In Thailand

สาวเปิดใจ โดนแฟนหนุ่มขายฝันหลอกไปอเมริกา คืนแรกบังคับให้นอนกับผู้ชาย 20 คน

สาวเปิดใจ โดนแฟนหนุ่มขายฝันหลอกไปอเมริกา คืนแรกบังคับให้นอนกับผู้ชาย 20 คน
Written by Thailand News


            สาวเปิดใจเรื่องลับ โดนแฟนหนุ่มขายฝันหลอกไปอเมริกา คืนแรกเจอบังคับให้นอนกับผู้ชาย 20 คน สุดท้ายต้องกลายเป็นโสเภณี  


โดนหลอกไปขายบริการ
            เมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน 2566 เว็บไซต์ไซต์นิวยอร์กโพสต์ เผยเรื่องราวชีวิตทุกข์ระทมของหญิงรายหนึ่ง ชื่อว่า กิกา เซอร์ต้า (นามแฝง) หญิงชาวเวเนซุเอลา ปัจจุบันอายุ 51 ปี เมื่อไม่นานมานี้ เธอได้ออกมาเปิดใจเหตุการณ์ในอดีต ย้อนกลับไปเมื่อ 30 ปีก่อน สมัยเป็นสาวสะพรั่ง เธอได้ตกหลุมรักกับหนุ่มต่างชาติรูปหล่อคนหนึ่ง ก่อนที่จะตกลงปลงใจย้ายไปอยู่กับเขาที่สหรัฐอเมริกา เธอวาดฝันชีวิตที่สวยงามที่นั่น แต่เพียงแค่คืนแรกที่ไปถึง มันกลับกลายเป็นฝันร้ายที่หลอกหลอกเธอมาตลอดทั้งชีวิต

            เซอร์ต้า เผยว่า เธอเคยอาศัยที่เมืองการากัส ในประเทศเวเนซุเอลา เธอเรียนเกี่ยวกับบัญชี และทำงานที่โรงแรม ก่อนที่จะได้เจอกับหนุ่มคนหนึ่งจากสหรัฐอเมริกา ชื่อว่า แดเนียล เธอตกหลุมรักเขา แต่หารู้ไม่ว่ามันคือหลุมพราง เขาแนะนำให้เธอรู้จักกับผู้หญิงคนหนึ่งที่เป็นลูกพี่ลูกน้องของเขาชื่อ แซนดรา ซึ่งแซนดราได้เสนอให้เธอไปอาศัยอยู่ด้วยกันที่นิวยอร์ก โดยบอกว่า “เราก็เหมือนครอบครัวเดียวกัน”

            ในปี 2535 เซอร์ต้าตัดสินใจย้ายไปลงหลักปักฐานใหม่ที่นิวยอร์ก พร้อมกับเงินเก็บทั้งหมดที่มี 3,000 ดอลลาร์ หรือราว 106,000 บาท (ตามอัตราแลกเปลี่ยนปัจจุบัน) โดยเข้าใจว่าจะได้ไปอยู่กับครอบครัวของแดเนียล เชื่อว่าเธอจะได้มีชีวิตที่ดีขึ้น แต่ปรากฎว่าหลังจากลงมาถึงสนามบิน ภาพฝันของเธอก็พังทลายอย่างไม่เหลือชิ้นดี เมื่อความจริงที่โหดร้ายปรากฏ

            แซนดรามารับเซอร์ต้าที่สนามบิน พร้อมทั้งยึดพาสปอร์ตและเงินเก็บของเธอไปในทันที ก่อนที่จะพาเธอไปที่ถนนรูสเวลต์ อเวนิว ในย่านโคโรนา เขตควีนส์ ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นศูนย์กลางสำหรับผู้ค้าบริการทางเพศของคนที่มาจากต่างถิ่น นับว่าเป็นย่านซ่องโสเภณีที่มีชื่อเสียงมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน   

            เซอร์ต้าถูกพาไปที่บ้านหลังหนึ่ง และถูกบังคับให้อยู่ที่นั่นโดยไม่ได้รับอนุญาตให้ออกมา เธอยังถูกข่มขู่ว่าถ้าไปไหนโดยไม่มีพาสปอร์ตจะเป็นเรื่อง จนกระทั่งผ่านไปประมาณ 2 สัปดาห์ แซนดราก็อนุญาตให้เธอได้เจอแดเนียลและได้นั่งคุยกัน ทำให้เธอรู้ความจริงว่า แดเนียลอาศัยอยู่ที่นั่น และยังติดหนี้แซนดราจำนวนมาก แซนดราจึงให้เธอจ่ายหนี้ชดใช้ให้เขา และวิธีการที่จะจ่ายก็คือ เธอต้องขายบริการทางเพศที่นั่น เมื่อได้ยินชัดเจนเช่นนั้น เธอก็โกรธแค้นแดเนียลมาก ทั้งที่ตอนแรกบอกว่าจะให้เธอมาทำงานเป็นพี่เลี้ยงเด็ก

            “คุณทำอะไรลงไป คุณพาฉันมาที่นี่เพื่อทำสิ่งนี้เหรอ ?” เซอร์ต้า กล่าวกับแดเนียลอย่างเสียใจและผิดหวัง ก่อนที่เขาจะตอบกลับมาว่า “ก็แค่ทำไป นี่คือสิ่งที่ทุกคนในครอบครัวของฉันทำ” ความจริงก็คือ พวกเขาทำเป็นกระบวนการ โดยหลอกพาผู้หญิงมาที่นั่น เพื่อใช้งานและหาเงินจากพวกเธอ

            ต่อมา แซนดราได้จัดการเตรียมตัวให้เซอร์ต้าเริ่มรับงาน โดยซื้อชุดคลุมอาบน้ำให้ และตั้งชื่อใหม่ให้เธอว่า ลิลลี่ ก่อนที่จะขับรถพาเธอไปยังซ่องหลังหนึ่งแล้วพาเธอเข้าไป พร้อมทั้งแนะนำว่า “นี่คือสาวคนใหม่ เพิ่งมาใหม่สด ๆ ร้อน ๆ อายุแค่ 20 ปี” จากนั้นก็พาเธอเข้าไปในห้องนอน และทุกครั้งที่มีเสียงเคาะประตูดัง ก็จะมีผู้ชายมายืนรอเข้าไป  

            ในคืนแรกเซอร์ต้าถูกบังคับให้นอนกับผู้ชาย 20 คน เธอไม่รู้ด้วยซ้ำว่าแต่ละคนคือใคร รู้แต่ว่าพวกเขาเข้ากันมาทีละคน ๆ “นั่นเป็นคืนที่เลวร้ายที่สุดในชีวิตของฉัน ฉันไม่มีจิตใจ ไม่มีวิญญาณ ฉันทำได้แค่ตื่นเช้ามา ไปกินข้าว กลับไปนอน รอเวลาที่ฉันต้องกลับไปทำงาน” เซอร์ต้า กล่าว

            โดยตอนกลางวันจะเป็นเวลาพักของเธอ แซนดราจะไปรับเธอมานอนที่บ้าน และในตอนกลางคืนก็จะขับพาเธอไปส่งที่ซ่องต่าง ๆ  โดยที่ซ่องเหล่านั้น มีผู้หญิงคนอื่น ๆ ที่ร่วมชะตากรรมเดียวกับเธออีกประมาณ 20 คน อายุมีตั้งแต่ 16-40 ปี มาจากหลายประเทศทั้งเวเนซุเอลา โคลอมเบีย เม็กซิโก ฟิลิปปินส์ และจีน

            ผู้ชายที่มาใช้บริการจะจ่ายคนละ 35 ดอลลาร์ หรือราว 1,260 บาท (ตามอัตราแลกเปลี่ยนปัจจุบัน) ซึ่งเธอไม่ได้แตะเงินนั้น ได้รับเพียงทิปประมาณครั้งละ 3-5 ดอลลาร์ ที่ต้องพยายามแอบเก็บเอาไว้ แต่สุดท้ายก็โดนยึดไป  

            หลังคืนวันในขุมนรกผ่านไปอย่างไม่รู้จบ ในที่สุดเซอร์ต้าก็ขอพาสปอร์ตของเธอคืนได้สำเร็จ โดยแลกกับการทำงานจ่ายเงินเพื่ออิสรภาพ ปัจจุบันเธอเธอแต่งงานและมีลูกสาว 3 คน แต่แม้จะผ่านมาหลายสิบปี ที่ย่านแห่งนั้นยังคงมีธุรกิจนี้ และนั่นหมายความว่า ยังมีหญิงสาวที่ตกเป็นเหยื่อถูกหลอกเช่นเดียวกับเธออยู่เรื่อย ๆ โดยที่พวกเธอไม่ได้เต็มใจ แต่ก็ไปไหนไม่ได้

            “ไม่ใช่พวกเธอเลือกไม่ได้ แต่หนีออกมาไม่ได้ พวกเธอถูกบังคับให้ต้องแตกสลายไม่ว่าทางใดทางหนึ่ง หลังจากที่พวกเธอแตกสลายแล้ว ก็ไม่มีทางออก” เซอร์ต้า กล่าว

ขอบคุณข้อมูลจาก ETtoday, New York Post





Source link

About the author

Thailand News

Leave a Comment

Translate »