ตำรวจแถลงจับกุมคดีชาวต่างชาติในไทย รวบ 2 คนจีนมีหมายแดง เผยเคสจับหนุ่มไต้หวัน จอดเฟอร์รารี่ ราคา 24 ล้านในห้างทั้งที่ถูกระงับใช้ สืบพบที่แท้หัวหน้าแก๊งคอลเซ็นเตอร์
วันที่ 13 พฤศจิกายน 2565 เดลินิวส์ รายงานว่า ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง (สตม.) แถลงผลการจับระดมกวาดล้างอาชญากรรมระหว่างวันที่ 10 ตุลาคม – 12 พฤศจิกายน 2565 ก่อนการประชุมความร่วมมือทางเศรษฐกิจในเอเชีย – แปซิฟิก (APEC 2022) โดยสามารถจับกุมได้หลายคดี ประกอบด้วยกลุ่มต่างด้าว หรือเป็นบุคคลอยู่ในราชอาณาจักรไทยเกินกำหนด อนุญาต 785 ราย หลบหนีเข้าเมือง 1,249 ราย โดยในจำนวนนี้มีคดีสำคัญ รวม 3 คดี โดย 2 คดีเป็นหมายจับของอินเตอร์โพล
หนึ่งในคดีที่สังคมได้รับทราบไปแล้ว คือกรณี นายเซา เซียนโป นายทุนจีน สวมบัตรประชาชน ซึ่งเช่าอาคารเป็นที่ตั้งของสมาคมเกี่ยวกับการค้าแห่งหนึ่งย่านสุทธิสาร ตรวจค้นพบเครื่องแบบทหารที่มีเข็มกลัดชื่อของนายเซา และยังมีรถคล้ายกับรถของสถานทูต รวมทั้งมีรถตำรวจนำขบวนอีก 1 คัน ขยายผลค้นบ้านพัก เลขที่ 99 หมู่ 9 ต.ลาดสวาย อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี พบโลโก้สมาคมติดอยู่หน้าบ้าน โดยด้านในมีช่องลับในการขนของ
อ่านข่าว : บุกค้นคฤหาสน์นายทุนจีน หน้าบ้านโชว์โลโก้สมาคม มีหัวรถไฟฟ้าอวด-อุโมงค์ลับขนของหนี
นอกจากนี้ สตม.
ยังแถลงถึงคดีที่ร่วมกับตำรวจจีนจับกุมผู้ต้องหาตามหมายอินเตอร์โพล (RED
NOTICE) สัญชาติจีน จำนวน 2 ราย ได้แก่
1. นายหลี่
อายุ 27 ปี ซึ่งมีหมายจับของจีน และมีหมายอินเตอร์โพล
ซึ่งได้หลบหนีมาอยู่ในไทย
ในข้อหาในการกระทำความผิดฐานฉ้อโกงประชาชนผ่านแอปพลิเคชั่นหลอกลงทุน
จนมีผู้เสียหายกว่า 400,000 ราย ความเสียหายกว่า 50 ล้านบาท
โดยจับกุมได้ในย่านสุทธิสาร จึงเพิกถอนการอนุญาตอยู่ในราชอาณาจักร
และผลักดันออกนอกราชอาณาจักร
2. นายฮู อายุ 40 ปี
มีหมายจับของจีน และมีหมายอินเตอร์โพลแล้วได้หลบหนีมาอยู่ในไทย
โดยมีข้อหาครอบครองสิ่งของต้องห้าม และปลอมเอกสาร
โดยจับกุมได้ที่บริเวณย่านสนามบินสุวรรณภูมิ
จึงเพิกถอนการอนุญาตอยู่ในราชอาณาจักร และ ผลักดันออกนอกราชอาณาจักร
อีกหนึ่งคดีที่น่าสนใจ คือกรณี สตม. จับกุมนายจาง สัญชาติไต้หวัน
ซึ่งเชื่อได้ว่าเป็นหัวหน้าแก๊งคอลเซ็นเตอร์ชาวไต้หวัน
ที่ทำงานในประเทศฟิลิปปินส์ โดยเจ้าหน้าที่ตรวจพบรถยนต์เฟอร์รารี่ สีแดง
ทะเบียน กต 488 กทม. มูลค่า 24 ล้านบาท จอดในห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง
เมื่อเข้าตรวจสอบพบว่ารถยนต์คันดังกล่าวถูกระงับใช้เมื่อ 3 ปีที่แล้ว
จึงรอเจ้าของรถมายืนยันตัวบุคคล
ต่อมา นายจาง เข้ามายืนยันว่าเป็นเจ้าของรถ
พร้อมแสดงหนังสือเดินทางประเทศกัมพูชา เดินทางเข้าประเทศไทยเมื่อ 30 ตุลาคม
2565 เมื่อนำข้อมูลไปตรวจสอบผ่านระบบ Biometric พบว่า หนึ่งในนั้นคือ
นายโด ชาวไต้หวัน ซึ่งเสียชีวิตไปแล้ว ส่วนอีกเล่มคือ นายฟู่หวัง
ชาวไต้หวัน ซึ่งเป็นบุคคลต้องคดีอยู่ในไต้หวันและไม่เคยเดินทางออกนอกประเทศ
ซึ่งต่อมาทางการไต้หวันยืนยันว่าบุคคลนี้คือ นายจาง
หัวหน้าแก๊งคอลเซ็นเตอร์รายใหญ่ของฟิลิปปินส์ โดยขณะนี้
อยู่ระหว่างการขยายผลเส้นทางการเงินและตรวจสอบทรัพย์สินของนายจางทั้งหมดที่มีอยู่ในประเทศไทย
เพื่อนำเนินการอายัดตามคำร้องขอของทางไต้หวันต่อไป
ขอบคุณข้อมูลจาก สำนักข่าวไทย, เดลินิวส์
