In Thailand

วาสนา นาน่วม เผยเล่ห์เขมร แถลงการณ์มัดมือชกไทย ปัดถอยอ้างครอบครองจุดปะทะ

วาสนา นาน่วม เผยเล่ห์เขมร แถลงการณ์มัดมือชกไทย ปัดถอยอ้างครอบครองจุดปะทะ
Written by Thailand News


          วาสนา นาน่วม ชวนจับตาเล่ห์เหลี่ยม กัมพูชา ออกแถลงการณ์มัดมือชกไทย ปัดถอยจากจุดปะทะ อ้างครอบครองมาก่อน MOU2543 



วาสนา นาน่วม เผยเล่ห์เขมร แถลงการณ์มัดมือชกไทย
ภาพจาก เฟซบุ๊ก Wassana Nanuam

          วันที่ 30 พฤษภาคม 2568 วาสนา นาน่วม ผู้สื่อข่าวอาวุโสสายทหารชื่อดัง ลงคลิปในหัวข้อ เล่ห์เขมร ! ผบ.ทบ.เขมรกร้าวกลางวงเจรจา ไม่ยอมถอย ยึดแดนไทยช่องบก แถลงการณ์ยึดแดน ซัดไทยผู้รุกราน

          ช่วงหนึ่งระบุว่า การเจรจาระหว่างผู้บัญชาการทหารบกไทยและกัมพูชา พล.อ. พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผู้บัญชาการทหารบกของไทย กับ พล.อ. เมา โซะพัน ผู้บัญชาการทหารบกของกัมพูชา เมื่อ 15.30 น. วันที่ 29 พฤษภาคม ที่ช่องจอม จ.สุรินทร์ ใช้เวลาพูดคุยประมาณ 90 นาที ไม่ได้จบลงด้วยความสวยงามหรือความราบรื่นหรือความสำเร็จ แต่อาจกำลังตามมาด้วยปัญหาและความเสียเปรียบของฝ่ายไทย

          จะเห็นได้ว่าหลังการประชุมเสร็จสิ้นมีรายงานข่าวออกมาจากที่ประชุมว่าสามารถตกลงกันได้ใน 3 ข้อ คือ 1. การถอยกำลังออกจากกันจากจุดที่เป็นความขัดแย้ง 2. ให้รอการเจรจาของคณะกรรมการชายแดนระดับภูมิภาค RBC และคณะกรรมการปักปันเขตแดน ที่กำลังจะประชุมกันในอีกประมาณ 2 สัปดาห์ และข้อที่ 3. ก็คือให้ทั้ง 2 ฝ่ายอยู่ร่วมกันในพื้นที่ด้วยความระมัดระวังและอดทนไม่ให้เกิดปัญหากระทบกระทั่งโดยให้ผู้บังคับบัญชาดูแลอย่างใกล้ชิด

วาสนา นาน่วม เผยเล่ห์เขมร แถลงการณ์มัดมือชกไทย

ภาพจาก เฟซบุ๊ก Wassana Nanuam

          อย่างไรก็ดี ประเด็นที่ไม่ได้ถูกพูดถึงคือปัญหาที่เกิดขึ้นในสิ่งที่ตกลงกันไม่ได้และฝ่ายกัมพูชาไม่ยินยอมนั่น คือการไม่ยอมถอนกำลังออกจากพื้นที่ปะทะล่าสุดที่เรียกว่าช่องบก โดยฝั่งเขมรเรียกว่ามุมใหม่ โดยเข้ามายึดถึงแนวต้นตีนเป็ด ซึ่งบริเวณนี้ถือว่าเป็นเขตแดนประเทศไทย ไม่ใช่พื้นที่อ้างสิทธิ์ทับซ้อน แต่ทาง ผบทบ.กัมพูชา ยืนยันหนักแน่นในที่ประชุมว่า พื้นที่ตรงนี้ทหารกัมพูชาอยู่มานานก่อนปี 2543 ที่มีการทำข้อตกลง MOU2543 เพราะฉะนั้นทางฝ่ายกัมพูชาจะไม่สามารถถอนกำลังออกจากตรงนี้ได้

          ส่วนแถลงการณ์ของฝ่ายกัมพูชาที่เป็นข้อผูกมัดว่าเป็นข้อตกลงผลจากการหารือระหว่าง ผบ.ทบ. 2 ชาติ โดยสรุปออกมาเป็น 4 ข้อ ซึ่ง 3 ข้อแรกไม่แตกต่างจากที่ประชุมฝ่ายทหารไทย แต่ที่ฝ่ายกัมพูชามีการระบุชัดเจนในข้อ 4 คือ กัมพูชา จะไม่ยอมถอยหรือยืนหยัดโดยปราศจากอาวุธในพื้นที่ที่เกิดความขัดแย้งเพราะพื้นที่ตรงนี้ทหารกัมพูชาอยู่มาก่อนที่จะมีข้อตกลง MOU2543 และตบท้ายด้วยว่าทั้ง 4 ข้อนี้ได้รับการตกลงจาก ผบ.ทบ.ไทยและกัมพูชาเรียบร้อยแล้ว เมื่อเวลา 16.15 น. 29 พฤษภาคม 2568

วาสนา นาน่วม เผยเล่ห์เขมร แถลงการณ์มัดมือชกไทย

ภาพจาก เฟซบุ๊ก Wassana Nanuam

คาดฝ่ายกัมพูชขาเตรียมการมาก่อนปะทะ ไทยต้องระวังเดินเข้าตามแผนอีกฝ่าย

          จากแถลงการณ์ดังกล่าวเป็นการสะท้อนว่ากัมพูชาได้มีการประกาศดินแดนอธิปไตยของตนเองบนโต๊ะเจรจาในครั้งนี้แล้ว และได้รับความเห็นชอบจาก ผบ.ทบ.ฝ่ายไทย และจะเห็นว่ารูปแบบการแถลงข่าวของกัมพูชสมีเอกสารเป็นการแถลงข่าวหัวกระดาษแสตมป์ดูเป็นทางการและก็ดูมีการเตรียมการ ดังนั้นเป็นการสะท้อนว่าการมาเจรจาครั้งนี้ของกัมพูชาไม่ได้มาเล่น ๆไม่ได้มาเพราะว่ารู้สึกเสียเปรียบ แต่มาเพราะว่าเราก้าวขาเข้าไปในแผนของเขา 1 ก้าวแล้ว และที่ก่อให้เกิดปฏิกิริยาจากทหารในพื้นที่อีสานที่ได้เคยรักษาพื้นที่ในบริเวณนี้กันมายาวนานแต่ ณ เวลานี้ กัมพูชาได้ประกาศบนโต๊ะเจรจาแล้วว่าบริเวณนี้เป็นอธิปไตยของกัมพูชา โดยที่ในที่ประชุมไม่ได้มีการท้วงติงหรือแย้ง แม้ว่าจะมีการเตรียมข้อมูลภาพถ่ายทางอากาศต่าง ๆ ไว้แล้วก็ตาม

          แต่ด้วยการพูดของ ผบ.ทบ.ฝ่ายไทย และกัมพูชา เป็นการพูดทีละฝ่าย เริ่มจากไทยได้พูดก่อน ตามด้วยฝั่งกัมพูชา ยืนยันว่า ทหารกัมพูชาจะไม่สามารถถอยออกจากแนวต้นพญาสัตบรรณได้ เพราะเป็นพื้นที่ที่ทหารกัมพูชาอยู่มาตั้งแต่ก่อนมีข้อตกลง MOU2543 จากนั้นก็พูดต่อจนจบทั้ง 14 ประเด็น แต่จากที่วาสนาเช็กจากรายงานเบื้องต้นว่าในที่ประชุมไม่ได้มีการแย้งในประเด็นนี้ว่าแนวต้นพญาสัตบรรณ เป็นพื้นที่ของประเทศไทย แม้ว่าฝ่ายไทยเนี่ยจะเตรียมข้อมูลเตรียมเอกสารหลักฐานมาแล้วก็ตาม อาจจะด้วยเพราะในการพูดคุยมีหลายประเด็น และฝ่ายไทยก็เน้นที่จะไปพูดในเชิงบวก

          เรื่องนี้เป็นที่น่าสังเกตว่าข่าวที่ออกมาจากฝ่ายไทยยืนยันว่า ฝ่ายกัมพูชาเป็นฝ่ายขอเจรจาก่อน ซึ่งถือว่าเร็วกว่าที่คาดถ้าเทียบกับเมื่อปี 2554 ครั้งนี้ถือว่าเป็นการปะทะเล็ก ๆ แต่กัมพูชาก็เรียกร้องให้มีการเจรจาและที่สำคัญการเจรจานี้เป็นการเจรจาที่นำโดย ผบ.ทบ. ของฝ่ายไทยกับฝ่ายกัมพูช าซึ่งแต่แตกต่างจากปี 2554 ที่ ผบ.ทบ. ไม่ได้มาเจรจาเอง อีกอย่างหนึ่งก็เป็นเหมือนการมอบหมายจากทั้งนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีกลาโหมที่มอบหมายให้  ผบ.ทบ. เป็นคนมาเจรจา ทั้ง ๆ ที่ฝ่ายไทยถือว่าเป็นฝ่ายได้เปรียบเพราะฝ่ายกัมพูชาเป็นฝ่ายขอเจรจาก่อน ราวกับว่าฝ่ายกัมพูชารอวันนี้มานาน หลังจากที่ได้มีการยั่วยุมีการลุกล้ำได้ปฏิบัติการหลาย ๆ อย่างเพื่อต้องการให้เกิดวันนี้ และนำมาสู่โต๊ะเจรจา และนำไปฟ้องศาลโลกหรือองค์การสหประชาชาติ

          นี่เป็นสิ่งที่ฝ่ายไทยเราต้องระมัดระวังอย่างที่สุด เพราะตอนนี้เราก้าวไปในแผนของเขาแล้ว 1 ก้าว ซึ่งฝ่ายไทยมีหลักฐานเป็นภาพถ่ายทางอากาศทั้งหมด ราก็ควรจะแย้งในที่ประชุมเจรจาไปก่อน เรื่องนี้ทหารไทยที่ชายแดนรู้ดีนว่าทหารกัมพูชาเพิ่งเอากำลังมาในช่วงที่มีการวางแผนเผาศาลาตรีมุข แล้วจากนั้นก็เคลื่อนกำลังเข้ามา จนที่สุดก็มาถึงแนวต้นไม้ก็คือต้นพญาสัตบรรณ ซึ่งจุดนี้เป็นเขตแดนประเทศไทย และล้ำเข้ามาถึง 150 เมตร และมีการขุดคูเลตสร้างฐานที่มั่นทางทหาร 

วาสนา นาน่วม เผยเล่ห์เขมร แถลงการณ์มัดมือชกไทย

ภาพจาก เฟซบุ๊ก Wassana Nanuam

เล่าที่มาวันปะทะ ทำไมทหารไทยต้องเข้าไป และสาเหตุที่กัมพูชาเปิดฉากยิงก่อน

          การที่ทหารไทยจะเข้าไปที่แนวต้นพญาสัตบรรณอีกเนี่ยไม่ใช่เรื่องง่ายจะเห็นได้ว่าเมื่อเช้ามืดวันที่ 28พฤษภาคม วันที่มีการปะทะกัน ทหารไทยใช้ความพยายามในการที่จะกดดันให้ทหารกัมพูชาออกไปจากแผ่นดินไทยบริเวณแนวต้นพญาสัตบรรณที่ช่องบก จึงมีการนำกำลังเข้าไปตั้งแต่เช้าตรู่แต่พอเข้าไปแล้วในห้วงเวลาเช้าตรู่แบบนั้นทหารกัมพูชาซึ่งหวาดระแวงอยู่แล้วว่าทหารไทยจะมายึดพื้นที่ที่คืนจึงเปิดฉากยิงใส่ทหารไทยก่อน ตามที่ทหารไทยได้แถลง ทหารไทยก็ต้องยิงต่อสู้และป้องกันตัวแต่ทหารไทยเตรียมตัวมาดีเพราะเป็นฝ่ายเอากำลังเดินเข้ามาลาดตระเวนและเพื่อกดดันให้ทหารเขมรถอยออกไป การปะทะกันประมาณ 10 นาที จึงทำให้ทหารเขมรเสียชีวิตในพื้นที่หนึ่งและบาดเจ็บอีก 2 คน

          ซึ่งล่าสุดมีรายงานว่าทหารกัมพูชาที่บาดเจ็บสาหัส เสียชีวิตอีก 1 คนรวมเป็น 2 คน ส่งผลให้ในโซเชียลเขมรก็เอาประเด็นนี้ไปปลุกมีการแชร์ภาพงานศพ การแสดงความเสี่ยงใจของครอบครัวแล้วก็ผู้บังคับบัญชา และมีการกดดันมาที่ฝ่ายทหารและรัฐบาลและนายกฯ นี่จึงเป็นเหตุหนึ่งที่ทำให้ทั้งนายกฯ และสมเด็จฮุนเซ็น ต้องมีการแสดงออกถึงความก้าวร้าวใส่ประเทศไทย เรียกได้ว่านี่ก็เป็นไปตามแผนของทางกัมพูชาที่ยั่วยุไทยมายาวนานหลายเดือน 


ขอบคุณข้อมูลจาก วาสนา นาน่วม





Source link

About the author

Thailand News

Leave a Comment

Translate »