คืบหน้า เรือล่มหน้าวัดพนัญเชิง พบร่างหญิงผู้เสียชีวิตแล้ว ศพลอยไกลเข้าเขต จ.ปทุมธานี ยังนำศพขึ้นไม่ได้เหตุกระแสน้ำเชี่ยว เจอเรือที่จมเร่งดึงเข้าฝั่ง
จากอุบัติเหตุเรือลากจูงล่ม ในแม่น้ำเจ้าพระยา – ป่าสัก หน้าท่าเรือวัดพนัญเชิง จ.พระนครศรีอยุธยาเมื่อช่วงบ่ายวันที่ 29 กันยายน 2564 ทำให้มีผู้สูญหาย 2 ราย คือ นายสมชาย ธารกุล อายุ 64 ปี คนขับเรือ และนางนฤมล จันทรโชติ ภรรยา อายุ 51 ปี ซึ่งทำหน้าที่เป็นนายท้ายเรือนั้น
อ่านข่าว : คลิประทึก เรือลากจูงล่มกลางเจ้าพระยา คนกรี๊ดลั่น เมีย-ผัวขับเรือ จมหายไปต่อหน้า
ความคืบหน้าเรื่องนี้ วันที่ 1 ตุลาคม 2564 รายการเรื่องเล่าเช้านี้ ช่อง 3 รายงานว่า วานนี้ (30 กันยายน) ได้มีการค้นหาเรือลากจูงที่จมน้ำและผู้สูญหาย 2 ราย แต่เป็นไปด้วยความยากลำบากเพราะอุปสรรคคือกระแสน้ำเชี่ยวแรง เป็นวังน้ำวน เนื่องจากเป็นจุดบรรจบของแม่น้ำเจ้าพระยาและแม่น้ำป่าสัก ที่ต่างมีการระบายน้ำจากเขื่อนเพิ่ม ทำให้กระแสน้ำไหลเชี่ยวและน้ำขุ่น ส่งผลต่อความปลอดภัยของนักประดาน้ำที่ลงไปค้นหา
ระหว่างค้นหาซากเรือ บรรดาญาติ เพื่อน ๆ ของผู้สูญหายต่างพากันมาเฝ้ารอปาฏิหาริย์อยู่ตลอดเวลา หนึ่งในนี้มีนายกฤษฏา ธารกูล อายุ 25 ปี ลูกชายนายสมชาย คนขับเรือ บอกว่า ตนหวังจะได้พบพ่อ ก่อเหตุเกิดเรือล่มตนมีลางสังหรณ์คือคุณแม่ (ภรรยาคนที่ 3 ของนายสมชาย) ที่นอนป่วยอยู่โรงพยาบาล จู่ ๆ ก็นอนสะดุ้งตกเตียง ทำให้ทุกคนตกใจ หลังจากนั้นประมาณ 10 นาที พี่สาวได้โทร. มาแจ้งว่าพ่อขับเรือล่มหน้าวัดพนัญเชิง เชื่อว่าจุดที่เรือล่มมีอาถรรพ์ที่ชาวเรือทราบกันดี
ชาวบ้านที่อยู่ในบริเวณดังกล่าว เผยว่า จุดดังกล่าวมีกระแสน้ำไหลแรงมาก เพราะเป็นจุดที่แม่น้ำเจ้าพระยา และป่าสักมาบรรจบกันจึงมีน้ำวน แต่ละปีจะมีเรือถูกน้ำวนดูดจมลงประจำ กลายเป็นสายน้ำอาถรรพ์ชาวเรือรู้จักดี เรือทุกลำที่จะผ่านช่วงน้ำวน ต้องจุดธูปบอกกล่าวเสียก่อนที่จะนำเรือผ่านไปได้อย่างปลอดภัย
ล่าสุด มีรายงานจากเจ้าหน้าที่กู้ภัยแจ้งว่า พบร่างนางนฤมล 1 ในผู้ดูแลเรือที่สูญหาย โดยพบศพที่บริเวณช้างใหญ่ อ.บางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา ห่างจากจุดที่จมไปไกลกว่า 10 – 20 กิโลเมตร ล่าสุดยังไม่สามารถนำศพขึ้นจากน้ำได้ และขณะนี้ศพลอยเข้าเขต จ.ปทุมธานี แล้ว
ขณะที่ ThaiPBS รายงานว่า เมื่อคืนที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่สามารถผูกเชือกที่เรือได้ 2 เส้น ใช้เรือ 2 ลำในการดึง แต่ไม่สามารถให้เรือที่จมเคลื่อนที่ได้ จึงใช้เรือเพิ่มอีก 2 ลำมาช่วยแรงดึง ทำให้เรือเคลื่อนที่ไปได้ประมาณ 20 – 30 เมตร แต่เชือกขาด 1 เส้นไม่สามารถดึงเรือต่อได้ และนักดำน้ำกู้ภัยก็สภาพร่างกายไม่ไหว จึงยุติไว้ก่อนประมาณ 20.00 น.
ขอบคุณข้อมูลจาก เรื่องเล่าเช้านี้, ThaiPBS
