In Thailand

ครอบครัวใจสลาย รถกระบะพุ่งชนบ้าน คนขับหนีหาย คว้าตัวลูกทันคนเดียว ส่วนอีกคนเสียชีวิต

ครอบครัวใจสลาย รถกระบะพุ่งชนบ้าน คนขับหนีหาย คว้าตัวลูกทันคนเดียว ส่วนอีกคนเสียชีวิต
Written by Thailand News



          สลด… นั่งอยู่ในบ้านดี ๆ ก็มีกระบะพุ่งมาชน แม่คว้าลูกทันคนเดียว ลูกอีกคนโดนชนต่อหน้า ครอบครัวใจสลาย จัดวันเกิดหน้าโลงศพลูก ด้านคนขับอ้างหลับใน ไม่ได้เมา


          วันที่ 8 พฤศจิกายน 2565 เรื่องเล่าเช้านี้ รายงานว่า วานนี้ (7 พฤศจิกายน) ตำรวจ สภ.เมืองบุรีรัมย์ ได้รับแจ้งอุบัติเหตุรถยนต์ชนกันและเสียหลักพุ่งชนร้านค้าข้างทาง มีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัส ข้าวของพังเสียหาย บริเวณบ้านไทยโยง อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ จึงรีบเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมหน่วยกู้ชีพ อบต.บ้านบัว  

           จุดเกิดเหตุพบรถกระบะตอนเดียว ยี่ห้อนิสสัน สีเขียว ลักษณะเป็นรถนายฮ้อยใช้สำหรับบรรทุกวัวควาย อยู่ในสภาพพุ่งชนอัดร้านขายของริมถนน ด้านหน้ารถพังเสียหาย แต่ไม่พบคนขับอยู่ภายในรถ ส่วนบริเวณที่รถกระบะคันดังกล่าวพุ่งชน มีทั้งโต๊ะหินอ่อนขนาดใหญ่แตกหัก ข้าวของภายในร้านพังกระจัดกระจายเสียหายเกือบทั้งหมด ทั้งนี้ยังพบรอยเลือดอยู่ในจุดเกิดเหตุด้วย


กล้องวงจรปิดบันทึกนาทีรถกระบะพุ่งเข้ามาในร้าน ช่วงชุลมุนคนขับหลบหนี

          
จากการสอบถามคนที่เห็นเหตุการณ์ เล่าว่า คนที่ได้รับบาดเจ็บสาหัส คือ
ด.ช.ธีรพล หรือน้องแสตมป์ วัยเพียง 4 ขวบ
เพราะถูกแผ่นโต๊ะหินอ่อนที่รถพุ่งชนกระแทกอย่างแรงและทับตัวน้อง
ซึ่งหลังเกิดเหตุผู้เป็นพ่อได้นำตัวน้องส่งโรงพยาบาลบุรีรัมย์
เพื่อให้แพทย์ช่วยชีวิตอย่างเร่งด่วนแล้ว แต่น้องได้เสียชีวิตในเวลาต่อมา

          
ส่วนรถยนต์อีกคันที่กระบะคันดังกล่าวพุ่งชน
ก่อนกระบะจะเสียหลักพุ่งเข้าร้านค้าข้างทาง คือ รถกระบะยี่ห้อฟอร์ด
เรนเจอร์ ได้รับความเสียหายเช่นกัน แต่คนขับไม่ได้รับบาดเจ็บ
และยังรอให้ข้อมูลกับตำรวจอยู่ในที่เกิดเหตุ
ด้านคนขับกระบะที่พุ่งเข้าไปในร้านค้าชนเด็กเสียชีวิต
ได้อาศัยช่วงชุลมุนหลบหนี ขณะนี้อยู่ระหว่างการติดตามตัวของตำรวจ

          
โดยภาพจากกล้องวงจรปิดบริเวณร้านเกิดเหตุบันทึกภาพเหตุการณ์ได้อย่างชัดเจน
ซึ่งนาทีนั้นได้ยินเสียงกรีดร้องของผู้เป็นแม่ด้วยความตกใจ
ที่เห็นลูกชายถูกชนแล้วแผ่นหินอ่อนทับตัวอยู่ 
ก่อนจะยกหินอ่อนออกแล้วอุ้มลูกให้สามีรีบพาส่งโรงพยาบาล

ครอบครัวน้องแสตมป์ทำใจไม่ได้ น้องจากไปไม่มีวันกลับ

          
ต่อมาผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปยังโรงพยาบาลบุรีรัมย์ พบว่า นายนพดล อายุ 33
ปี และ น.ส.พัชรวรรณ อายุ 29 ปี
พ่อและแม่ของน้องแสตมป์นั่งร้องไห้อยู่หน้าห้องฉุกเฉิน
เพราะยังทำใจไม่ได้ที่ต้องสูญเสียลูกชาย ส่วน ด.ญ.ศิรินทร์ทิพย์
หรือน้องสตางค์ วัย 5 ขวบ ลูกสาวคนโตที่อยู่ในเหตุการณ์ดังกล่าวด้วย
ก็ร้องไห้ตลอดเวลา
ต้องมีญาติคอยปลอบเพราะยังขวัญเสียกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

          
ด้าน น.ส.พัชรวรรณ ผู้เป็นแม่ เล่าทั้งน้ำตาว่า
ก่อนเกิดเหตุตนกำลังถักเปียให้น้องสตางค์ ลูกสาวคนโต และป้อนข้าวน้องแสตมป์
ลูกชายคนเล็ก อยู่ที่โต๊ะหินอ่อนหน้าบ้าน อยู่ ๆ
ไม่รู้รถกระบะคันดังกล่าวมาจากไหน
ตอนนั้นตนทำได้แค่ผลักลูกสาวออกเพื่อไม่ให้ถูกชน
แต่ลูกชายซึ่งนั่งอยู่อีกฝั่งตนคว้าไม่ทัน
ทำให้ถูกแผ่นหินอ่อนกระแทกอย่างแรง ทับตัวน้องจนสลบ

          
จากนั้นแม่ก็ใช้กำลังที่มี ยกแผ่นหินอ่อนออก
แล้วอุ้มลูกชายที่หมดสติส่งต่อให้สามีรีบพาส่งโรงพยาบาล
ตอนแรกคิดว่าน้องแค่สาหัส
แต่พอไปถึงห้องฉุกเฉินหมอพยาบาลบอกว่าได้ช่วยปั๊มหัวใจช่วยเต็มที่แล้ว
แต่ไม่สามารถยื้อชีวิตน้องไว้ได้ ตอนนั้นแทบช็อกทำอะไรไม่ถูก ได้แต่ร้องไห้
เพราะไม่คิดว่าจะสูญเสียลูกไป

           ส่วนคนที่ชนดูจากสภาพก็คล้ายกับคนเมา หลังเกิดเหตุก็หลบหนีไปเลย
ไม่มีแม้แต่คำขอโทษหรือช่วยเหลืออะไรเลย
จึงอยากให้ตำรวจเร่งติดตามตัวมาตรวจแอลกอฮอล์และดำเนินคดีตามกฎหมาย

รถยนต์คู่กรณีที่ถูกกระบะชน เล่านาทีก่อนเกิดเหตุสลด

          
นายอนันต์ เครือทอง เจ้าของโรงแรม เล่าว่า
หลังกลับจากส่งลูกไปเรียนในตัวเมืองก็กำลังขับรถกลับ แต่พอมาถึงจุดเกิดเหตุ
รถกระบะที่ขับสวนมาจะมุ่งหน้าเข้าเมืองก็ข้ามเลนมาชนเต็มแรง
จนรถหมุนกลางถนนเกือบจะไปชนเสาไฟฟ้าข้างทาง เคราะห์ดีที่ประคองเอาไว้ได้
จากนั้นรถกระบะก็เสียหลักไปพุ่งชนร้านค้าจนมีเด็กบาดเจ็บสาหัสก่อนจะเสียชีวิต

          
ขณะที่ น.ส.มนพัทธ์ สิริพัชรมณฑ์ หัวหน้าห้องฉุกเฉินโรงพยาบาลบุรีรัมย์
ยอมรับว่า
เหตุการณ์ดังกล่าวสร้างความสะเทือนใจให้กับหมอและพยาบาลด้วยเช่นกัน
เพราะถือเป็นเหตุการณ์ที่ไม่ควรจะเกิดขึ้น
จึงอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องใช้มาตรการจริงจังกับผู้ขับขี่รถบนท้องถนน
ทั้งความพร้อมของรถและสมรรถภาพของผู้ขับขี่
โดยเฉพาะผู้ที่เมาแล้วขับควรจะใช้กฎหมายอย่างจริงจัง
เพื่อไม่ให้เกิดความสูญเสียขึ้นอีก


คนขับกระบะอ้างพักผ่อนน้อย ไม่ได้เมา เพราะดื่มไปแค่เป๊กเดียว

          
ต่อมาในวันเดียวกัน ตำรวจ สภ.เมืองบุรีรัมย์ ได้จับกุมนายสมรวย อายุ  65
ปี ชาวตำบลเสม็ด อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ ซึ่งเป็นคนขับรถกระบะพุ่งชนร้านจนเด็ก
4 ขวบเสียชีวิต โดยเบื้องต้นนายสมรวยอ้างว่าหลับในเพราะพักผ่อนน้อย
แต่ปฏิเสธไม่ได้เมา เพราะดื่มเหล้าไปแค่เป๊กเดียวเท่านั้น

         
ทั้งนี้ พนักงานสอบสวนได้แจ้ง 2 ข้อหา คือ ขับรถโดยประมาท
เป็นเหตุให้เฉี่ยวชนรถคันอื่นมีผู้อื่นถึงแก่ความตาย
ทรัพย์สินของผู้อื่นเสียหาย
และข้อหาขับรถในทางซึ่งก่อให้เกิดความเสียหายแก่บุคคลหรือทรัพย์สินของผู้อื่นโดยไม่หยุดรถและให้ความช่วยเหลือตามสมควร
และไม่แจ้งเหตุต่อตำรวจที่ใกล้เคียงทันที
และแสดงตัวแจ้งชื่อตัวชื่อสกุลและที่อยู่ของตน
และหมายเลขทะเบียนแก่ผู้ได้รับความเสียหายด้วย
โดยอยู่ระหว่างการตรวจวัดระดับแอลกอฮอล์
หากเกินกฎหมายกำหนดก็จะแจ้งข้อหาเพิ่มเติม

บรรยากาศงานศพโศกเศร้า อีกไม่กี่อาทิตย์จะถึงวันเกิด แต่น้องมาจากไปเสียก่อน

         
สำหรับบรรยากาศงานศพของน้องแสตมป์ เป็นไปด้วยความโศกเศร้า
พ่อแม่และพี่สาววัย 5 ขวบ ได้นำข้าวเหนียวหมูปิ้งที่น้องแสตมป์ชอบมาให้
พร้อมทั้งนำเค้กรูปสไปเดอร์แมนที่น้องบอกว่าอยากได้ก่อนจะเสียชีวิตมาให้
รวมถึงร้องเพลงแฮปปี้เบิร์ธเดย์ทั้งน้ำตาหน้าโลงศพให้น้องแสตมป์ด้วย
เพราะครอบครัวตั้งใจจัดวันเกิดครบรอบ 4 ขวบให้น้องในวันที่ 25 พฤศจิกายน
นี้

          นายนพดล พ่อของน้องแสตมป์ กล่าวว่า
ส่วนตัวไม่เชื่อว่าคนขับรถกระบะจะหลับใน เพราะตอนเกิดเหตุยังเช้าอยู่
อีกทั้งภรรยาและคนที่อยู่ในเหตุการณ์ก็เห็นว่าคนขับเดินเซคล้ายกับคนเมา
จึงเชื่อว่าน่าจะเมามากกว่า อยากให้ยอมรับความจริง
และหากผลตรวจว่ามีระดับแอลกอฮอล์เกินกว่ากฎหมายกำหนดจริง
ก็อยากให้ตำรวจลงโทษตามกฎหมายจนถึงที่สุด
ถึงแม้ว่าความจริงหากเป็นไปได้ก็อยากจะให้แลกด้วยชีวิต
เพราะตนสูญเสียลูกไปไม่มีวันกลับ

ขอบคุณข้อมูลจาก เรื่องเล่าเช้านี้





Source link

About the author

Thailand News

Leave a Comment

Translate »