กรมราชทัณฑ์ ชี้แจง มือเผานั่งยางน้องพลอย จะต้องอยู่ในคุกครบกำหนด 33 ปี ส่วนที่มีข่าวพักโทษ เป็นแค่การยื่นขอของทางนักโทษเอง เป็นสิทธิ์โดยทั่วไป แต่ใช่ว่าทุกคนจะได้รับอนุมัติ ส่วนเหตุผลที่ยังไม่ลดโทษหรือพักโทษ ผู้ต้องหายังไม่มีสำนึก
จากกรณีที่มีกระแสข่าวว่า ส.อ. พลกฤต วิเศษ ผู้ต้องหาคดีอุ้มฆ่าเผานั่งยางนางสาวพลอยนรินทร์ ปั้นทอง หรือน้องพลอย ซึ่งศาลตัดสินจำคุก 33 ปี 11 เดือน จะถูกพักโทษในปีนี้ หลังถูกจำคุกแค่ 4 ปี 6 เดือน และยังไม่มีการเยียวยาครอบครัวเหยื่อ ทั้งที่ศาลสั่งให้ชดใช้เป็นเงิน 1.5 ล้านบาท ซึ่งเรื่องนี้นางพัชรี ปั้นทอง แม่น้องพลอย ค้านกับการพักโทษเรื่องนี้ ส่วนทางกระทรวงยุติธรรม จะตั้งกรรมการมาตรวจสอบเรื่องพักโทษ
อ่านข่าว : แม่น้องพลอย ค้านพักโทษสิบเอก โทษ 33 ปี ติดจริง 4 ปี อภัยโทษรัว – อัจฉริยะ แฉพิรุธเพียบ
ล่าสุด เมื่อวานนี้ (17 มีนาคม 2565) เดลินิวส์ออนไลน์ รายงานว่า นายณรงค์ จุ้ยเส่ย รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์ ชี้แจงเรื่องดังกล่าวว่า จุดเริ่มต้นเรื่องคือ น.ช.พลกฤต มีการยื่นคำร้องให้ตรวจสอบคุณสมบัติเพื่อพิจารณาพักการลงโทษ เรื่องนี้เป็นสิทธิของผู้ต้องขังทั่วไป แต่ใช่ว่าทุกคนจะได้รับการอนุมัติ
การที่ น.ช.พลกฤต จะได้รับอนุมัติ ต้องเป็นไปตามกฎเกณฑ์ที่ว่า ผู้เสียหายไม่ติดใจเอาความ และได้รับการเยียวยาแล้ว แต่ปัจจุบันคือ น.ช.พลกฤต ยังไม่สำนึกต่อความผิด ยังไม่ผ่านกระบวนการพัฒนานิสัยแต่อย่างใด และการยื่นคำร้องนี้ เป็นเพียงการยื่นเรื่องตามกระบวนการของเรือนจำเท่านั้น ไม่ได้พิจารณาคัดเลือกให้ได้รับการพักโทษ เพราะพฤติการณ์แห่งคดียังมีผลกระทบต่อผู้เสียหายในสังคม จะต้องถูกขังให้ครบโทษตามคำพิพากษา
นอกจากนี้ ยังต้องคำนึงถึงความได้สัดส่วนของการกระทำความผิดและโทษที่ได้รับ ผลกระทบทางสังคม ศีลธรรม กระบวนการยุติธรรม และประสิทธิภาพในการป้องกันสังคมจากอาชญากรรมในภาพรวมด้วย ดังนั้นขอให้สังคมและประชาชน ผู้เสียหาย มีความเชื่อมั่นการการปฏิบัติหน้าที่ อำนวยความยุติธรรมให้เป็นไปตามคำสั่งศาล
