติมากรรมสตรี จำนวน 1 รายการ คณะกรรมการบริหารพิพิธภัณฑ์ศิลปะเมโทรโปลิทันจึงมีมติถอดโบราณวัตถุทั้ง 2 รายการออกจากบัญชีทะเบียนโบราณวัตถุของพิพิธภัณฑ์ และประสานการส่งคืนแก่ประเทศไทยตามข้อตกลงกับสำนักงานอัยการเขตนิวยอร์กใต้ โดยจะทำพิธีส่งมอบอย่างเป็นทางการ ผ่านทางสถานกงสุลใหญ่ไทย ณ นครนิวยอร์ก ต่อไป
ภาพจาก Metmuseum
โบราณวัตถุที่จะได้รับกลับคืนครั้งนี้ ประกอบด้วย
ประติมากรรมพระศิวะ : อายุราวพุทธศตวรรษที่ 16 หรือประมาณ 900-1,000 ปีมาแล้ว เป็นรูปพระศิวะสวมเครื่องทรงแบบบุคคลชั้นสูง ถือเป็นโบราณวัตถุชิ้นเยี่ยม ซึ่งพบไม่มากนัก ประติมากรรมนี้สูงถึง 129 เซนติเมตร มีเทคนิคการสร้างแบบพิเศษ คือ หล่อด้วยสำริดและกะไหล่ทอง
ประติมากรรมสตรี : อายุราวพุทธศตวรรษที่ 16 เช่นกัน สูง 43 เซนติเมตร อยู่ในท่านั่งชันเข่าและยกมือไหว้เหนือศีรษะ แต่งกายแบบบุคคลชั้นสูง หล่อด้วยสำริดมีร่องรอยการประดับด้วยโลหะเงินและทอง
ทั้งนี้การส่งคืนโบราณวัตถุแก่ประเทศไทยหลังจากตรวจสอบพบว่ามีที่มาจากผู้ครอบครองเดิมที่ได้มาโดยผิดกฎหมาย
เป็นการแสดงถึงจริยธรรมของพิพิธภัณฑ์ศิลปะเมโทรโปลิทัน
ในการให้ความสำคัญกับการครอบครองโบราณวัตถุที่ถูกต้องตามกฎหมาย
ประกอบกับความสัมพันธ์อันดีระหว่างกรมศิลปากรและพิพิธภัณฑ์ศิลปะเมโทรโปลิทัน
เกี่ยวกับเรื่องนี้ Thai PBS รายงานว่า โบราณวัตถุที่เตรียมส่งคืนไทย 2 ชิ้น 1
ในนั้นมีสมบัติชาติชิ้นสำคัญ คือ รูปหล่อพระเจ้าชัยวรมันที่ 6 หรือ Golden
Boy มูลค่าปัจจุบันสูงถึง 100 ล้านบาท หลังถูกโจรกรรมไปจากบ้านยาง
อ.ละหานทราย จ.บุรีรัมย์ นานกว่า 60 ปี
นายทนงศักดิ์ หาญวงษ์ นักโบราณคดีอิสระ
หนึ่งในคณะกรรมการติดตามโบราณวัตถุของไทยในต่างประเทศ กลับคืนสู่ประเทศไทย
ลงพื้นที่ตรวจสอบหาหลักฐาน ที่ อ.ละหานทราย จ.บุรีรัมย์ พบว่า
ตามข้อมูลในหนังสือ Khmer Gold เขียนโดย เอ็มมา ซี บังเกอร์ กับ ดักลาส
แลตช์ฟอร์ด อดีตพ่อค้าโบราณวัตถุสัญชาติไทย ที่พึ่งเสียชีวิตไปไม่นาน
ยังระบุพิกัดพบที่บ้านยาง อ.ละหาน
ชาวบ้านเล่าว่า
มีการจ้างชาวบ้านขุดหาสมบัติทั่วเขาปลายบัด และปราสาทบ้านยางวันละ 100 บาท
หลังจากชาวบ้านขุดเจอรูปหล่อพระเจ้าชัยวรมันที่ 6
และขายให้กับพ่อค้าชาวต่างชาติ สูงถึง 1,000,000 บาท มากกว่ารางวัลที่ 1
ในสมัยนั้น มีชาวต่างชาติจากพิพิพิธภัณฑ์ในสหรัฐฯ
เดินทางมาหมู่บ้านแห่งนี้อีกครั้ง เขามาพร้อมรูปถ่ายเทวรูป
เพื่อให้ชาวบ้านที่ขุดเจอยืนยันว่าเป็นประติมากรรม
ตรงกับที่ชาวบ้านขุดได้หรือไม่
รายงานระบุว่า
โบราณวัตถุเหล่านี้ถูกลักลอบนำออกจากไทยในยุคสงครามเย็นผ่านไปถึงบริษัทประมูลในยุโรป
ก่อนตกถึงมือนักสะสมเป็นชาวต่างชาติ
ต่อมาคนเหล่านี้ได้บริจาคโบราณวัตถุบางส่วนให้กับพิพิธภัณฑ์ศิลปะทั่วสหรัฐฯ
เพื่อลดหย่อนภาษี และการฟอกเงินด้วย
ด้าน พิพิธภัณฑ์ศิลปะเมโทรโปลิทัน เปิดเผยว่า นอกจากกระบวนการดำเนินการเตรียมคืนรูปปั้นโบราณให้ไทย จำนวน 2
ชิ้น ยังเตรียมส่งมอบรูปปั้น 14 ชิ้น คืนให้กับ กัมพูชา อีกด้วย
หลังตรวจพบว่า โบราณวัตถุชุดนี้ถูกโจรกรรมมาอย่างผิดกฎหมาย
เล่าย้อนความทรงจำเมื่อครั้งวัยเด็กของเธอว่า
พ่อของเธอห้ามวิ่งเล่นในที่พักอาศัย อันเต็มไปด้วยโบราณวัตถุ
ทุกมุมของอพาร์ตเมนต์ของพ่อในกรุงเทพฯ
เต็มไปด้วยรูปปั้นเทพแบบเขมรที่มีมูลค่ามากเกินกว่าที่จะให้เด็กไปจะเสี่ยงวิ่งเล่น
เมื่อเธอจะเข้านอน ใบหน้าอันเศร้าสลดของรูปปั้นเป็นภาพที่หลอกหลอนเธอ
เธอเคยพูดกับพ่อว่า “รูปปั้นเหล่านี้ พวกมันเดินได้ในตอนกลางคืน”
อย่างไรก็ดี แม้คอลเล็กชั่นที่หลงเหลือไว้ของ นายดักลาส
จะมีทั้งความพิเศษโดดเด่น และมีมูลค่ามากกว่า 50 ล้านเหรียญ หรือกว่า 1,700
ล้านบาท แต่ลูกสาวของเขาได้ตัดสินใจส่งคืนของเหล่านี้ให้กับประเทศกัมพูชา
เพื่อให้นักวิชาการกัมพูชาสามารถศึกษาและจัดแสดงในพิพิธภัณฑ์แห่งใหม่ที่จะสร้างขึ้นในกรุงพนมเปญ
ขอบคุณข้อมูลจาก เดลินิวส์, Thai PBS, Metmuseum, New York Times
