
ต๊ะ นารากร เล่าเบื้องหลังความหายนะวงการทีวี ที่ทำให้เกิดการดิสรัป เกิดจากอะไรบ้าง ร่ายยาวมาตั้งแต่ปี 2557 เป็นต้นมา
ช่วงนี้ต้องยอมรับว่า กระแสธุรกิจสื่อมวลชน โดยเฉพาะโทรทัศน์ ถดถอยเป็นอย่างมาก เพราะยุคสมัยที่เปลี่ยนไป คนเน้นเสพสื่อทางด้านอื่นมากกว่า ทำให้เม็ดเงินโฆษณาไม่เข้าด้วย
วันที่ 26 ตุลาคม 2569 นารากร ติยายน สื่อมวลชนชื่อดัง มีการโพสต์เล่าเบื้องหลังเกี่ยวกับความหายนะวงการทีวีไทยเอาไว้ได้อย่างน่าสนใจ ข้อความทั้งหมดดังนี้
ความหายนะของวงการทีวีเริ่มต้นเมื่อปี 2557 เมื่อ กสทช. (ยุคนั้น) เปิดประมูลทีวีดิจิทัล 26 ช่อง มีขาใหญ่ในวงการเข้าร่วมประมูลมากมาย ทั้งเจ้าของช่องเดิม และผู้ผลิตรายการที่อยากเป็นเจ้าของสถานีเอง วันนั้นทุกคนคาดหวังเค้กก้อนใหญ่ โดยลืมคิดไปว่าเค้กมีก้อนเดียวแต่ต้องตัดแบ่งเพิ่มขึ้น
ตอนนั้นฉันจัดรายการประเด็นเด็ดเจ็ดสี และอ่านข่าวภาคค่ำอยู่ที่ช่อง 7 เป็นรายการที่เรตติ้งและรายได้ดีมาก เป็นอันดับต้น ๆ ของรายการข่าวยุคนั้น
เงื่อนไขหนึ่งของการประมูลที่ กสทช. ตั้งไว้คือ ทีวีดิจิทัลทุกช่องต้องมีรายการข่าว 20% (ยกเว้นช่องข่าวต้องมีมากกว่า) แกรมมี่ซึ่งประมูลมาได้ 2 ช่อง คือ ช่อง 25 SD (GMM25) และช่อง 31 HD (one31) ไม่มีคนทำข่าวได้เพราะเป็นบริษัทที่ทำเรื่องบันเทิงเป็นหลัก จึงต้องหาคนสร้างฝ่ายข่าวให้
ภาพจาก เฟซบุ๊ก นารากร ติยายน
ฉันจึงได้รับเทียบเชิญจากคุณไพบูลย์ ดำรงชัยธรรม ให้ไปคุยและมอบหมายภารกิจสร้างฝ่ายข่าวให้แกรมมี่ (รายละเอียดขอข้ามไปนะ มันยาวมาก) สุดท้ายก็สำเร็จ วันเปิดสถานี 2 กรกฎาคม 2557 รายการแรกของสถานีคือรายการข่าวรอบวัน
ภาพจาก เฟซบุ๊ก นารากร ติยายน
ตอนนั้นทุกอย่างเร่งรัดและฉุกละหุกมาก แกรมมี่ต้องทุบห้องประชุมใหญ่ชั้น 11 ทิ้ง เพื่อสร้างเป็นฉากของรายการข่าว ที่เห็นในรูปนี้คือฉากแรกของช่อง one 31 ซึ่งตอนนี้ถูกรื้อทิ้งไปแล้ว เพราะมีการสร้างสตูดิโออยู่ด้านหลังตึกแกรมมี่ในเวลาต่อมา
เคราะห์มาซ้ำเมื่อ คสช. ยุคนั้น บังคับให้ช่วงเวลา 18.00 น. ทีวีทุกช่องต้องถ่ายทอดรายการของรัฐบาล ทำให้ไม่สามารถขายเวลาในช่วงนั้นได้ ทั้ง ๆ ที่เวลา 18.00 น. คือช่วงที่เข้าสู่เวลา primetime ของโทรทัศน์
ในปี 2558 เฟซบุ๊กเริ่มให้บริการ Facebook Live ทำให้ใคร ๆ ก็สามารถถ่ายทอดเนื้อหาของตัวเองได้ จุดนี้คือ Disruption เกิดความshipหายวายป่วง กระทบเป็นลูกโซ่มาตลอด 12 ปี
มาถึงวันนี้ กสทช. ชุดนี้จะนำพาวงการทีวีไทยไปทางไหน เป็นคำถามที่ไม่เคยมีคำตอบเลย
