
ทนายตั้ม โพสต์แฉพฤติกรรมแก๊งตำรวจ เบ่งกินฟรีเดือนละหลายแสน
ทั้งที่มีหุ้นในร้านอาหารแค่ 3% พอกินฟรีไม่ได้
สั่งแอดมินโพสต์ร้านปิดปรับปรุง ล่าสุด เจ้าตัวออกมาชี้แจงแล้ว
เลขาธิการมูลนิธิทีมงานทนายประชาชนฯ โพสต์เฟซบุ๊กแฉพฤติกรรมของตำรวจ
เบ่งกินฟรีเดือนละหลายแสน จนร้านใกล้จะต้องปิดตัวลง
ทั้งที่ตำรวจกลุ่มนี้มีหุ้นในร้านแค่ 3% เท่านั้น โดย ทนายตั้ม
ได้ระบุข้อความว่า…
“ทุกคนว่ามันเกินไปไหม ผับดังถูกแก๊งตำรวจอดอยาก
มีหุ้นแค่ 3% เบ่งกินฟรีเดือนละหลายแสน จนร้านใกล้เจ๊ง
เจ้าของร้านทนไม่ไหว ขอเชิญออกจากร้าน แก๊งตำรวจไม่พอใจ
ทักไปหาพนักงานในร้านบอกว่าร้านปิดปรับปรุง ทั้ง ๆ ที่ร้านยังเปิดปกติ
แถมยังสั่งแอดมินให้ลงว่า ร้านปิดปรับปรุง โดยไม่บอกหุ้นส่วนใหญ่
กะว่าไม่ได้เบ่งกินฟรี แล้วก็ให้ร้านเจ๊งไปเลย ไม่ให้กูอยู่ต่อ
ก็อย่าหวังมึงจะรอด เดี๋ยวผมจะพาเจ้าของร้านดำเนินคดีกับเมียผู้กำกับ
และแก๊งตำรวจอันธพาล ที่ลงข้อมูลเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์
ให้เป็นตัวอย่างนะครับ ใช้อำนาจหน้าที่ผิด ๆ
รังแกประชาชนแบบนี้มันได้เหรอครับ ?”
หลังจากโพสต์ดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกไป ทำให้ชาวเน็ตต่างออกมาวิพากษ์วิจารณ์พฤติกรรมของคนในวงการสีกากีกันอย่างมากมาย
ทั้งนี้ เกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว ล่าสุด (7 พฤศจิกายน 2565) ทีมข่าวช่อง 3 ติดต่อสอบถามไปยัง พันตำรวจเอก ที่ถูกกล่าวถึง เปิดเผยว่า แฟนของตนเป็นหุ้นส่วนร้านอาหาร ถือหุ้นอยู่ 0.5 หุ้น ที่ผ่านมามีปัญหาโควิด 19 ระบาด และมีการเปลี่ยนผู้ถือหุ้นมาตลอด ซึ่งแฟนสาวทำหน้าที่ดูแลบัญชีรายรับ-รายจ่าย แต่เรื่องที่เกิดขึ้นน่าจะเป็นปัญหาการสื่อสารระหว่างผู้ถือหุ้นกันเอง เนื่องจากในวันที่ 5 พฤศจิกายนที่ผ่านมา มีการรวบรวมข้อมูลผลประกอบการของร้าน แต่พบว่ามีเงินไม่เพียงพอ จึงต้องตกหุ้นให้ผู้ถือหุ้นลงทุนเพิ่มเติมตามสัดส่วนของตัวเอง
จากปัญหาที่เกิดขึ้น หุ้นส่วนมองว่า หากฝืนเปิดร้านต่อไปจะต้องแบกรับค่าใช้จ่าย จึงขอให้ปิดปรับปรุงชั่วคราว เพื่อหาแนวทางแก้ไข และหุ้นส่วนหลายคนก็ต้องการจะขายหุ้นออก เนื่องจากสภาพเศรษฐกิจไม่ดี แต่เรื่องนี้มีผู้ถือหุ้นรายใหญ่เป็นผู้ให้ข้อมูล โดยยืนยันว่าแฟนของตนไม่ได้ถือหุ้นลม เพราะลงทุนกับร้านไปแล้ว 6-7 แสนบาท
ส่วนประเด็นการจัดเลี้ยงกินฟรีนั้น ถือเป็นปกติของการเป็นหุ้นส่วนที่สามารถพาเพื่อนฝูงมาดื่มกินในร้านได้ ซึ่งจะมียอดระบุไว้ในบิลช่วงสิ้นเดือน แต่ยอดหลักแสนบาทที่ปรากฎตามข่าว คือ ยอดรวมของหุ้นส่วนทุกราย ซึ่งมีการประชุมไปแล้วว่าควรกำหนดค่าใช้จ่ายเท่าใด แต่ไม่ได้ข้อสรุป สำหรับประเด็นที่ว่าตำรวจยศนายสิบมาเรียกเก็บเงินจากร้านนั้น ไม่ทราบว่าเป็นการเก็บเงินไปเพื่อจ่ายส่วนใด
ด้าน พลตำรวจตรีอาชยน ไกรทอง โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า เบื้องต้นได้รับทราบเรื่องที่เกิดขึ้นแล้ว แต่ขณะนี้ยังไม่พบว่ามีผู้เสียหายเข้ามาแจ้งความร้องทุกข์ โดยหากผู้เสียหายมาแจ้งความ ก็จะดำเนินการตรวจสอบตามขั้นตอนทันที โดยขอให้มั่นใจในตำรวจจะทำให้เรื่องดังกล่าวมีความโปร่งใส ไม่ว่าจะเป็นตำรวจยศไหน ก็จะเร่งตรวจสอบอย่างรวดเร็ว และดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
