สยอง ! เด็ก ม.2 เจอระเบิดในโรงเรียน หวังดีจะเอาไปให้ผู้ใหญ่ พลาดบึ้มใส่มือหวิดขาด
สยอง ! เด็ก ม.2 เจอระเบิดในโรงเรียน หวังดีจะเอาไปให้ผู้ใหญ่ พลาดบึ้มใส่มือหวิดขาด



          นักเรียน ม.2 พบระเบิดปิงปองในโรงเรียน กำลังจะเอาไปให้ผู้ใหญ่ เจอเพื่อนเตะตะกร้อมาให้ เลยตั้งท่ารับแต่พลาดล้ม ระเบิดใส่มือหวิดขาด ตำรวจเร่งตรวจสอบที่มา คาดเป็นของโจ๋ต่างถิ่น นำมาใช้ล้างแค้นคู่อริ


          วันที่ 18 กรกฎาคม 2566 ข่าวช่องวัน รายงานว่า เกิดเหตุระเบิดภายในโรงเรียนประจำหมู่บ้าน ที่บ้านกุดไผ่ ต.ตลาดแร้ง อ.บ้านเขว้า จ.ชัยภูมิ มีนักเรียน ม.2 บาดเจ็บ 1 ราย ต้องรักษาตัวที่โรงพยาบาล เนื่องจากขณะกำลังนำระเบิดที่พบไปส่งผู้ใหญ่ เกิดระเบิดขึ้นมาทำให้ได้รับบาดเจ็บมือเกือบขาด

          โดยที่เกิดเหตุ บริเวณลานสนามตะกร้อและสนามฟุตบอล เจ้าหน้าที่ได้กั้นพื้นที่ไว้และเร่งตรวจสอบ พบเศษระเบิดที่ถูกประดิษฐ์ขึ้นจากประทัด และพันด้วยเทปพันสายไฟสีดำตกอยู่ ลักษณะฉีกขาดและแตกออกกระจายอยู่บริเวณดังกล่าว จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน

          จากการสอบถามเด็ก ป.5 ที่อยู่ในเหตุการณ์ เล่าว่า
ตนเจอวัตถุคล้ายระเบิดขนาดเท่าลูกปิงปองที่สนาม ด้วยความกลัวจึงไม่กล้าจับ
จึงไปบอกรุ่นพี่ ม.2 คนบาดเจ็บ
จากนั้นรุ่นพี่ก็มาเก็บไปและกำลังนำไปส่งผู้ใหญ่
ระหว่างทางมีเพื่อนเตะตะกร้อมาให้ รุ่นพี่จึงตั้งท่ารับแล้วล้มลงกระแทกพื้น
ทำให้ระเบิดที่อยู่ในมือระเบิดออกมา

         
ด้านกู้ภัยและผู้ใหญ่บ้าน ให้ข้อมูว่า
ระเบิดดังกล่าวน่าจะเป็นของกลุ่มวัยรุ่นต่างถิ่นที่เข้ามามีเรื่องกับวัยรุ่นในหมู่บ้าน
ก่อนหน้าที่จะเกิดเหตุ 3 วัน ช่วงหลังเที่ยงคืน พบกลุ่มวัยรุ่นต่างถิ่น
ขี่รถมอเตอร์ไซค์ 3-4 คัน
จากนั้นไม่นานก็ได้ยินเสียงระเบิดดังขึ้นหลายครั้ง ส่วนปมการขัดแย้ง
น่าจะมาจากเด็กวัยรุ่นบ้านนี้ไปร่วมงานบวชในอีกหมู่บ้านหนึ่ง
เมื่อช่วงเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา
อาจเกิดการเขม่นกันและท้าทายกันผ่านโซเชียล จึงได้ตามมาก่อกวนหวังจะเอาคืน

         
ขณะที่ ผอ.โรงเรียน ได้ทำการกั้นพื้นที่และประสานตำรวจ
เพื่อขอกำลังเข้าตรวจสอบบริเวณโรงเรียนโดยละเอียดว่ายังมีระเบิดชนิดดังกล่าว
หลงเหลืออยู่อีกหรือไม่ เพื่อความปลอดภัยของเด็กในโรงเรียน

         
ทั้งนี้ ตำรวจยืนยันว่า หากพบเยาวชนมีการก่อเหตุหรือกระทำสิ่งผิดกฎหมาย
โดยการประกอบอาวุธหรือระเบิด ก็ต้องดำเนินการตามกฎหมายเพิ่มเติมต่อไป
เพื่อไม่ให้เกิดความรุนแรงซ้ำอีกได้

ขอบคุณข้อมูลจาก ข่าวช่องวัน





Source link

Leave a Reply