ฉุนข้างบ้านแอบใช้เน็ต เปลี่ยนรหัสคืนเดียว มีโน้ตแปะถึงบ้าน แต่อ่านแล้วเศร้าเอง
ฉุนข้างบ้านแอบใช้เน็ต เปลี่ยนรหัสคืนเดียว มีโน้ตแปะถึงบ้าน แต่อ่านแล้วเศร้าเอง


          หนุ่มแก้เผ็ดเพื่อนบ้านจิ๊กใช้ Wi-Fi ขโมยอินเทอร์เน็ตโดยไม่ขอ เจอโน้ตแปะไว้ถึงหน้าบ้าน อ่านแล้วเศร้าใจเอง

ฉุนข้างบ้านแอบใช้เน็ต


          วันที่ 14 พฤศจิกายน 2565 เว็บไซต์ ETtoday มีรายงานเรื่องราวของชายคนหนึ่งที่อาศัยอยู่ในอพาร์ตเมนต์ที่เมืองฮูฮอต เขตปกครองตนเองมองโกเลียใน ประเทศจีน ไม่นานมานี้เขาเพิ่งจะรู้สึกตัวว่าน่าจะมีเพื่อนบ้านแอบดึงสัญญาณอินเทอร์เน็ตของเขาไปใช้ ดังนั้นเพื่อตัดปัญหาเขาจึงทำการเปลี่ยนรหัส Wi-Fi ซะใหม่ โดยไม่คิดจริง ๆ ว่าแทนที่เพื่อนบ้านจะเลิกขโมยใช้อินเทอร์เน็ตของเขาไปง่าย ๆ กลับมีกระดาษโน้ตมาติดที่หน้าประตูห้องเขาซะอย่างนั้น

          แต่งานนี้ เมื่อได้อ่านสิ่งที่เขียนอยู่ในโน้ตนั้นพร้อมของที่ ‘ตัวการขโมยอินเทอร์เน็ต’ นำมาวางไว้ ก็ทำให้ชายคนนี้ใจอ่อนยวบ รู้สึกเศร้าใจซะเอง

          รายงานเผยว่า เจ้าของสัญญาณ Wi-Fi ดังกล่าวคือนายฝู
โดยหลังจากที่เขาทำการเปลี่ยนพาสเวิร์ดได้เพียง 1 วัน
ก็สังเกตเห็นว่ามีคนนำกระดาษโน้ตมาติดไว้หน้าที่ห้อง พร้อมข้อความบอกว่า

         
“คุณลุง พาสเวิร์ดของคุณลุงถูกเปลี่ยนแล้ว ผมเลยเรียนออนไลน์ไม่ได้
พ่อแม่ผมเป็นอาสาสมัคร ที่ห้องของเราไม่มีอินเทอร์เน็ต
นี่เป็นไข่ที่คุณยายผมซื้อมาฝากคุณลุง ขอบคุณครับ”

         
นอกจากกระดาษแผ่นนี้แล้ว
นายฝูก็หันไปพบว่ามีไข่จำนวนหนึ่งถูกนำมาวางไว้ข้าง ๆ ห้องเช่นกัน
ที่แท้คนที่แอบขโมยใช้อินเทอร์เน็ตของเขาก็เป็นลูกของเพื่อนบ้าน
ที่มีความจำเป็นต้องเรียนออนไลน์
เมื่อรู้แบบนี้แล้วก็ทำให้เขาเสียใจที่ตัวเองทำให้เด็กน้อยเรียนไม่ได้

         
ดังนั้น เขาไม่เพียงแต่จะเปลี่ยนพาสเวิร์ดกลับเป็นเหมือนเดิม
แต่ยังซื้อนมกล่องกับไข่
รวมถึงนำเงินจำนวนเล็กน้อยไปไว้ที่หน้าห้องของเด็กชาย
พร้อมเขียนจดหมายบอกว่า “พาสเวิร์ดเหมือนเดิม” ด้วยความหวังว่าเด็กจะสามารถเรียนได้อย่างราบรื่น

         
แน่นอนว่าเรื่องที่เกิดขึ้นนั้นทำให้ชาวเน็ตจำนวนมากรู้สึกอบอุ่นใจ
กับความน่ารักและนำใจของชายคนนี้ แต่ขณะเดียวกันมีชาวเน็ตบางคนชี้ว่า
ก่อนหน้านี้ก็เคยมีเรื่องราวที่คล้ายกันถูกนำมาเปิดเผยบนโลกออนไลน์
แต่กลายเป็นว่าเจ้าของบ้านถูกเพื่อนบ้านหลอก
เพื่อที่จะใช้อินเทอร์เน็ตฟรีต่อไป

ขอบคุณข้อมูลจาก ETtoday





Source link

Leave a Reply