สาวช็อก นอนดี ๆ ตื่นมาอีกทีเงินหาย 3 แสน แถมอึ้งกว่า เมื่อผลสอบธนาคารออกมาแบบนี้
สาวช็อก นอนดี ๆ ตื่นมาอีกทีเงินหาย 3 แสน แถมอึ้งกว่า เมื่อผลสอบธนาคารออกมาแบบนี้


          สาวช็อกหนัก นอนหลับอยู่ดี ๆ ตื่นมาเงินหายจากบัญชี 3 แสน ! แจ้งธนาคารไปแล้วแต่คำตอบที่ได้กลับมาทำเอาอึ้ง ไม่แคร์ไม่สน ไม่ขอคืนเงินให้

เงินหายจากบัญชี 3 แสน
ภาพประกอบข่าวไม่เกี่ยวข้องกับข้อมูล

            เรื่องเงิน ๆ ทอง ๆ เป็นของไม่เข้าใครออกใคร ยิ่งอยู่ดี ๆ เงินในบัญชีถูกโอนไปให้คนอื่นทั้ง ๆ ที่ยังไม่ได้ทำธุรกรรมอะไร ก็ยิ่งกลายเป็นเรื่องใหญ่ที่ทำให้ร้อนใจจนนั่งไม่ติด ดังเช่นเรื่องราวของผู้ใช้เฟซบุ๊ก Bowvy Boom Boom ที่เธอเล่าว่าวันหนึ่งขณะเธอกำลังนอนหลับอยู่ดี ๆ เงินในบัญชีของเธอก็หายไป 300,000 บาท แถมระบบยังโอนไปให้คนที่เธอไม่รู้จัก ไปยังอีกธนาคารหนึ่ง ซึ่งเธอทันแคปชื่อและเลขบัญชีของคนที่รับเงินทัน

            ทั้งนี้ เจ้าของโพสต์เผยว่า ในตอนนั้นมีคน Log in เข้าไปใช้แอปฯ ของเธอและถอนเงินออกไปยังบัญชีที่เธอก็ไม่รู้จัก นั่นทำให้เธอตกใจมาก เธอรีบรวบรวมหลักฐานไปแจ้งเรื่องนี้กับคอลเซ็นเตอร์รวมถึงแจ้งความไปแล้วและรวบรวมหลักฐานไปแจ้งที่ ธปท. อีก

            อย่างไรก็ตาม ธนาคารบอกให้เธอรอ 5 วันเพื่อทราบผลการสอบสวน กระทั่งผ่านไป 1 เดือน มีหนังสือปฏิเสธแจ้งมาว่า เธอถอนเงินเองจากโทรศัพท์เครื่องนี้ ยี่ห้อนี้ เพียงแค่นั้น ไม่มีหลักฐานอื่นใดประกอบที่ยืนยันว่าเธอเป็นคนทำ ในขณะที่เธอมีเอกสารและหลักฐานที่ขอมาจากธนาคาร รวมถึงหลักฐานที่รวบรวมมาเพื่อพิสูจน์ตัวเองเป็น 10 กว่าแผ่น แถมยังร้องเรียนผ่าน ธปท. ไปเป็นรอบที่ 3 แล้ว ซึ่งทาง ธปท. บอกว่าเตรียมใจไว้หน่อย ให้หาวิธีอื่นต่อไป เพราะธนาคารน่าจะไม่ยอมรับ

เงินหายจากบัญชี 3 แสน
ภาพประกอบข่าวไม่เกี่ยวข้องกับข้อมูล

เจ้าของโพสต์ชี้จุด คนโอนออกกับตัวเธออยู่คนละที่ – ไม่มีอีเมล สลิปแจ้งเตือน เกิดอะไรขึ้น

            อย่างไรก็ตาม เจ้าของโพสต์ได้เข้ามาตั้งข้อสังเกต และให้ช่วยวิเคราะห์ว่าเรื่องนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร และเป็นความผิดของใครกันแน่

            1. เธอเข้าใช้แอปพลิเคชันไม่ได้ แต่มีคน Log in เข้าไปใช้แอปฯ ของเธอและถอนเงินได้อย่างไร

            2. ธนาคารรีบให้ลบแอปพลิเคชันออก ทั้ง ๆ ที่เธอขอแค่ระงับการใช้ เพราะยังมีเงินเหลือในบัญชี แต่ธนาคารคะยั้นคะยอให้ลบเท่านั้น ทำให้เธอไม่มีข้อมูลอะไรเหลือเลย พร้อมเตือนเป็นอุทาหรณ์ว่าอย่าทำ ต้องไม่ลบเท่านั้น

            3. ปกติในการถอนเงินทุกครั้ง เธอจะต้องได้รับสลิปและอีเมลแจ้ง ซึ่งเธอก็จะเก็บสลิปทุกครั้งที่โอนเงิน แต่ครั้งนี้เธอไม่ได้รับสลิปและอีเมลแจ้ง

            4. เธอมีชื่อและที่อยู่ของคนที่รับโอนเงิน โดยได้เห็นหน้าผู้รับแล้ว ยืนยันว่าไม่รู้จัก ไม่มีความสัมพันธ์เกี่ยวข้องใด ๆ ให้ธนาคารดำเนินการทางกฎหมายได้เลย แต่ธนาคารไม่สนใจ ไม่ติดตาม บอกแต่เพียงว่า เธอโอนเอง ระบบธนาคารไม่มีปัญหา ซึ่งเธอก็อยากจะถามว่า เธอจะโอนไปให้ใครก็ไม่รู้ที่หน้าตาเหมือนโจร เพื่ออะไร

            5. ช่วงเวลาที่โอนคือ 23.34 น. ถ้าเธอจะโอน ทำไมต้องนั่งถ่างตารอเวลาดึก ๆ โอนกลางวันจะสะดวกกว่าหรือไม่ อีกทั้งเธอมีนาฬิกาข้อมือออกกำลังกายที่ติดตัวตลอด ไม่เคยถอดแม้เวลานอน ซึ่งในวันนั้นนาฬิกาไม่มีการเคลื่อนไหวเพราะเธอนอนแล้วตั้งแต่ 21.26 น.

            6. เมื่อเธอขอข้อมูลสำคัญ ๆ จากธนาคาร เช่น Mac address, IMEI ที่เป็นเหมือนบัตรประชาชนของเครื่องโทรศัพท์ ธนาคารกลับตอบว่าไม่มี ไม่ได้เก็บ เธอจึงรู้สึกว่าของสำคัญทำไมธนาคารไม่เก็บ เวลาเกิดเคสแบบนี้จะเอาอะไรมาพิสูจน์ให้ลูกค้าได้บ้าง

            7. เธอขอ IP Address ไป ธนาคารก็ให้พิกัดมา เธอจึงเอาไปหาจาก Google ปรากฏว่าพิกัดอยู่ กทม. แต่เธออยู่ฉะเชิงเทรา ซึ่งเป็นคนละที่กับที่พักและที่ทำงานของเธอ ไม่สัมพันธ์และเกี่ยวข้องกันกับเธอเลย

            8. เอกสารที่ขอจากธนาคาร เรื่องการส่ง E-Slip ที่แจ้งมาเมื่อมีการถอนเงิน แจ้งมาที่เบอร์เหมือนของเธอเป๊ะ แต่ไม่ใช่เครือข่ายของโทรศัพท์ที่เธอใช้และเธอก็ไม่ได้รับ E-Slip ด้วย

            เธอยืนยันว่าทุกข้อที่กล่าวมา มีเอกสารประกอบทุกแผ่น ณ วันนี้เธอยังไม่รู้ชะตากรรมว่าธนาคารจะคืนเงินเธอหรือไม่ หากใครมีคำแนะนำว่าควรจะสู้และรับมือกับธนาคารแบบนี้ต่อไปอย่างไรถ้าไม่ได้เงินคืน สามารถแนะนำเธอได้ อีกทั้งเธอยังอยากได้ทนายเก่ง ๆ ที่มีความรู้ด้าน IT ด้วย เธออยู่จังหวัดเล็ก ๆ ที่ไม่ค่อยมีกรณีแบบนี้ หาทนายยากมากและคงไม่มีทางสู้กับทนายของธนาคารได้

เงินหายจากบัญชี 3 แสน

ขอบคุณข้อมูลจาก เฟซบุ๊ก Bowvy Boom Boom





Source link

Leave a Reply