สรุปคดีเสือดำ ยิงลั่นป่าสุดหดหู่ เปรมชัย สู้ยืดเยื้อ 3 ศาล สุดท้ายเจ้าสัวติดคุก
สรุปคดีเสือดำ ยิงลั่นป่าสุดหดหู่ เปรมชัย สู้ยืดเยื้อ 3 ศาล สุดท้ายเจ้าสัวติดคุก



          ย้อนรอยคดี เปรมชัย กรรณสูต เสียงปืนลั่นป่าทุ่งใหญ่นเรศวร ล่าเสือดำ สัตว์ป่าคุ้มครองใกล้สูญพันธุ์ของโลก หลักฐานชัด แต่ยังสู้คดียืดเยื้อ 3 ศาล นานกว่า 3 ปี จนถูกตัดสินจำคุก ไม่รอลงอาญา คืนความยุติธรรมให้ผืนป่าและเสือดำ

          เป็นข่าวใหญ่สะเทือนสังคมอย่างมาก สำหรับคดีล่าเสือดำ ของ นายเปรมชัย กรรณสูต ประธานบริหารและกรรมการ บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) ซึ่งจำเลยสู้คดีมาแล้ว 2 ศาล ใช้เวลานานกว่า 3 ปี จนถึงปัจจุบัน ศาลจังหวัดทองผาภูมิ นัดอ่านคำพิพากษาศาลฎีกา ของ นายเปรมชัย พร้อมพวกอีก 3 คน วันที่ 8 ธันวาคม 2564 ผู้คนต่างรอดูบทสรุปว่า เสือดำ จะได้รับความเป็นธรรมหรือไม่
ย้อนรอยคดีดัง สะเทือนป่าทุ่งใหญ่นเรศวร

 
         
วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2561 นายวิเชียร ชิณวงษ์
หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร ด้านตะวันตก
ได้รับแจ้งว่าพบนักท่องเที่ยวตั้งแคมป์อยู่บริเวณจุดต้องห้าม
จึงนำกำลังเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบ พบนักท่องเที่ยว 4 คน ได้แก่..

          นายเปรมชัย กรรณสูต ประธานบริหาร บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน)

          นายยงค์ โดดเครือ คนขับรถ

          นางนที เรียมแสน แม่ครัว

          นายธานี ทุมมาศ นายพราน

         
โดยก่อนหน้านั้น วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2561
ชุดลาดตระเวนใช้รถจักรยานยนต์ตรวจสอบเส้นทาง พบกลุ่มคน 4 คน
กางเต็นท์อยู่ใกล้ลำห้วยปะชิ เมื่อเข้าไปเตือนว่าเป็นเขตห้ามค้างแรม
พบคนในกลุ่มบางคนมีท่าทางมึนเมา เมื่อเตือนเสร็จก็แจ้งหัวหน้าวิเชียร
และได้ซุ่มดูพฤติกรรมอยู่ กระทั่งเวลาผ่านไปมีเสียงปืนดังขึ้น
เจ้าหน้าที่จึงเข้าตรวจสอบ

         
จากการตรวจค้นพบซากสัตว์ป่าคุ้มครอง ไก่ฟ้าหลังเทา ซากเนื้อเก้ง
อาวุธปืนลูกกรดติดลำกล้อง ปืนไรเฟิลติดลำกล้อง ปืนลูกซองแฝด
รวมถึงปืนยาวอื่น ๆ และเครื่องกระสุนอีกจำนวนมาก
และหม้อแกงที่ปรุงอาหารสัตว์ป่า

          นอกจากนี้
เจ้าหน้าที่พบถุงดำน่าสงสัยซุกซ่อนอยู่ห่างจากจุดตั้งแคมป์
ตรวจสอบภายในถุงพบซากเสือดำ สัตว์ป่าคุ้มครองของไทย
ซึ่งมีความเสี่ยงเป็นสัตว์สูญพันธุ์ของโลก พบเป็นซากถูกชำแหละ ถลกหนัง
โดยหนังเสือดำมีการถนอมไว้ด้วยเกลือ และพบกะโหลกเสือดำ
และเนื้อเสือดำที่ปรุงสุกแล้ว

         
เจ้าหน้าที่ป่าไม้ควบคุมตัวทั้ง 4 คน ส่งตำรวจ สภ.ทองผาภูมิ ในวันที่ 6
กุมภาพันธ์ 2561 พนักงานสอบสวนผู้ต้องหาเป็นเวลา 48 ชั่วโมง
ก่อนได้รับการประกันตัว

          ต่อมา
ตำรวจกองพิสูจน์หลักฐาน ได้ตรวจสอบหาร่องรอยกระสุนของเสือดำ
พบว่าเสือดำถูกยิงจำนวน 8 นัด ส่วนไก่ฟ้าหลังเทา พบร่องรอยกระสุน 12 จุด
ซึ่งจากหลักฐานทั้งหมดเชื่อได้ว่า นายเปรมชัย
และพวกมีเจตนาเข้ามาล่าสัตว์ป่า
ไม่ใช่นักอนุรักษ์ที่เข้ามาท่องเที่ยวศึกษาธรรมชาติ
ตามที่กล่าวอ้างกับเจ้าหน้าที่หน้าด่าน

อัยการยื่นฟ้องอ่วมหลายข้อหาหนัก

          วันที่ 30 เมษายน 2564 อัยการจังหวัดทองผาภูมิ เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายเปรมชัย กรรณสูต พร้อมพวก ใน 6 ข้อหา ได้แก่…

          1. ร่วมกันพกพาอาวุธปืนไปในเมืองหมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต

          2. ร่วมกันล่าสัตว์ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าโดยไม่ได้รับอนุญาต

          3. ร่วมกันล่าสัตว์ป่าคุ้มครองโดยไม่ได้รับอนุญาต

          4. ร่วมกันมีไว้ครอบครองซึ่งซากสัตว์ป่าคุ้มครองโดยที่ไม่ได้รับอนุญาต

          5. ร่วมกันช่วยซ่อนเร้นช่วยพาเอาไปเสียหรือรับไว้ซึ่งซากสัตว์ป่าอันได้มาโดยกระทำความผิดกฎหมาย

          6. ร่วมกันเก็บหาของป่าในเขตป่าสงวนแห่งชาติโดยไม่ได้รับอนุญาต

คำพิพากษาจากตุลาการ 3 ศาล

ศาลชั้นต้น

         
วันที่ 19 มีนาคม 2562 ศาลชั้นต้น พิพากษาจำคุก นายเปรมชัย เป็นเวลา 16
เดือน ฐานเป็นผู้สนับสนุนให้ผู้อื่นล่าสัตว์ป่าในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า,
ร่วมกันมีซากสัตว์ป่าคุ้มครอง (ไก่ฟ้าหลังเทา)
ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และพกพาอาวุธปืนในที่สาธารณะ

         
โดยศาลยกฟ้อง นายเปรมชัย ข้อหาร่วมกันเก็บหาของป่า
และข้อหาร่วมกันมีและครอบครองสัตว์ป่าคุ้มครองไว้ในครอบครอง ขณะที่จำเลยที่
2-4 ล้วนถูกลงโทษข้อหาร่วมกันครอบครองสัตว์ป่าคุ้มครอง (ซากเสือดำ)

ค้นบ้านเจอปืน โดนคดีเพิ่มอีก

         
ต่อมาเดือนเมษายน 2562 อัยการมีความเห็นฟ้อง นายเปรมชัย เพิ่มเติม
ในฐานความผิดมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนใว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต
หลังจากตำรวจเข้าตรวจค้นบ้านของนายเปรมชัย ซึ่งพบปืนหลายกระบอก
จึงฟ้องต่อศาลอาญา รัชดาภิเษก

ศาลชั้นต้น

         
ในเดือนสิงหาคม 2562 ศาลอาญาตัดสินจำคุก นายเปรมชัย
ฐานมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ตาม
พ.ร.บ.อาวุธปืนและเครื่องกระสุนฯ พ.ศ. 2490 ลงโทษจำคุก 6 เดือน
และได้รับการประกันตัว 2 แสนบาทระหว่างอุทธรณ์คดี

ศาลอุทธรณ์

         วันที่ 12 ธันวาคม 2562 ศาลอุทธรณ์ พิพากษาจำคุกจำเลย 4 คน คือ

         – นายเปรมชัย กรรณสูต 2 ปี 14 เดือน

         – นายยงค์ โดดเครือ 2 ปี 17 เดือน

         – นางนที เรียมแสน 1 ปี 8 เดือน รอการลงโทษตามศาลชั้นต้น

         – นายธานี ทุมมาศ 2 ปี 21 เดือน

         โดยจำเลย 3 คน ได้แก่ นายเปรมชัย นายยงค์ และนายธานี ได้ยื่นศาลฎีกา ในคดีเกี่ยวกับการล่าสัตว์ป่า

ศาลฎีกา ชี้ชะตา เปรมชัย

        
วันที่ 8 ธันวาคม 2564 ศาลจังหวัดทองผาภูมิ นัดอ่านคำพิพากษาศาลฎีกา
นายเปรมชัย กรรณสูต เดินทางมาถึงศาลจังหวัดทองผาภูมิด้วยรถยนต์ส่วนตัว
มีผ้าปิดบริเวณดวงตาด้านซ้ายและใช้ไม้เท้า เข้าฟังคำตัดสินของศาล

         โดยศาลฎีกา ระบุว่า ฎีกาของจำเลยทั้ง 3 คน ฟังไม่ขึ้น พร้อมตัดสินโทษจำคุกทุกคน คือ

         – นายเปรมชัย จำคุก 2 ปี 6 เดือน

         – นายยงค์ โดดเครือ จำเลยที่ 2 จำคุก 2 ปี 9 เดือน

         – นายธานี ทุมมาศ จำเลยที่ 4 จำคุก 2 ปี 13 เดือน

         
นอกจากโทษจำคุกแล้ว ยังให้จำเลยชดใช้ค่าเสียหาย 2 ล้านบาท พร้อมดอกเบี้ย
และโทษนี้ไม่มีการรอลงอาญา เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวผู้ต้องหาทันที
เพื่อนำตัวเข้าเรือนจำทองผาภูมิ

          บัดนี้คนทำผิดได้รับโทษทัณฑ์แล้ว คืนความเป็นธรรมให้ผืนป่าและวิญญาณเสือดำ





Source link

Leave a Reply