คดีปริศนาสะเทือนขวัญ แม่ตามหาลูกสาวหาย สุดช็อกใจสลาย ไปเจออยู่ในเตาอบซูเปอร์มาร์เกต สภาพสุดสยดสยอง กลายเป็นคดีปริศนา ความจริงเกิดอะไรขึ้น
เมื่อวันที่ 15 มีนาคม 2569 เว็บไซต์นิวยอร์กโพสต์
เผยรายงานโศกนาฏกรรมสุดช็อก แม่รายหนึ่งต้องเผชิญเหตุสุดใจสลาย
หลังจากตามหาลูกสาววัยรุ่นที่หายตัวไป
แต่สุดท้ายกลับไปพบร่างของลูกอยู่ในเตาอบของซูเปอร์มาร์เกตชื่อดังแห่งหนึ่งในสหรัฐอเมริกา
กลายเป็นคดีที่สร้างความสะเทือนขวัญให้กับผู้คนเป็นวงกว้าง
และเป็นปริศนาว่าเกิดอะไรขึ้น
มันดีป เคาร์ ทำงานอยู่กับ
กูร์ซิมราน ลูกสาววัย 19 ปี ที่ร้านวอลมาร์ท ในเมืองแฮลิแฟกซ์
รัฐโนวาสโกเชีย ประเทศแคนาดา
โดยลูกสาวของเธอทำงานอยู่ในแผนกเบเกอรี่ของร้าน จนกระทั่งในวันเกิดเหตุ
เมื่อวันที่ 19 ตุลาคม 2567 เธอพบว่าลูกสาวหายตัวไปในระหว่างเวลาทำงาน
เธอสอบถามเพื่อนร่วมงานและพยายามติดต่อทางโทรศัพท์ แต่ก็ไม่มีการตอบรับ
เธอจึงแจ้งขอความช่วยเหลือและออกตามหาลูกสาว
ในระหว่างการค้นหา
มันดีปสังเกตเห็นบางสิ่งผิดปกติอยู่ใกล้ตู้อบขนาดใหญ่ในแผนกเบเกอรี่
มีของเหลวสีน้ำตาลเข้มข้นไหลออกมาจากนอกเตาอบ
เธอจึงเข้าไปเปิดฝาตู้อบเพื่อสำรวจดู
แต่แล้วเธอกลับได้เห็นภาพสุดช็อกไม่คาดฝัน
ด้านในตู้อบนั้นมีร่างของลูกสาวของเธอที่อยู่ในสภาพไหม้เกรียมจนแทบจำไม่ได้
ทำให้เธอตกใจจนทรุดตัวลงไปกับพื้นและนอนนิ่งอยู่เป็นเวลานาน 5-10 นาที
“ฉันเปิดฝาตู้อบแล้วพบว่า
ลูกสาวของฉันอยู่ในนั้น ฉันช็อกจนไม่มีสติ ฉันนอนกองอยู่บนพื้น
ฉันไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น” มันดีป เล่าถึงเหตุการณ์ใจสลาย
ภาพจาก GoFundMe
รายงานของทางตำรวจเผยว่า
ทางเจ้าหน้าที่ได้รับรายงานเมื่อเวลาประมาณ 21.30 น.
โดยผู้แจ้งเหตุระบุว่า มีคนติดอยู่ในเตาอบบริเวณทำขนม
ซึ่งเป็นเตาอบเชิงพาณิชย์ขนาดใหญ่ มีอุณหภูมิสูงถึง 400 องศาเซลเซียส
ใช้สำหรับอบขนมปังแช่แข็ง เมื่อเจ้าหน้าที่ไปถึงก็พบว่า
ร่างของผู้ประสบเหตุถูกนำออกมาจากเตาอบแล้ว และเจ้าหน้าที่กู้ภัยยืนยันว่า
เธอเสียชีวิตแล้ว
เหตุสะเทือนขวัญครั้งนี้กลายเป็นคดีปริศนา
ในตอนแรกทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ดำเนินการสอบสวนทางอาญา แต่หลังจากนั้นใน 1
เดือนถัดมา ตำรวจได้ระบุ “ไม่พบร่องรอยของการก่ออาชญากรรม” ทั้งนี้
จากการสอบสวนเพิ่มเติมโดยกรมแรงงานรัฐโนวาสโกเชีย ยังได้ระบุว่า
ไม่พบการละเมิดกฎระเบียบด้านความปลอดภัยของการทำงานในที่เกิดเหตุ
และเนื่องจากเตาอบสามารถใช้งานได้ปกติและเปิดจากด้านในได้
จึงไม่พบว่าเป็นความผิดหรือความประมาทเลินเล่อใด ๆ จากทางร้านวอลมาร์ท
หลังจากเกิดเหตุ
ร้านวอลมาร์ทสาขาที่เกิดเหตุได้ปิดให้บริการเป็นเวลา 4 เดือน
มีผู้คนนำดอกไม้ไปไว้อาลัยที่บริเวณเสาไฟด้านนอกห้าง
ก่อนที่จะเปิดกลับมาให้บริการอีกครั้ง โดยรายงานเผยว่า
แผนกเบเกอรี่ถูกย้ายไปยังส่วนอื่น และเตาอบถูกเปลี่ยนใหม่ทั้งหมด
เป็นรุ่นที่สามารถมองเห็นด้านในได้
และในปัจจุบันมีเพียงเตาอบขนาดเล็กที่คนไม่สามารถเข้าไปได้
เนื่องจากสาเหตุที่ผู้เสียชีวิตเข้าไปในเตาอบนั้นยังไม่ปรากฏแน่ชัด
ในสังคมจึงมีการคาดเดาว่าอาจจะเป็นความต้องการจบชีวิตของเธอเอง
อย่างไรก็ตาม แม่ของเธอได้ปฏิเสธและยืนยันอย่างหนักแน่นว่า
ลูกสาวของเธอไม่มีความคิดหรือสัญญาณใด ๆ ที่จะกระทำเช่นนั้น โดยเธอกล่าวว่า
ในวันก่อนเกิดเหตุ ลูกสาวของเธอเพิ่งจะไปเจอครอบครัวและเพื่อน ๆ
อย่างอารมณ์ดี เธอมีความสุขและรักครอบครัวมาก นอกจากนี้
ยังมีพัสดุที่ลูกสาวสั่งเพิ่งส่งมาถึงด้วย
จึงมั่นใจได้ว่าลูกสาวไม่ได้มีความคิดที่จะจากไป
มันดีปและลูกสาวอพยพมาจากอินเดีย
ย้ายมาอยู่ที่แคนาดา เมื่อประมาณ 2 ปีก่อน
และทำงานที่ร้านซูเปอร์มาร์เกตแห่งนี้ด้วยกัน
โดยลูกสาวของเธอมีความตั้งใจอยากเป็นแพทย์ เธอเรียนดีและมีคะแนนสูงในชั้น
เธอตั้งใจทำงานเก็บเงินและวางแผนที่จะเรียนแพทย์ในมหาวิทยาลัย
แต่กลับมาเกิดโศกนาฏกรรมขึ้นอย่างที่ไม่มีใครคาดคิด
ซึ่งแม้ว่าเหตุการณ์จะผ่านมานานปีกว่า
แต่ครอบครัวก็ยังคงมีความที่จะได้รู้สาเหตุที่แท้จริง
“หลังจากสืบสวนมา
18 เดือน พวกเขาก็ยังหาคำตอบไม่ได้ว่าเกิดอะไรขึ้น
พวกเขาไม่พบอะไรที่แน่ชัดเลย พวกเขาไม่รู้ พวกเขาไม่มีหลักฐาน ไม่มีผลลัพธ์
พวกเราไม่พอใจมาก” แม่ผู้โศกเศร้า กล่าว
ขอบคุณข้อมูลจาก New York Post, The Times of India
