ขนลุก ! ผ่าท้องงูหลาม 5 เมตร เจอจระเข้ยาว 1.5 เมตร สยองทวีคูณ สภาพยังสมบูรณ์ทั้งตัว
ขนลุก ! ผ่าท้องงูหลาม 5 เมตร เจอจระเข้ยาว 1.5 เมตร สยองทวีคูณ สภาพยังสมบูรณ์ทั้งตัว


         นาทีสะพรึง นักวิทย์ฯ ผ่าท้องงูหลามยาวกว่า 5 เมตร เจอจระเข้ยาว 1.5 เมตร สภาพยังสมบูรณ์ทั้งตัว ขนลุกสยองทวีคูณ

งูหลาม

ภาพจาก Instagram rosiekmoore

         วันที่ 9 พฤศจิกายน 2565 เว็บไซต์เดลี่เมล เผยว่า โรซี มัวร์ นางแบบสาวชาวอเมริกันวัย 26 ปี และยังเป็นนักธรณีวิทยา
ผู้เชี่ยวชาญเทคโนโลยีเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมและการสำรวจธรรมชาติ
ได้โพสต์แชร์คลิปวิดีโอชวนสะพรึง
ขณะที่ทีมเจ้าหน้าที่นักวิทยาศาสตร์ในรัฐฟลอริดา สหรัฐอเมริกา
ช่วยกันผ่าท้องงูที่มีความยาว 5.4 เมตร ภายหลังจากเขมือบเหยื่อเข้าไป

         จากคลิปวิดีโอจะเห็นว่า
เหยื่อที่อยู่ในท้องของงูคือ จระเข้ที่มีความยาว 1.5 เมตร
โดยซากของจระเข้ตัวนี้ยังอยู่ในสภาพสมบูรณ์เต็มตัว
ภายหลังจากคลิปถูกโพสต์ออกไป ก็ได้รับความสนใจอย่างรวดเร็วจนกลายเป็นไวรัล
มีผู้เข้าไปชมมากว่า 10 ล้านวิว สร้างความตกตะลึงให้กับผู้คนเป็นจำนวนมาก

         มัวร์ ให้สัมภาษณ์กับรายงานของเดลี่เมล เผยว่า งูตัวดังกล่าวคือ งูหลามพม่า (Burmese python หรือ Python molurus bivittatus) ถูกจับมาได้โดยกลุ่มคนงานในไร่ ก่อนที่จะแจ้งมายังเจ้าหน้าที่ โดยบอกว่ามันมี “วัตถุขนาดใหญ่ในท้อง” ต่อมาทางเจ้าหน้าที่ในห้องปฏิบัติการวิจัย จำเป็นต้องใช้วิธีารุณยฆาตจัดการกับมัน โดยตอนแรกเข้าใจว่า มันน่าจะเป็นกวาง แต่ปรากฏว่าเป็นจระเข้

 

งูหลาม

ภาพจาก Instagram rosiekmoore

         “‘มันน่าตกใจมากจริง ๆ เป็นครั้งแรกที่ฉันได้เห็นเหตุการณ์แบบนี้” มัวร์ กล่าว

         และจากเหตุครั้งนี้ มัวร์ ชี้ว่า ยิ่งเป็นการตอกย้ำปัญหาน่ากังวลเกี่ยวกับการรุกรานของงูหลามในพื้นที่ฟลอริดา ซึ่งเป็นภัยคุกคามต่อสัตว์ป่าหลายชนิด เนื่องจากพวกมันล่าสัตว์เป็นเหยื่อทุกอย่างตั้งแต่สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม ไปจนถึงสัตว์เลื้อยคลานขนาดเล็ก และล่าสุดถึงขนาดเขมือบจระเข้แล้ว

 

         มัวร์ กล่าวว่า งูหลามขยายพันธุ์อย่างรวดเร็วและสามารถพรางตัวได้ดีในสภาพแวดล้อมของมัน ดังนั้นจึงเป็นไปไม่ได้ที่ใครจะรู้ว่า พวกมันอยู่ที่ไหนหรือมีอยู่กี่ตัว ปัญหานี้จึงเป็นปัญหาที่น่าวิตกและเชื่อว่าไม่สามารถแก้ไขได้ง่าย

งูหลาม

ภาพจาก Instagram rosiekmoore

งูหลาม
ภาพจาก Instagram rosiekmoore

ขอบคุณข้อมูลจาก Daily Mail





Source link

Leave a Reply