
หนุ่มมาเลเซียสุดทน ประกาศตัดขาดพ่อวัย 69 ปี หลังช่วยใช้หนี้-ให้เงินใช้รวมเกือบ 5 ล้าน แต่พ่อยังไปกู้นอกระบบซ้ำ จนเจ้าหนี้ตามขู่ลูก
วันที่ 21 ตุลาคม 2569 เว็บไซต์ SAYS รายงานว่า แบรนดอน ชายชาวมาเลเซียวัย 31 ปี ซึ่งเป็นกรรมการบริษัทแห่งหนึ่ง ออกมาเปิดเผยเรื่องที่เขากับพี่สาว ตัดสินใจตัดขาดกับพ่อแท้ ๆ วัย 69 ปี เพราะเรื่องเงินเป็นเหตุ หลังพบว่าพ่อมีนิสัยชอบสร้างหนี้ไม่หยุด และเอาแต่มาขอเงินลูกซ้ำ ๆ เรียกว่าตลอด 8 ปีที่ผ่านมา เขากับพี่สาวจ่ายหนี้และให้เงินพ่อไปแล้วรวม 600,000 ริงกิต หรือเกือบ 5 ล้านบาทแล้ว แต่พ่อก็ยังไม่หยุดนิสัยเดิม ๆ จนตอนนี้มีเจ้าหนี้ตามมาคุกคามเขา
แบรนดอน เผยว่า เขาถูกเจ้าหนี้นอกระบบของพ่อส่งข้อความขู่ฆ่า อ้างว่างานศพของเขาจะจัดขึ้นในอีก 3 วัน แถมยังส่งภาพงานศพปลอมที่มีชื่อของเขามาข่มขู่ ทั้งที่ต้นเหตุมาจากการที่พ่อของเขาไปกู้ยืมเงินจากเจ้าหนี้กลุ่มนี้
แบรนดอน เผยว่า ตลอด 8 ปีที่ผ่านมา นายลี ชี ไว ผู้เป็นพ่อ มักมาขอเงินจากเขาและพี่สาวด้วยข้ออ้างต่าง ๆ นานา ราวกับลูก ๆ เป็นตู้ ATM ขณะเดียวกันก็หันไปกู้เงินจากเจ้าหนี้นอกระบบ โดยตั้งแต่ปี 2562 จนถึงเดือนพฤศจิกายน 2568 สองพี่น้องให้เงินพ่อไปแล้วราว 600,000 ริงกิต โดยไม่หวังให้ใช้คืน ซึ่งรวมถึงเงินที่ใช้ปิดหนี้ให้พ่อด้วย
ทั้งนี้ แบรนดอนได้เดินทางมาพร้อมกับนายเนียว ชู เซียง รองหัวหน้าฝ่ายเยาวชนระดับชาติของพรรค MCA เพื่อเล่าเรื่องราวในงานแถลงข่าวเมื่อวันที่ 20 ตุลาคมโดยมีผู้เสียหายจากเจ้าหนี้นอกระบบอีก 2 กลุ่มมาร่วมเล่าประสบการณ์ด้วย
แบรนดอนเล่าว่า เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2568 พ่อของเขาติดหนี้นอกระบบ 35,000 ริงกิต (ราว 288,000 บาท) สุดท้ายเขาและพี่สาวต้องควักเงินตัวเองจ่ายหนี้ให้ และนั่นคือจุดที่ทั้งคู่ตัดสินใจว่าจะไม่ช่วยเหลือพ่อทางการเงินอีกต่อไป
“ผมกับพี่สาวควักเงินตัวเองจ่ายหนี้ให้ในท้ายที่สุด และในตอนนั้นเองที่เราสองคนตัดสินใจตัดขาดกับพ่อ และทำข้อตกลงอย่างเป็นทางการ” แบรนดอนกล่าว
สองพี่น้องได้ลงนามในข้อตกลงเป็นลายลักษณ์อักษร ระบุว่าหากพ่อมาขอเงินอีก ทั้งคู่จะดำเนินการทางกฎหมายเพื่อปกป้องตัวเอง แต่แม้พ่อจะยินยอมและเซ็นเอกสารแล้ว ก็ยังกลับไปกู้เงินนอกระบบอีกครั้ง
กระทั่งวันที่ 29 กันยายน สองพี่น้องได้รับข้อความจากคนแปลกหน้า อ้างว่าพ่อของพวกเขาติดหนี้นอกระบบราว 10,000 ริงกิต (ราว 82,000 บาท) ทั้งคู่จึงเข้าแจ้งความรวม 3 ครั้ง แต่ไม่ทราบว่ารู้ถึงหูเจ้าหนี้ได้ยังไง ฝั่งเจ้าหนี้จึงตามมาขู่คุกคามถึงบริษัทของแบรนดอนหลังแจ้งความไปแค่ 4 ชั่วโมง
“ที่ทำให้เราประหลาดใจคือ เพียง 4 ชั่วโมงหลังจากที่เราแจ้งความ เจ้าหนี้นอกระบบก็รู้เรื่องได้อย่างไรไม่ทราบ และขู่ว่าจะมาก่อกวนที่บริษัทของผม” แบรนดอนกล่าว
แบรนดอนเผยว่า ในฐานะกรรมการบริษัท ตอนนี้เขากำลังถูกลากเข้าไปพัวพันกับหนี้ของพ่อ ทั้งที่เคยช่วยปิดหนี้ให้มาแล้ว ขณะที่ปัจจุบันยังไม่สามารถติดต่อพ่อได้ โดยเขาย้ำว่าตนและพี่สาวได้ตัดขาดความสัมพันธ์กับพ่อโดยสิ้นเชิงแล้ว พร้อมเรียกร้องให้เจ้าหนี้นอกระบบหยุดคุกคามครอบครัว และไปตามทวงกับผู้กู้ตัวจริงแทน
“หนี้ทุกก้อนย่อมมีลูกหนี้ของมัน” แบรนดอนกล่าว
