In Thailand

ฉาวโฉ่ ! เมียบุกร้านอาหาร จับผัวพากิ๊กมากินข้าว หนีได้หนีไป แต่ไม่ปล่อยกระโปรง

ฉาวโฉ่ ! เมียบุกร้านอาหาร จับผัวพากิ๊กมากินข้าว หนีได้หนีไป แต่ไม่ปล่อยกระโปรง
Written by Thailand News


           โซเชียลแชร์ภาพฉาว เมียบุกร้านอาหาร จับได้คาตาผัวแอบพากิ๊กมากินข้าว สาวรีบเผ่นหนี แต่เจอเมียดึงกระโปรงไม่ปล่อย

เมียหลวงตบเมียน้อย
           วันที่ 20 เมษายน 2566 เว็บไซต์มิเรอร์มีเดีย เผยว่า เมื่อไม่นานมานี้ บนโซเชียลมีเดียของเวียดนามได้มีการแชร์ภาพเหตุการณ์ชุลมุนสุดระทึก เหตุเกิดขึ้นที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง เมื่อหญิงรายหนึ่งจับได้ว่าสามีของเธอนอกใจ เห็นหลักฐานเต็มสองตาว่า เขากำลังพาสาวอีกคนไปนั่งกินอาหารด้วยกัน เธอจึงตัดสินใจพุ่งตรงเข้าไปอาละวาดภายในร้านอย่างดุเดือด

           จากภาพที่ถูกเผยแพร่ออกมา แสดงให้เห็นว่า หญิงภรรยาในชุดเสื้อคลุมสีชมพู และกางเกงวอร์มขายาว เดินเข้าไปโจมตีเล่นงานหญิงสาวชู้รักของสามีที่สวมชุดเดรสสีฟ้าอ่อน เธอเข้าไปดึงกระชากผมอย่างแรง ในขณะที่สามีของเธอก็รีบเข้าไปห้ามปรามภรรยาของตัวเอง ที่กำลังอยู่ในอารมณ์โกรธแค้นขั้นสุด ต่างฉุดกระชากกันไปกันมา ทางสาวชู้รักก็พยายามสะบัดหนี

เมียหลวงตบเมียน้อย

           แต่ปรากฏว่าในจังหวะนั้น ทางฝ่ายภรรยาไม่ยอมปล่อยไปง่าย ๆ เธอใช้มือดึงจับชายกระโปรงของสาวชู้รักเอาไว้อย่างแน่น ยิ่งเธอพยายามจะดิ้นหนี กระโปรงก็ยิ่งเปิดมากขึ้นไปจนถึงเหนือสะดือ ทำให้กางเกงในและท่อนล่างของเธอถูกเปิดโชว์ต่อสายตาผู้คนที่อยู่ในบริเวณดังกล่าว กลายเป็นภาพที่สุดฉาวโฉ่

เมียหลวงตบเมียน้อย

           รายงานเผยว่า ภาพเหตุการณ์ดังกล่าวถูกเผยแพร่ไปทางโลกออนไลน์อย่างรวดเร็ว มีผู้แชร์ต่อกันออกไปเป็นจำนวนมาก และกลายเป็นประเด็นที่วิพากษ์วิจารณ์ร้อนแรง ชาวเน็ตเข้าไปแสดงความคิดเห็นถกเถียง มีทั้งส่วนที่เข้าใจความโมโหของทางฝ่ายภรรยา พร้อมทั้งตำหนิสาวที่มาเป็นมือที่สาม ทำครอบครัวแตกแยก รวมถึงสามีของเธอที่ไม่ซื่อสัตย์ แต่ทั้งนี้ก็ไม่เห็นด้วยกับการใช้ความรุนแรง

           อย่างไรก็ตาม มีผู้ใช้โซเชียลบางคนกลับโฟกัสไปที่ “ใบหน้า” ของหญิงชู้รักรายนี้ โดยรู้สึกประหลาดใจที่พบว่า “เธอไม่ได้น่าดึงดูดหรือชวนให้รู้สึกหลงใหลอย่างที่คิดเอาไว้” โดยชี้ว่า สาวชู้รักดูเหมือนมีอายุมากกว่าคนที่เป็นภรรยา และภรรยาของเขายังดูดีกว่า ไม่เข้าใจว่าทำไมสามีของเธอถึงตัดสินใจทำเช่นนี้

ขอบคุณข้อมูลจาก มิเรอร์มีเดีย





Source link

About the author

Thailand News

Leave a Comment

Translate »