
พิธา นำทีม ส.ส. พรรคก้าวไกล 151 คน เข้ารายงานตัวสภา เผยเหตุผลเลือกวันที่ 27 มิ.ย. ตอบชัดหวั่น ส.ว. ไม่โหวตให้หรือไม่
หัวหน้าพรรคก้าวไกล และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคก้าวไกล
นำทัพสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.)
จากพรรคก้าวไกลเข้ารายงานตัวต่อสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร
โดยทุกคนสวมเสื้อยืดที่มีข้อความว่า “เราคือผู้แทนราษฎร เรามาจากประชาชน”
นายพิธา กล่าวว่า การเข้ามาทำหน้าที่ ส.ส. รอบนี้ค่อนข้างมั่นใจ
ทุกคนมีความรู้และความสามารถ หลายคนเคยเป็นผู้ช่วย ส.ส. มาก่อน
สามารถเริ่มต้นทำงานตั้งแต่วันแรก คราวที่แล้ว 83 คน ครั้งนี้ 151 คน
สิ่งที่สำคัญไม่ใช่ตัวเลขเยอะน้อย
แต่คือการทำงานที่มาความตั้งใจที่จะเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรให้เหมาะสมกับที่รับเลือกมา
มีกฎหมายก้าวหน้าที่สำคัญสำหรับพี่น้องประชาชนในหลายรูปแบบ
ไม่ว่าจะเป็นกฎหมายสำหรับผู้ที่มีความหลายหลากทางเพศ กลุ่มชาติพันธุ์ กลุ่ม
SME มีความก้าวหน้ารออยู่ สิ่งที่รอทำในสภาชุดที่แล้วทำ แล้วปัดตกไป
ก็จะทำในครั้งนี้
สิ่งที่ต้องทำในหลักนิติบัญญัติให้ทางฝ่ายบริหารสามารถแก้ไขปัญหาให้ประชาชนได้
เมื่อถามเหตุผลในการเลือกมารายงานตัวในวันที่ 27 มิถุนายน นายพิธา ระบุว่า มีหลายส่วนคือ ช่วงที่ผ่านมาตนเองติดโควิด จึงมาก่อนหน้านี้ไม่ได้ และวันที่ 27 มิถุนายน ก็มีความสำคัญกับประวัติศาสตร์ชาติไทยพอสมควรจึงเลือกวันนี้
ส่วนเรื่องว่ามีความกังวลสำหรับเสียงโหวตของ ส.ว. หรือไม่ นายพิธา ระบุว่า ตนไม่กังวลใจ หลังจากมีโอกาสพูดคุย ก็มีหลายท่านที่มีดุลยพินิจ มีหลักที่ใช้ในการโหวตเลือก อย่างที่ทำไว้ในปี 2562 ถ้าในสภาล่างสามารถรวมเสียงได้เกิน 251 เสียง จะฝืนมติของสภาล่างหรือมติของประชาชนไม่ได้ ควรยึดในหลักการมากกว่า จึงคิดว่าไม่น่ามีความกังวลอะไร เราพยายามทลายกำแพง สร้างความเข้าใจกันในระหว่าง 2 สภา ซึ่งมีความคืบหน้าขึ้นเรื่อย ๆ และเพียงพอกับการโหวตให้ตนเองเป็นนายกฯ
เมื่อถามว่าหาก ส.ว. มีการนำเรื่องมาตรา 112 มาเป็นเงื่อนไขในการโหวตเลือกนายพิธาเป็นนายกฯ จะทำอย่างไร นายพิธา ระบุว่า ถ้าจะมีคงเป็นสิ่งที่น่ากังวลใจ เพราะเหมือนเอาเสียงที่มาจากเสียงของประชาชน มาปะทะโดยตรง เป็นสิ่งที่ไม่เหมาะสม อันตราย อย่าเอาเรื่องนี้มาเป็นข้ออ้าง เรามีหลายเรื่องที่เห็นตรงกันอีกเยอะที่ต้องบริหารจัดการ ที่เหลือให้เป็นเรื่องนิติบัญญัติและรัฐสภา
ขอบคุณข้อมูลจาก ข่าวช่องวัน
