
เหยื่อรอดชีวิตจากโศกนาฏกรรมอิแทวอน เผยสภาพขาหลังผ่านเหตุการณ์ เล่านาทีสยอง ทำได้แค่ยืดคอหายใจ ช็อกเห็นเด็กสิ้นใจต่อหน้า แม้ไม่ตายแต่สภาพจิตใจย่ำแย่
จากโศกนาฏกรรมอิแทวอน กรุงโซล เกาหลีใต้ กรณีมีผู้คนมากกว่า 100,000 คนรวมตัวกันในพื้นที่อิแทวอนในงานฮัลโลวีน แต่ช่วงหนึ่งเกิดการเบียดเสียดเหยียบกันขาดอากาศหายใจ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 151 ศพ และบาดเจ็บ 76 คนนั้น
อ่านข่าว : สาวไทยเล่านาทีสยองอิแทวอน จู่ ๆ มีเสียงกรี๊ด คนกระอักเลือดต่อหน้า ล้มกันเป็นโดมิโน่
เกี่ยวกับเรื่องนี้ วันที่ 30 ตุลาคม 2565 เว็บไซต์อีทีทูเดย์ รายงานเรื่องราวของนักศึกษาหญิงชาวจีนรายหนึ่ง
โพสต์เล่าเรื่องราวที่รอดชีวิตจากโศกนาฏกรรมอิแทวอน
พร้อมลงภาพขาตัวเองซึ่งอยู่ในสภาพเต็มไปด้วยรอยแดงช้ำ
ยาวจากต้นขาไปจนถึงปลายเท้า
เกิดจากการถูกเบียดทับของผู้คนที่หนีตายจำนวนจากพื้นที่แคบ ๆ นั้น
โดยยอมรับว่าเหตุการณ์นี้เปรียบเสมือนนรกบนดินอย่างแท้จริง
เจ้าของเรื่องราวลงภาพของเหตุการณ์ชุลมุนที่ผู้คนเบียดกันในตรอกของย่านอิแทวอน
พร้อมระบุว่า ฉันคือคนที่อยู่ในวงกลมสีแดงจากรูปนี้
จุดนี้คือบริเวณที่เกิดเหตุร้ายแรงที่สุด
มันเป็นสถานการณ์ที่ชวนสลดใจมากเกินที่ใครจะจินตนาการได้
ราวกับหินก้อนใหญ่มาก ๆ กำลังกดทับใส่เรา
คนที่ล้มลงไปด้านหน้าจะไม่มีโอกาสรอด
ฉันที่ตัวสูงสามารถยืดคอขึ้นเพื่อหายใจได้ แต่ก็เห็นด้วยตาตัวเองว่า
เด็กหญิงที่ตัวไม่สูงนัก เธอนั้นหายใจไม่ออกจนเสียชีวิตอยู่ข้าง ๆ ตัวฉัน
ซึ่งตอนนั้นเราทำได้แค่มองและไม่สามารถขยับหรือช่วยเหลืออะไรได้
ฉันไม่สามารถขยับคอได้
รับรู้ได้ว่าเด็กชาวต่างชาติที่อยู่ด้านหลังอาเจียนออกมาใส่ตัว
แม้จะรอดชีวิตมาได้ แต่สภาพร่างกายและจิตใจยังย่ำแย่
ยอมรับว่าต้องการที่จะพบจิตแพทย์โดยทันที แม้จะผ่านไปแล้วแต่ตัวยังคงสั่น
รู้สึกหดหู่กับภาพเหตุการณ์ที่ได้เห็น การนอนบนเตียงยังหายใจค่อนข้างลำบาก
รู้สึกผวา หวาดกลัว หายใจถี่ และยิ่งนึกถึงภาพที่ผู้คนขาดอากาศล้มตายกันรอบ
ๆ ตัวเรา แค่นึกภาพนั้นก็ทำให้ฉันหายใจไม่ออก
ตอนนี้ยังกลัวที่จะติดต่อพ่อแม่ ส่วนเพื่อนนั้นรักษาตัวอยู่ที่ห้องฉุกเฉิน
หลังรอดชีวิต ฉันรู้สึกผิดและเสียใจว่าทำไมเราต้องไปร่วมสนุกที่นั่นด้วย
และยิ่งคิดก็รู้ตัวว่าสายเกินไป อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นมันคือเรื่องจริง
ความรู้สึกถึงความตายที่เข้าใกล้เราจากการเบียดเสียดเหยียบกัน
เท้าที่ลอยอยู่กลางอากาศ นิ้วที่ขยับไม่ได้
ยังคงสัมผัสได้ถึงการเข้าใกล้ความตายจากการหายใจไม่ออก
ความตายนั้นเกิดขึ้นง่ายจริง ๆ ตอนนั้นฉันแค่อยากมีชีวิตรอด
ด้วยความตั้งมั่นนี้ฉันจึงอดทนไว้ ซึ่งบางครั้งเพียงไม่กี่นาทีต่อมา
ฉันอาจจะไม่มีมันอีกต่อแล้ว
ต่อมา
เจ้าของเรื่องราวเผยว่า ตอนนี้ตนนั้นปลอดภัยแล้ว ขอบคุณทุกความห่วงใย
ไม่นานนี้เพิ่งจะไปเยี่ยมเพื่อนที่ห้องฉุกเฉิน
ซึ่งเพื่อนได้นำภาพเอกซเรย์ให้ดูด้วย บอกว่าตอนนี้ไม่มีปัญหาอะไรแล้ว
พร้อมแนะให้กลับบ้านไปพักผ่อนแล้วพรุ่งนี้ค่อยไปเยี่ยมใหม่
ทั้งนี้ เธอยอมรับว่าเหตุการณ์นี้เหมือนนรกจริง ๆ
แค่คิดก็รู้สึกผวาที่เกือบเอาชีวิตไม่รอด หน้าอกยังคงเจ็บจากการถูกทับ
ไม่กล้าที่จะหายใจ แขนขามีรอยฟกช้ำ ยังคงเจ็บปวดร่างกาย
ยอมรับว่ารู้สึกดีใจที่ยังคงมีชีวิต แต่เด็กหญิงข้าง ๆ
เธอในตอนนั้นไม่มีโอกาสอีกแล้ว
