ผัวบุกตบเมีย ทั้งเตะทั้งต่อย ทรุดกลางร้านเสริมสวย เหตุกลัวโดนจ่ายค่าปรับ หลังรัฐบาลเผด็จการสั่งห้าม
เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นที่ประเทศเติร์กเมนิสถาน ซึ่งมีประชากรส่วนใหญ่เป็นชาวมุสลิม และเมื่อเดือนมีนาคม ที่ผ่านมา เพิ่งได้ประธานาธิบดีคนใหม่ เซอร์ดาร์ เบอร์ดีมูฮัมเมดอฟ ขึ้นครองตำแหน่งต่อจากผู้เป็นพ่อ ภายใต้ระบอบเผด็จอำนาจนิยมแบบสุดโต่ง และเพิ่มมาตรการปราบปรามเสรีภาพสตรีให้เข้มงวดขึ้น
ทางรัฐบาลได้กำหนดให้ผู้หญิงสวมชุดเติร์กเมนิสถานแบบดั้งเดิม และห้ามเสื้อชั้นในมีฟองน้ำ พร้อมทั้งประกาศโทษ ระบุว่า หากพบว่าผู้หญิงเสริมสวยหรือความงามใด ๆ ก็ตาม ไม่เพียงแค่พวกเธอที่จะมีความผิด แต่ยังรวมไปถึงสามีหรือพ่อของผู้หญิงเหล่านั้น จะมีโทษถูกปรับด้วย โดยต้องจ่ายเป็นเงินเดือนหลายเดือน ด้วยเหตุนี้จึงทำให้เกิดเหตุชวนอึ้ง สามีบุกเข้าไปทำร้ายภรรยาถึงในร้านเสริมสวย
จากคลิปวิดีโอที่ถูกเผยแพร่บนโซเชียลมีเดียจะเห็นว่า ทางสามีเข้าไปทั้งต่อยและเตะภรรยาอย่างรุนแรงซ้ำ ๆ หลายครั้ง โดยที่เธอไม่สามารถต่อสู้ป้องกันตัวได้ จนสุดท้ายก็ทรุดลงกับพื้น ในขณะที่ภายในร้านเสริมสวย มีลูกค้าและพนักงานหญิงคนอื่นอยู่ด้วย ต่างพยายามตะโกนร้องห้าม แต่หวาดกลัวอันตรายเกินกว่าที่จะเข้าไปห้าม
รายงานจากองค์กรพัฒนาเอกชนระหว่างประเทศ เผยว่า ประเทศเติร์กเมนิสถาน กำลังประสบปัญหาคอร์รัปชันที่ลุกลาม และเดินหน้าเข้าสู่ระบอบเผด็จการอย่างเปิดเผย มีการละเมิดเกี่ยวกับสิทธิมนุษยชนอย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะการกดขี่สตรี ถึงขนาดออกกฎหมาย ห้ามผู้หญิงนั่งเบาะหน้าในรถยนต์
ตั้งแต่เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา รายงานเผยว่า ตำรวจได้ควบคุมตัวผู้หญิงจำนวนหลายคน ภายหลังจากพบว่า มีการเสริมสวยทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็น ทำสีผม ทำสีเล็บ ต่อเล็บปลอม ติดขนตาปลอม หรือใส่เครื่องประดับเสริมความงามอื่น ๆ รวมไปถึงหญิงสาวที่มีการเสริมความงาม เช่น ฉีดฟิลเลอร์ปาก หรือศัลยกรรมปรับแต่งต่าง ๆ
ขอบคุณข้อมูลจาก เดลี่เมล
