In Thailand

พ่อแม่โวย ครูสั่งลูกนับข้าว 10,000 เมล็ด นับจนตี 2 ทำเพื่ออะไร ก่อนเฉลยแนวคิด

พ่อแม่โวย ครูสั่งลูกนับข้าว 10,000 เมล็ด นับจนตี 2 ทำเพื่ออะไร ก่อนเฉลยแนวคิด
Written by Thailand News


            พ่อแม่เดือด ครูสั่งการบ้านให้ลูกนับข้าว 10,000 เมล็ด ช่วยกันนั่งนับยันตี 2 จนแทบไม่ได้นอน ฉุนสั่งการบ้านไม่สมเหตุสมผล แต่ประหลาดใจเมื่อฟังแนวคิดเบื้องหลัง


การบ้าน
            วันที่ 7 พฤศจิกายน 2566 เว็บไซต์ Docnhanh รายงานเรื่องราวของพ่อแม่จากมณฑลเหลียวหนิง ประเทศจีน ที่ออกมาตั้งคำถามถึงความสามารถด้านการสอนของครูที่โรงเรียนประถม หลังพบว่าครูผู้หญิงรายดังกล่าวสั่งการบ้านให้ลูกชายนับข้าวสาร 10,000 เมล็ด ซึ่งพวกเขามองว่าการบ้านดังกล่าวไม่สมเหตุสมผลเอาเสียเลย และกระทบเวลาการพักผ่อนของทั้งครอบครัว

            ตามปกติแล้วนอกเหนือจากความรู้ในตำราเรียน ครูหลายคนก็อาจจะให้การบ้านเด็กนอกเหนือไปจากการทำแบบฝึกหัดในสมุดมาส่ง เช่น ให้ช่วยพ่อแม่ทำอาหาร หรือแม้กระทั่งการนับลูกปัด แล้วนำวิธีการมาแชร์กันหลังจากนั้น ซึ่งการบ้านเหล่านี้จะช่วยสร้างเสริมทักษะและความอดทนแก่เด็ก ๆ แต่สำหรับการให้เด็กนับข้าวสารเช่นนี้ ทำให้ผู้ปกครองไม่เข้าใจจริง ๆ ว่าจะทำไปเพื่ออะไร
 

            หลังจากที่ลูกชายกลับมาบอกเรื่องการบ้าน พ่อ แม่ และลูกชาย ก็ต้องมาช่วยกันนับข้าวสารให้ครบ 10,000 เมล็ด ซึ่งต้องใช้เวลานานมากจนถึงดึกดื่น กระทั่งเวลา 02.00 น. จึงนับได้เสร็จ ทำให้กระทบต่อเวลาพักผ่อนของทั้งครอบครัว พ่อแม่จึงเกิดความไม่พอใจ ตัดสินใจร้องเรียนต่อคณะกรรมการของโรงเรียนเรื่องวิธีการสอนของครู่ รวมถึงตั้งคำถามถึงความสามารถด้านการสอนของครูด้วย

การบ้าน

            ด้วยเหตุนี้ ครูที่ให้การบ้านจึงอธิบายอย่างใจเย็นว่า แท้จริงแล้วการบ้านนี้ไม่ได้เจตนาจะให้นักเรียนนับข้าว 10,000 เมล็ดจริง ๆ เพียงแค่ต้องการให้เด็กกับผู้ปกครองได้ร่วมกันคิด หาวิธีที่ง่ายกว่าในการทำการบ้านนี้ ซึ่งจะช่วยเพิ่มความผูกพันระหว่างพ่อ แม่ ลูก ขณะเดียวกันยังช่วยเพิ่มความสามารถในการคิด และช่วยให้เด็กเกิดความคิดสร้างสรรค์เมื่อต้องรับมือกับสถานการณ์ที่ยากลำบาก

            พร้อมกันนั้น ครูยังยกตัวอย่างว่า ผู้ปกครองสามารถช่วยลูกทำการบ้านได้ ด้วยการนับข้าว 200 เมล็ด นำมาชั่งน้ำหนัก จากนั้นก็นำข้าวสารที่เหลือมาชั่งให้ได้น้ำหนักเท่ากัน แยกข้าวมาชั่งสัก 50 ครั้ง ก็จะได้ข้าวสาร 10,000 เมล็ด ภายในเวลาเพียงไม่นาน  

            จุดประสงค์หลัก ๆ คือการให้เด็กให้ใช้ความคิด พัฒนาความสามารถในการคิดวิเคราะห์ อีกทั้งยังช่วยให้เด็กลดความกดดันในการเรียนทั้งกลางวันและกลางคืนด้วย ซึ่งเมื่อได้ยินคำอธิบายเช่นนี้ ผู้ปกครองก็ประหลาดใจ แต่ก็มองว่าทางครูไม่เคยแจ้งพวกเขาให้ทราบถึงวิธีการเรียนรู้เช่นนี้ ทำให้เกิดความสับสน

            ทั้งนี้ หลังจากเรื่องดังกล่าวถูกรายงานบนโลกออนไลน์ ก็มีคนเข้ามาแสดงความคิดเห็นหลากหลาย โดยมีทั้งคนที่สนับสนุนการศึกษาแบบใหม่ที่ช่วยให้เด็กได้เรียนรู้และฝึกฝนทักษาต่าง ๆ แทนที่จะนั่งเรียนตามทฤษฎีอย่างเดียว แต่ขณะเดียวกัน หลายคนเชื่อว่าการมอบหมายการบ้านประเภทนี้ ทางโรงเรียนจำเป็นที่จะต้องบอกผู้ปกครองให้ทราบล่วงหน้า ดังนั้นจึงไม่ผิดอะไรที่จะมองว่าการสอนของครูไม่ดี
 

ขอบคุณข้อมูลจาก Docnhanh





Source link

About the author

Thailand News

Leave a Comment

Translate »