เจ้าของบ้านสุดทนเพื่อนบ้าน ตั้งวงกินเหล้า เปิดเพลงเสียงดังเกือบทุกคืน ทนมากว่า 1 ปี ตัดสินใจโทร. ไปฟ้องเจ้าของที่ให้ช่วยเตือน กลับถูกทำร้ายร่างกาย จนต้องย้ายหนีและติดป้ายประกาศขายบ้าน อีกฝ่าย อ้าง ไม่ได้ตั้งใจ แค่มือไปโดนหน้า
ทั้งนี้ มีหลักฐานจากกล้องวงจรปิดบันทึกวันเกิดเหตุเกิดขึ้นช่วงเย็นวันที่ 22 กรกฎาคม ที่ผ่านมา พื้นที่ ต.บ้านใหม่ อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี ขณะนายชุติพนธ์กำลังล้างรถอยู่หน้าบ้าน ก่อนมีรถยนต์สีดำขับมาจอด จากนั้นกลุ่มเพื่อนบ้าน 3 คน เดินลงจากรถแล้วปรี่เข้ามาหานายชุติพนธ์ และหนึ่งในนั้นได้ชกต่อยนายชุติพนธ์ได้รับบาดเจ็บ ก่อนจะมีชาวบ้านเข้ามาช่วยห้ามปราม
นายชุติพนธ์ เผยว่า ตอนเกิดเหตุอีกฝ่ายเดินมาถามตนไปฟ้องอะไรเจ้าของที่ดิน ก่อนจะพุ่งเข้ามาบีบคอและชกหน้าตน 3-4 หมัด โชคดีลุงข้างบ้านเข้ามาห้าม ซึ่งหนึ่งในนั้นตนรู้จักชื่อคนเดียว คือ เต้ ใส่เสื้อสีดำ ส่วนอีก 2 คน ที่ใส่เสื้อสีแดงตนไม่ทราบชื่อ
ด้านภรรยานายชุติพนธ์ บอกว่า ตนและสามีอดทนมานานแล้วกว่า 1 ปี โดยพฤติกรรมของบ้านข้าง ๆ จะนั่งจับกลุ่มร้องเพลงและเปิดเพลงเสียงดัง หนักสุดเลิกตี 3 เร็วสุดเลิกเที่ยงคืน และจะรวมตัวกันสัปดาห์หนึ่งประมาณ 5 วัน ตอนนี้ตนและสามีต้องหลบมาอยู่ที่อื่น เนื่องจากกลัวไม่ปลอดภัย เนื่องจากแจ้งความ สภ.ปากเกร็ด แล้ว แต่ตำรวจบอกว่าให้ไปเอาชื่อ-นามสกุลจริงคู่กรณีมาให้ ตนไม่รู้จะทำอย่างไร จึงนำเรื่องมาร้องเรียนสื่อมวลชน และอยากให้ตำรวจดำเนินคดีคนทำร้ายร่างกายสามีของตนด้วย
ขณะที่ ข่าวเช้าช่องวัน รายงานเพิ่มเติมว่า ทางนายจตุรพร หรือ เต้ คู่กรณี ออกมาให้สัมภาษณ์ว่า วันเกิดเหตุตนขับรถมาหน้าบ้านนายชุติพนธ์ ตอนแรกเดินเข้าไปคนเดียวไม่ได้ยกพวกไป เพื่อจะเข้าไปถามอีกฝ่ายว่าทำไมไม่เดินมาคุยกันก่อน ทำไมถึงไปฟ้องเจ้าของที่แบบนั้น หาว่าพวกตนร้องคาราโอเกะเสียงดัง ถึงตี 2 ตี 3 ซึ่งบ้านมี 3-4 หลังติดกับบ้านตน แต่มีปัญหาแค่หลังเดียวคือบ้านนายชุติพนธ์ ตนไปถามบ้านหลังอื่น เขาก็ไม่ได้ยินไม่มีปัญหาอะไร อีกทั้ง นายชุติพนธ์ไม่เคยมาคุยกับตนถึงปัญหาเรื่องนี้เลย
ตนยอมรับดื่มเหล้าเปิดเพลงจริงแต่ไม่ได้เสียงดัง คาราโอเกะร้องไม่ได้เพราะทีวีพัง ไม่เคยอยู่ดึก 4 ทุ่มก็แยกย้ายแล้ว มากสุดก็เที่ยงคืน และเรื่องมีอิทธิพลไม่จริง ตนก็เป็นคนธรรมดาทั่วไป ส่วนเรื่องทำร้ายยอมรับว่าเดินไปใกล้อีกฝ่ายแต่ไม่ได้จะทำอะไร ขณะที่รุ่นพี่ 2 คน เห็นว่าตนมีปัญหาจึงเดินมาดูแล้วเกิดมีปากเสียงกัน ดึงกันไปกันมา แล้วพลาดมือไปโดนหน้าอีกฝ่าย ไม่ได้ตั้งใจจะต่อย
อย่างไรก็ตาม ทางนายจตุรพร พร้อมพวก 2 คน เข้าให้ปากคำกับตำรวจ สภ.ปากเกร็ด ในกรณีดังกล่าวแล้ว ซึ่งเจ้าหน้าที่จะเรียกทั้ง 2 ฝ่ายมาไกล่เกลี่ยกัน ถ้าตกลงกันไม่ได้ก็จะดำเนินคดีต่อไป ยืนยันจะให้ความเป็นธรรมทั้ง 2 ฝ่าย
ขอบคุณข้อมูลจาก สำนักข่าวไทย, ข่าวเช้าช่องวัน
