In Thailand

คดีเดือด ผู้จัดการโดนไล่ออก เพราะจูบลูกน้องหญิงในที่ทำงาน แต่ฟ้อง บ. จนชนะ !?

คดีเดือด ผู้จัดการโดนไล่ออก เพราะจูบลูกน้องหญิงในที่ทำงาน แต่ฟ้อง บ. จนชนะ !?
Written by Thailand News


          คดีเดือด ผู้จัดการอาวุโสระดับผู้บริหารโดนไล่ออก เพราะจูบลูกน้องหญิงในที่ทำงาน ฟ้องกลับบริษัท สุดท้ายกลายเป็นชนะ 



คดีเดือด ผู้จัดการโดนไล่ออก
ภาพประกอบไม่เกี่ยวข้องกับข้อมูล

          วันที่ 31 พฤษภาคม 2568 เว็บไซต์เซาธ์ไชน่ามอร์นิ่งโพสต์ เผยเรื่องราวคดีความที่เป็นประเด็นได้รับความสนใจบนสังคมออนไลน์ของจีน เมื่อผู้จัดการอาวุโสของบริษัทแห่งหนึ่งถูกไล่ออก เหตุเพราะจูบพนักงานหญิงที่อยู่ภายใต้การทำงานของเขา แต่เขาไม่พอใจ จึงฟ้องกลับทางบริษัท และผลสุดท้ายปรากฏว่าเขาชนะคดีในที่สุด 

จุดเริ่มต้น 

          ชายสกุลหลิน อยู่ในตำแหน่งระดับผู้บริหาร
เป็นผู้จัดการฝ่ายผลิตที่บริษัทเดินเรือต่างประเทศแห่งหนึ่งในเมืองชิงเต่า
มณฑลซานตง ประเทศจีน เมื่อเดือนพฤษภาคม 2558 เขาถูกเลิกจ้าง
ด้วยเหตุผลว่าละเมิดนโยบายของบริษัท โดยการล่วงละเมิดทางเพศพนักงานหญิง
และใช้ตำแหน่งหน้าที่ในทางที่ผิดเพื่อประโยชน์ส่วนตัว

          ทางบริษัทพบว่า
หลินมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับพนักงานหญิงชื่อสกุลซื่อ
ซึ่งรายงานไม่ได้ระบุแน่ชัดถึงสถานะการสมรสของทั้งสอง
โดยกล้องวงจรในที่ทำงานสามารถบันทึกภาพหลินกอดจูบพนักงานหญิงรายนี้บนบันได
ทางบริษัทจึงกล่าวหาว่า หลินลวนลามลูกน้องหญิง
และยังเสนอเลื่อนตำแหน่งให้กับเธอ  

          อย่างไรก็ดี หลินปฏิเสธข้อกล่าวหานี้ และเดินหน้าฟ้องร้องบริษัทต่อศาล เพื่อขอให้คืนสถานะเดิมในบริษัท รวมทั้งเรียกร้องค่าชดเชย

การตัดสินคดี

          ศาลชั้นต้นในเมืองชิงเต่าได้พิจาณาว่า
พฤติกรรมของหลินที่มีต่อซื่อไม่เหมาะสม
และละเมิดจรรยาบรรณสำหรับผู้บริหารของบริษัท ดังนั้นศาลจึงมีความเห็นว่า
การเลิกจ้างเขาเป็นเรื่องที่ถูกกฎหมายแล้วสำหรับบริษัท

          หลินเดินหน้ายื่นอุทธรณ์ต่อ
จากนั้นศาลอุทธรณ์พบว่า ทางบริษัทไม่มีหลักฐานใด ๆ
ที่แสดงให้เห็นว่าหลินได้รับผลประโยชน์ส่วนตัวจากตำแหน่งของเขา
นอกจากนี้แม้ว่าบริษัทจะระบุว่า “พนักงานควรยึดมั่นในมาตรฐานทางธุรกิจและศีลธรรมระดับสูง” แต่สิ่งนี้เป็นเพียงหลักการที่ทางบริษัทคาดหวัง
ไม่ได้เป็นกฎระเบียบหรือข้อบังคับ

          ศาลอุทธรณ์จึงตัดสินว่า “การกระทำของพนักงานจะสอดคล้องกับมาตรฐานทางศีลธรรมหรือไม่
ไม่ควรนำมาพิจารณาในการเลิกจ้าง”
ทั้งนี้ในชั้นศาล
ชื่อยังกล่าวกับผู้พิพากษาว่า เธอมีความสัมพันธ์ที่ดีกับหลิน และยืนยันว่า
เขาไม่เคยคุกคามทางเพศ หรือข่มขู่เธอเลย

          กระทั่งในวันที่ 17
กุมภาพันธ์ 2560 ศาลชั้นสูงได้เผยผลการตัดสินที่สิ้นสุด
โดยพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์
พร้อมสั่งให้ทางบริษัทจ้างหลินกลับเข้าทำงานในตำแหน่งเดิม
และจ่ายค่าชดเชยให้เขาตลอดระยะเวลาที่ถูกไล่ออก
โดยพิจารณาจากรายได้ต่อปีของเขาที่ 1.13 ล้านหยวน (ราว 5 ล้านบาท)

ประเด็นร้อนแรง 

          สหภาพแรงงานเซี่ยงไฮ้เพิ่งจะนำเรื่องราวคดีความนี้มาเผยแพร่บนโซเชียลมีเดียเมื่อวันที่
22 พฤษภาคม ที่ผ่านมา
เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของแคมเปญการศึกษาเกี่ยวกับกฎหมายแรงงาน
แต่ไม่ได้เผยถึงสาเหตุที่นำมาเปิดเผยล่าช้า
จากนั้นไม่นานคดีนี้ก็จุดประกายให้เกิดการถกเถียงอย่างดุเดือด 

          ชาวเน็ตรายหนึ่ง
แสดงความเห็นว่า “คดีนี้สอนให้เรารู้ว่าเราควรเข้าใจกฎหมายมากขึ้น
เพื่อปกป้องสิทธิของเรา”
ในขณะที่อีกรายแย้งว่า “เหตุใดผู้พิพากษาจึงไม่พิจารณาว่า
การกระทำของพวกเขาขัดต่อความสงบเรียบร้อยและประเพณีอันดีของสังคม” 


ขอบคุณข้อมูลจาก South China Morning Post 





Source link

About the author

Thailand News

Leave a Comment

Translate »