
เปิดปฏิบัติการปิดสวิทซ์บริษัท ประกันเถื่อน รับเคลมรถมือสอง เสนอขายถึงหน้าเต็นท์ สุดท้ายเคลมไม่ได้ เหยื่อเกือบ 500 ราย ฮุบเบี้ยประกันกว่า 30 ล้าน
ภาพจาก ตำรวจสอบสวนกลาง
วันที่ 4 กันยายน 2568 ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย บก.ปอศ. แถลงผลปฏิบัติการ
ปิดสวิทซ์บริษัท ประกันเถื่อน รับเคลมรถมือสอง เสนอขายประกันถึงหน้าเต๊นท์
สุดท้ายเคลมไม่ได้ พบเหยื่อเกือบ 500 ราย ฮุบเบี้ยประกันกว่า 30 ล้านบาท
โดยทาง
บก.ปอศ. ได้ร่วมกับ คปภ. แถลงข่าวการจับกุมผู้ต้องหา 3 ราย ในข้อหา
ร่วมกันเป็นผู้รับประกันภัยโดยไม่ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจประกันภัย,
นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือน
หรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ
โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน
สืบเนื่องจากเมื่อเดือนพฤษภาคม
2568 มีผู้เสียหายร้องเรียนมาที่ คปภ. หลังซื้อรถยนต์จากเต็นท์รถมือสอง
ย่านบางแค และนนทบุรี ซึ่งมีการเสนอแพ็กเกจ
“ประกันสุขภาพรถยนต์/รับประกันคุณภาพรถยนต์มือสอง” ของบริษัทแห่งหนึ่ง
เพื่อรับประกันอะไหล่รถยนต์มือสองของลูกค้า เรียกเก็บค่าเบี้ยประกัน 28,000
บาท
หลังผู้เสียหายบางรายซื้อรถไปไม่นาน
ปรากฏว่ารถเกิดอาการผิดปกติ เช่น เครื่องยนต์สะดุด ระบบเกียร์มีปัญหา
ระบบหัวฉีดขัดข้อง จึงนำรถไปซ่อมที่อู่ในเครือ
แต่บริษัทกลับปฏิเสธความรับผิดชอบ ไม่รับเคลม อ้างว่าราคาสูงเกินมาตรฐาน
และอยู่นอกเงื่อนไขการคุ้มครอง
กลุ่มผู้เสียหายจึงได้เข้าร้องเรียนต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย
(คปภ.)
ภาพจาก สวพ.FM91
เมื่อตำรวจเข้าสอบสวน พบว่า บริษัท มายคาร์ เซอร์วิส พลัส
1989 จำกัด จดทะเบียนจัดตั้งเมื่อปี 2565
มีพฤติกรรมเสนอขายแพ็กเกจในลักษณะดังกล่าวจริง ซึ่งลักษณะการกระทำเช่นนี้
เป็นการเรียกเก็บผลตอบแทน เพื่อคุ้มครองความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต
อันมีลักษณะเป็นการ “รับประกันภัย”
ซึ่งจะต้องได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจประกันวินาศภัย
แต่ตรวจสอบไม่พบว่าบริษัทมีใบอนุญาต
รวมถึงบริษัทมีการเผยแพร่คลิปโฆษณาผ่านเพจ
โดยใช้รถของผู้อื่นโดยไม่ได้รับอนุญาต และมีข้อมูลแอบอ้างอีกหลายอย่าง
อีกทั้งเมื่อตรวจสอบข้อมูลทางการเงิน
พบเงินหมุนเวียนที่น่าเชื่อว่ามาจากการการเรียกเก็บเบี้ยประกันจากผู้เอาประกัน
259 ราย และกลุ่มเต็นท์รถคู่สัญญา จำนวน 52 ราย รวมมูลค่ากว่า 30 ล้านบาท
โดยมีการโอนเงินต่อไปยังบัญชีธนาคารส่วนตัวของกรรมการทั้ง 3
รายไปใช้ประโยชน์ส่วนตัว
ภาพจาก ตำรวจสอบสวนกลาง
ภาพจาก ตำรวจสอบสวนกลาง
พนักงานสอบสวน ปอศ.
จึงได้รวบรวมพยานหลักฐานขอหมายจับผู้ต้องหาทั้ง 3 ราย
และเข้าตรวจค้นเป้าหมาย 2 จุดในพื้นที่เขตหนองแขม และกระทุ่มแบน
จ.สมุทรสาคร แจ้งข้อหาความผิดตาม พระราชบัญญัติประกันวินาศภัย พ.ศ.2535 และ
พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2560
อย่างไรก็ตาม
ผู้ต้องหายังคงให้การภาคเสธ ซึ่งตำรวจได้ควบคุมตัวกรรมการบริษัททั้ง 3 ราย
นำส่งพนักงานสอบสวน กก.4 บก.ปอศ. เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย
ขณะที่ทางตำรวจสอบสวนกลาง
ยังโพสต์แจ้งเตือนเจ้าของรถมือสอง ให้ลองเช็กประกันรถยนต์กันด้วย
ว่าใช้บริษัทประกันเถื่อนที่เพิ่งจับมาหรือไม่
ขอบคุณข้อมูลจาก สวพ.FM91
