
นักท่องเที่ยวแฉ ขึ้นแท็กซี่ไทยเจอโกงไม่หยุด มิเตอร์เริ่ม 50 บาท แถมซ่อนไม่ให้มองเห็น ซ้ำขอค่าทางด่วน 100 ด่านปิดก็ไม่คืน สุดทนต้องให้กลับมาส่งโรงแรม ต่างชาติแห่คอมเมนต์
ประเทศไทยถือเป็นจุดหมายสำหรับการท่องเที่ยวอันดับต้น ๆ ของชาวต่างชาติ หลายคนเคยมาแล้วก็มักจะประทับใจจนกลับมาเที่ยวซ้ำเป็นประจำ แต่อีกมุมหนึ่ง บางรายก็อาจจะโชคร้ายไปเจอกับเรื่องที่น่าผิดหวังได้เช่นกัน
นักท่องเที่ยวรายนี้ เล่าว่า เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อ 15 พฤษภาคม ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นวันวิสาขบูชา ตนขึ้นรถแท็กซี่จากจตุจักรไปมาบุญครอง อันดับแรกเมื่อขึ้นรถ คนขับเริ่มมิเตอร์ที่ 50 บาท ไม่ใช่ 35 บาท ก่อนพบว่าคนขับซ่อนมิเตอร์เอาไว้แถวกระปุกเกียร์ ทำให้นักท่องเที่ยวไม่สามารถเห็นมิเตอร์ได้ เมื่อนั่งไปสักพักคนขับขอเก็บค่าทางด่วน เมื่อให้เงินไป 100 บาท พอผ่านทางด่วนกลับพบว่าด่านปิด ไม่ได้มีการจ่ายเงินกับด่านเก็บเงินแต่อย่างใด
หลังเจอกับพิรุธต่าง ๆ ทำให้เริ่มรู้สึกไม่มั่นใจแล้ว จึงขอให้แท็กซี่กลับไปส่งที่โรงแรมเพื่อจะสอบถามกับพนักงานถึงเรื่องนี้ แต่พอมาถึงแท็กซี่ปฏิเสธที่จะเข้าไปส่งในโรงแรม โดยจอดให้ลงที่ริมถนนด้านนอกเท่านั้น สรุปค่ามิเตอร์อยู่ที่ 109 บาท บวกทางด่วนอีก 100 บาท รวมค่าเดินทางทั้งหมด 209 บาท
สุดท้ายนี้ นักท่องเที่ยวรายดังกล่าวระบุอีกว่า ตนมาไทยเจอคนดี 9 เจอคนชั่ว 1 ราย ทุกประเทศย่อมมีพวกมิจฉาชีพ แค่อยากให้เรื่องนี้เป็นอุทาหรณ์สำหรับนักท่องเที่ยว และหากคุณเป็นคนไทยตนอยากฝากให้กระจายเรื่องนี้ไปถึงหน่วยงานที่รับผิดชอบด้วย
ทั้งนี้ ในคอมเมนต์ส่วนใหญ่ต่างรู้ถึงเรื่องราวของพฤติกรรมแท็กซี่มิเตอร์บางส่วนเป็นอย่างดี หลายเสียงแนะนำว่ามาไทยควรจะเรียกแอปฯ เช่น แกร็บ หรือ โบลท์ แทน
ขณะเดียวกันจากรูปของนักท่องเที่ยวจะเห็นว่าป้ายทะเบียนเป็นสีขาว จึงอาจจะเป็นรถเถื่อนที่คอยเอาเปรียบชาวต่างชาติ บ้างคนบอกถึงขั้นว่า จะไม่เสี่ยงขึ้นแท็กซี่สีชมพูอย่างแน่นอน ดังนั้นหากจะขึ้นรถแท็กซี่ ควรดูทะเบียนว่าเป็นป้ายเหลืองเท่านั้น พร้อมกับแนะนำว่าหากเดินทางในเมืองควรจะใช้รถไฟฟ้าอย่าง BTS หรือ MRT จะสะดวกและประหยัดกว่า เป็นต้น
ขอบคุณข้อมูลจาก Reddit
