In Thailand

กรมทางหลวง เผยสาเหตุไม่ปิดถนนไปใช้ทางเบี่ยง จนสะพานถล่มทับคนตาย จากนี้จะสั่งปิดทุกครั้ง

กรมทางหลวง เผยสาเหตุไม่ปิดถนนไปใช้ทางเบี่ยง จนสะพานถล่มทับคนตาย จากนี้จะสั่งปิดทุกครั้ง
Written by Thailand News



           อธิบดีกรมทางหลวง เผยสาเหตุไม่ปิดถนนที่ซ่อมแซม ทำไมไม่ให้ใช้ทางเบี่ยง จนคานสะพานถล่มทับรถยนต์ประชาชน อุบัติเหตุสลดเสียชีวิต 2 คน ยอมรับผิดว่าประมาทจริง

          จากอุบัติเหตุ สะพานกลับรถหน้าโรงพยาบาลวิภาราม กม.ที่ 34 ต.บางกระเจ้า อ.เมือง จ.สมุทรสาคร ที่อยู่ระหว่างปิดซ่อมบำรุง พังถล่มลงมาทับรถยนต์ที่สัญจรบนถนนพระราม 2 ช่องทางด่วน ขาเข้ากรุงเทพฯ รถยนต์ได้รับความเสียหายหลายคัน มีผู้บาดเจ็บหลายคนและเสียชีวิต 2 คน เหตุเกิดคืนวันที่ 31 กรกฎาคม 2565 ที่ผ่านมา

อ่านข่าว : เปิดนาที สะพานกลับรถถล่ม แผ่นปูน 5 ตัน ร่วงทับรถถนนพระราม 2 ดับ 2 ญาติเดือด !

อ่านข่าว : อธิบดีทางหลวง ยกมือไหว้ขอโทษผู้สูญเสีย เหตุสะพานกลับรถถล่ม รับประมาทเอง


          วันที่ 2 สิงหาคม 2565 รายการข่าว 3
มิติ รายงานว่า สะพานนี้เริ่มซ่อมแซมตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2565
จากที่ก่อสร้างมาตั้งแต่ปี 2536 จนถึงขณะนี้อายุเกือบ 30 ปีแล้ว
ผ่านสมรภูมิการใช้งานมานาน จากการรรองรับรถที่สัญจร
และเคยเกิดเหตุการณ์สำคัญคือ
เกิดอุบัติเหตุรถบรรทุกเชื้อเพลิงไฟไหม้บริเวณด้านล่าง
ประกายไฟเผาทำลายด้านบนของสะพาน โดยขณะนั้นมีการตรวจสอบแล้วยืนยันว่า
สามารถซ่อมและใช้งานต่อไปได้

         
โดยการซ่อมแซมครั้งนี้ทำอยู่ 2 ส่วน ในส่วนของฝั่งขาออก ซ่อมบำรุงเสร็จแล้ว
แต่ส่วนที่มีอุบัติเหตุเป็นฝั่งขาเข้า ยังซ่อมแซมไม่เสร็จ ปัญหาคือ
คานของสะพานมีอยู่ 5 ตัว คานตัวที่ 5 เกิดการทรุดตัวและพังลงมาทับรถยนต์
จึงมีการตั้งข้อสังเกตว่า
คานตัวนี้อาจรับน้ำหนักพื้นที่ที่กำลังเตรียมจะเทปูนไม่ไหว จึงพังลงมา
และสาเหตุที่ 2 คือ การชำรุดและการเสื่อมสภาพของวัสดุอุปกรณ์ที่ใช้มานาน
         
นายสราวุธ ทรงศิวิไล อธิบดีกรมทางหลวง
ชี้แจงเหตุผลที่ไม่ปิดกั้นเส้นทางระหว่างซ่อมแซม ระบุว่า
บริเวณใต้พื้นสะพานถูกวางและตีด้วยไม้อัด
เพื่อรองรับปูนเก่าและปูนใหม่ที่จะร่วงลงมา
จะตกลงที่แผ่นไม้ที่ตีไว้เป็นพื้นด้านล่าง ทำให้ไม่ปิดการสัญจรบริเวณนี้
เช่นเดียวกับเหตุผลที่ไม่กั้นรถให้ไปใช้ทางเบี่ยง
เพราะมีไม้ดังกล่าวรองรับใต้คานไว้ แต่ทว่า
อุบัติเหตุครั้งนี้ไม่ใช่แผ่นปูนที่จะร่วงลงมาบนแผ่นไม้อัด
แต่เป็นคานสะพานซึ่งอยู่รอบนอกและเป็นตัวที่รับน้ำหนักสะพาน

         
การสันนิษฐานเบื้องต้น
คาดว่าเมื่อเจ้าหน้าที่รื้อพื้นสะพานกลับรถอันเก่าออก
เพื่อเตรียมจะเทปูนใหม่ อาจกระทบกับคานทั้ง 5 ตัว
ที่เคยรับน้ำหนักร่วมกับแผ่นปูน และยิ่งมีฝนตกหนักช่วงที่มีการซ่อมแซมด้วย
อาจกระทบกับคานปูนได้ เฉพาะตัวคานสะพาน มีน้ำหนัก 14 ตัน
เมื่อรวมกับแผ่นพื้นและขอบปูน มีน้ำหนักราว 25 ตัน

          
โดยอธิบดีกรมทางหลวง ยอมรับในรายการโหนกระแสว่า
เป็นความประมาทของเจ้าหน้าที่ที่ไม่มีการปิดกั้นการจราจร
ต่อไปไม่ว่าจะเป็นการซ่อมเล็กหรือซ่อมใหญ่
จะต้องไม่ให้มีรถสัญจรอยู่ใต้บริเวณที่ซ่อมแซมก่อสร้าง

          
สำหรับสะพานที่กำลังซ่อมแซมนี้ ดำเนินการโดยศูนย์สร้างและบูรณะที่ 3
ซึ่งกรมทางหลวงเป็นผู้ดำเนินการ ด้วยงบประมาณ 3 ล้านบาท
ดำเนินการระหว่างวันที่ 23 มิถุนายน 2565 กำหนดแล้วเสร็จในเดือนสิงหาคม
2565 แต่เกิดอุบัติเหตุดังกล่าวขึ้นเสียก่อน

ขอบคุณข้อมูลจาก ข่าว3มิติ





Source link

About the author

Thailand News

Leave a Comment

Translate »