ภูมิธรรม แถลง 4 ข้อ ย้ำจุดยืนไม่ยอมให้ละเมิดอธิปไตยไทย หลังกัมพูชาปฏิเสธลดการเผชิญหน้า
ภูมิธรรม แถลง 4 ข้อ ย้ำจุดยืนไม่ยอมให้ละเมิดอธิปไตยไทย หลังกัมพูชาปฏิเสธลดการเผชิญหน้า


          ภูมิธรรม ออกแถลงการณ์ 4 ข้อ ย้ำจุดยืนไม่ยอมให้ละเมิดอธิปไตยไทย พร้อมสนับสนุนกองทัพให้ทำหน้าที่อย่างเต็มกำลัง ในการปกป้องแผ่นดิน ชี้ข้อเสนอลดการเผชิญหน้า ถูกปฏิเสธ



ภูมิธรรม เวชยชัย
ภาพจาก เฟซบุ๊ก Phumtham Wechayachai

          วันที่ 7 มิถุนายน 2568 เฟซบุ๊ก สำนักงานโฆษกกระทรวงกลาโหม เปิดเผยว่า นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ออกแลถงการณ์กรณีหารือร่วมกับ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมของกัมพูชา ต่อเหตุการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ชี้มีข้อมูลที่เผยแพร่สู่สาธารณะบางประการคลาดเคลื่อน เสียดายที่ข้อเสนอที่ดีที่จะนำไปสู่การลดการเผชิญหน้าถูกปฏิเสธ และย้ำจุดยืนไม่เคยเห็นด้วยกับการกระทำของใครก็ตามที่รุกล้ำอธิปไตยของไทย

          โดยมีเนื้อหาดังนี้

          “แถลงการณ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม

         
เมื่อวันที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2568 ผมได้หารือร่วมกับ
รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมของกัมพูชา
เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับสถานการณ์ชายแดน ณ พื้นที่อรัญประเทศ
จังหวัดสระแก้ว

          ภายหลังจากการหารือ
มีข้อมูลบางประการที่เผยแพร่สู่สาธารณะ
ซึ่งมีความคลาดเคลื่อนจากเนื้อหาที่ได้หารือกันในที่ประชุม
เป็นที่น่าเสียดายที่ข้อเสนอที่ดี
ซึ่งจะนำไปสู่การลดการเผชิญหน้าและสันติภาพถูกปฏิเสธ ยิ่งไปกว่านั้น
กลับมีการเพิ่มกำลังทางการทหารที่ยิ่งเพิ่มความตึงเครียด ทั้งนี้
ทางเราเองจำเป็นต้องเพิ่มมาตรการ และเสริมกำลังด้วยเช่นเดียวกัน

เจรจาเหตุการณ์ชายแดน ไทย-กัมพูชา
ภาพจาก เฟซบุ๊ก สำนักงานโฆษกกระทรวงกลาโหม

          อย่างไรก็ตาม ผมขอเน้นย้ำจุดยืน ตามที่ได้หารือกับท่านนายกรัฐมนตรี ดังนี้

          1. ไทยจะไม่ยอมให้มีการละเมิดอธิปไตย ไม่ว่าด้วยเหตุผลใดทั้งสิ้น และพร้อมปกป้องอธิปไตยของไทยอย่างสุดกำลัง

         
2. ผมขอยืนยันสนับสนุนกองทัพให้ทำหน้าที่ของตนอย่างเต็มกำลัง
และให้กำลังใจแก่กำลังพลทุกนาย
ที่กำลังปฏิบัติหน้าที่ในการปกป้องผืนแผ่นดินไทย ขอย้ำว่า
ทุกการดำเนินการของฝ่ายไทยจะคำนึงถึง ชีวิต ความปลอดภัย
ความสงบสุขของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ชายแดน
และกำลังพลที่กำลังปฏิบัติหน้าที่อย่างเสียสละที่เป็นสำคัญ

         
3. รัฐบาลไทยไม่ยอมรับเขตอำนาจของศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ (International
Court of Justice: ICJ) มาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2503
และยืนยันการใช้กระบวนการเจรจาแบบทวิภาคีตาม MOU 2543 ซึ่งทั้งสองฝ่าย
เคยเห็นพ้องร่วมกัน และยืนยันให้การประชุม JBC
เป็นเวทีเพื่อหาทางออกโดยสันติวิธีอย่างเร็วที่สุด

          4.
ไทยเน้นย้ำจุดยืนเต็ม
ที่ขอให้มีการปรับกำลังในพื้นที่ของทั้งสองฝ่ายให้กลับสู่ที่ตั้งเดิมตามการปฏิบัติในปี
พ.ศ. 2567 เพื่อลดเงื่อนไขการยกระดับความตึงเครียดและการเผชิญหน้า

         
สุดท้ายนี้ ผมขอยืนยันอย่างชัดเจนว่า
ผมไม่เคยเห็นด้วยกับการกระทำของใครก็ตามที่รุกล้ำอธิปไตยของไทย
โดยรัฐบาลและกองทัพพร้อมจะปกป้องและรักษาอธิปไตยของประเทศอย่างถึงที่สุด”

เจรจาเหตุการณ์ชายแดน ไทย-กัมพูชา
ภาพจาก เฟซบุ๊ก สำนักงานโฆษกกระทรวงกลาโหม





Source link

Leave a Reply