ครอบครัวใช้ AI สร้างคลิปจำลองลูกชาย วิดีโอคอลคุยกับแม่วัย 80 ปี ซ่อนความจริงใจสลาย หลังจากลูกชายคนเดียว เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางรถยนต์
วันที่ 22 เมษายน 2569 เว็บไซต์ออดดิตี้เซนทรัล เผยเรื่องราวชวนสะเทือนใจและกลายเป็นประเด็นถกเถียงบนโลกออนไลน์ กรณีของครอบครัวชาวจีนครอบครัวหนึ่ง ได้ตัดสินใจใช้เทคโนโลยี AI สร้างคลิปจำลองลูกชาย นำไปวิดีโอคอลคุยกับแม่วัย 80 ปี เพื่อซ่อนความจริงสุดใจสลาย หลังจากลูกชายเพียงคนเดียวของเธอ เสียชีวิตจากไปอย่างกะทันหันด้วยอุบัติเหตุทางรถยนต์
เรื่องราวดังกล่าวถูกนำมาเปิดเผยโดยทีมผู้พัฒนาเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ของบริษัทแห่งหนึ่งในที่มณฑลเจียงซู ทางตะวันออกของประเทศจีน โดยระบุว่า มีครอบครัวหนึ่ง (ไม่เปิดเผยรายละเอียด) ซึ่งอาศัยอยู่ในมณฑลซานตง ได้ติดต่อมาว่าจ้างให้ทางบริษัทจำลองชายรายหนึ่งในเวอร์ชันดิจิทัล ซึ่งชายผู้นี้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุรถยนต์ไปเมื่อปีที่ผ่านมา ทว่าผู้เป็นแม่วัย 80 ปี ยังไม่ทราบเรื่อง ทางครอบครัวจึงต้องการช่วยปกป้องหญิงชรา จากการสูญเสียลูกชายเพียงคนเดียว
เจ๋อเหว่ย หัวหน้าทีม AI ดังกล่าวเผยว่า หญิงชรารายนี้มีโรคหัวใจ เธอมีลูกชายคนเดียวคือ จาง แต่เคราะห์ร้าย จางประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์เสียชีวิตไปเมื่อปีที่ผ่านมา ทางลูกชายของจางตั้งใจปกปิดเรื่องไม่ให้ย่ารู้ จึงติดต่อมายังทีม AI ขอให้สร้างแบบจำลองดิจิทัลของพ่อ โดยให้ข้อมูลสำคัญต่าง ๆ มาเป็นจำนวนมาก ทั้งภาพถ่าย วิดีโอ และบันทึกเสียงที่พูดสำเนียงท้องถิ่น
ทางทีม AI ได้สร้างจางในรูปแบบ “ลูกชายเสมือนจริง” ซึ่งดูเหมือนจางผู้ล่วงลับไปแล้วทุกประการ สามารถเลียนแบบได้แม้กระทั่งท่าทางโน้มตัวไปข้างหน้าขณะพูด ทางครอบครัวของเขายังรู้สึกทึ่ง ก่อนที่ลูกชายของจางจะใช้ “พ่อเสมือนจริง” ให้วิดีโอคอลคุยกับย่าของเขาทุกวัน
ในขณะที่แม่วัยชราของจางไม่รู้เลยว่า “คน” ที่เธอคุยด้วยทุกวัน แท้จริงนั้นเป็นเพียงสิ่งสมมติ
“ลูกต้องโทรหาแม่บ่อย ๆ นะ จะได้รู้ว่าลูกสบายดีไหมในเมืองอื่น แม่คิดถึงลูกมาก แม่เสียใจที่ไม่ได้เจอลูกด้วยตัวเอง” แม่ของจาง กล่าวกับลูกชายในวิดีโอคอล
หลังจากเรื่องราวนี้ถูกเผยแพร่ไปในวงกว้าง ได้จุดประกายให้เกิดการถกเถียงอย่างร้อนแรงในโลกออนไลน์ โดยความคิดเห็นแตกออกเป็น 2 ฝ่าย ส่วนหนึ่งเห็นด้วยกับวิธีการนี้ โดยเข้าใจว่าคือ “การปลอบโยนผู้ที่ยังมีชีวิตอยู่” หากจะมองว่าเป็นการโกหกหลอกลวง ก็ถือว่าเป็น “โกหกสีขาว” เพื่อปกป้องความรู้สึกของบุคคลที่เปราะบางในสถานการณ์ที่ละเอียดอ่อน
อย่างไรก็ตาม อีกส่วนมองว่าการเผชิญหน้ากับความจริง คือการปล่อยวางที่แท้จริง เพราะความทุกข์มักเกิดจากการฝืน หรือไม่ยอมรับความจริง “สุดท้ายเมื่อความจริงปรากฏขึ้นมา เธอจะยิ่งเสียใจมากกว่าเดิมหรือไม่ หรือพวกเขาตั้งใจจะปิดบังความจริงเธอไปจนลมหายใจสุดท้ายของชีวิต”
เรื่องนี้จึงกลายประเด็นที่ถกเถียงทางศีลธรรม โดยมีการตั้งคำถามว่า “ไม่มีอะไรทำให้แม่เจ็บปวดไปกว่าการสูญเสียลูก หากคุณสามารถช่วยแม่ให้พ้นจากความเจ็บปวดเช่นนี้ได้ด้วยการหลอกลวง คุณจะทำหรือไม่ ?”
