เพจเฟซบุ๊ก Drama-addict เผยกรณีเด็กหญิงถูกงูกะปะกัดมือ ทำไมถึงต้องผ่าตัด ไม่เช่นนั้นมีความรุนแรงถึงขั้นใช้การไม่ได้ พร้อมแนะนำวิธีการปฐมพยาบาลที่ถูกต้อง ห้ามขันชะเนาะ
จากกรณีผู้ใช้เฟซบุ๊ก Tossaphon Srichompu โพสต์ขอความช่วยเหลือบริจาคเลือดให้น้องสาวที่ถูกงูกะปะกัด จนได้รับบาดเจ็บอาการสาหัสที่บริเวณมือและนิ้วมือ ซึ่งต้องเข้ารับการผ่าตัดเพื่อระบายแรงดันบริเวณมือ ให้เลือดไปเลี้ยงนิ้วมือได้ แต่เบื้องต้นทางพี่ชายได้อัปเดตว่าน้องได้รับเลือดบริจาคเพียงพอแล้วนั้น
เกี่ยวกับเรื่องนี้ (13 ธันวาคม 2564) นายแพทย์วิทวัส ศิริประชัย หรือ จ่าพิชิต แอดมินเพจเฟซบุ๊ก Drama-addict ได้มีการให้ความรู้ถึงกรณีดังกล่าวกับสาเหตุที่ทำไมเด็กหญิงรายนี้ที่ถูกงูกัด ถึงมีปัญหาเรื่องความดันในมือสูง จนต้องเข้ารับการผ่าตัดมือเพื่อระบายความดัน ว่า กรณีนี้เกิดจากเวลาถูกงูกัด แล้วถ้าพิษงูนั้นมันทำให้เนื้อเยื่อตาย มันก็จะทำให้เกิดการคั่งของสารน้ำ เลือด น้ำเหลือง และอื่น ๆ ในบริเวณกล้ามเนื้อ
ทั้งนี้
ปกติแล้วกล้ามเนื้อแต่ละมัดจะอยู่ในช่องกล้ามเนื้อที่มีเนื้อเยื่อที่เรียกว่า
fascia หุ้มอยู่ ซึ่งถ้าในช่องกล้ามเนื้อนั้นมีเลือด น้ำเหลือง
หรือสารน้ำที่เกิดจากการตายของกล้ามเนื้อมาคั่งอยู่
ก็จะทำให้ช่องกล้ามเนื้อบวม ความดันภายในช่องกล้ามเนื้อก็จะสูง
หรือที่เรียกว่า Compartment syndrome
ซึ่งถ้าความดันในช่องกล้ามเนื้อขึ้นสูงมาก ก็จะไปกดเส้นเลือด
ทำให้เลือดไปเลี้ยงอวัยวะส่วนนั้นลดลง
อย่างกรณีของเด็กหญิงรายนี้ คือถูกกัดที่มือ ทำให้เกิดภาวะดังกล่าวตรงมือ
และกดทับเส้นเลือดที่ไปเลี้ยงมือ และนิ้ว ถ้ารักษาไม่ทัน
เนื้อเยื่อส่วนนั้นก็จะตาย แต่ถ้าผ่าเพื่อระบายความดัน
ทำให้เลือดกลับไปเลี้ยงอวัยวะส่วนนั้นได้
ก็มีโอกาสที่จะเก็บอวัยวะนั้นไว้ได้
ซึ่งกรณีดังกล่าวถือว่าเป็นภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงถึงขั้นเสียอวัยวะได้หลังถูกงูกัด
อย่างไรก็ตาม นายแพทย์วิทวัส
ให้คำแนะนำทิ้งท้ายในเรื่องของการปฐมพยาบาลเมื่อถูกงูกัดว่า
ไม่ต้องขันชะเนาะ หรือเอามีดกรีดแผล เพราะจะยิ่งทำให้แย่กว่าเดิม
แต่ควรใช้วิธีนำสิ่งของที่แข็ง ๆ มาดามอวัยวะส่วนนั้นไว้
เหมือนดามคนที่แขนขาหัก ให้คนไข้อยู่นิ่งที่สุด
แล้วรีบนำตัวส่งโรงพยาบาลให้เร็วที่สุดแทน
ขอบคุณข้อมูลจาก เฟซบุ๊ก Drama-addict
