ค่าไฟแพง การไฟฟ้านครหลวง แจงเหตุ ค่าไฟแพง ไม่เกี่ยวกับการขึ้นค่าไฟ แต่เกิดจากอากาศร้อน
ค่าไฟแพง การไฟฟ้านครหลวง แจงเหตุ ค่าไฟแพง ไม่เกี่ยวกับการขึ้นค่าไฟ แต่เกิดจากอากาศร้อน


          การไฟฟ้านครหลวง ไขข้อสงสัย ทำไมหน้าร้อนค่าไฟแพงมาก ทั้งที่ใช้เครื่องไฟฟ้าเท่าเดิม พร้อมแนะวิธีประหยัดไฟในช่วงนี้

ค่าไฟแพง

ภาพจาก sasirin pamai / Shutterstock.com

          ปัญหาประจำในช่วงหน้าร้อนแบบนี้ที่เจอในช่วงหลายปีหลัง นั่นคือ
ปัญหาค่าไฟแพงแบบพุ่งพรวด บางคนก็พุ่ง 2 เท่า บางคนก็พุ่งมากกว่านั้น
ซึ่งเรื่องเหล่านี้ได้สร้างภาระค่าครองชีพให้ประชาชนมากกว่าเดิม

         
ล่าสุด วันที่ 20 เมษายน 2566 เฟซบุ๊ก สรยุทธ สุทัศนะจินดา กรรมกรข่าว รายงานว่า นายจาตุรงค์ สุริยาศศิน รองผู้ว่าการการไฟฟ้านครหลวง MEA
ในฐานะโฆษก MEA เปิดเผยว่า ช่วงนี้ที่มีคนสงสัยว่าค่าไฟสูงขึ้น
เพราะการไฟฟ้าขึ้นค่าไฟนั้น โดยเรายืนยันว่า ไม่เป็นความจริง
และใช้หลักเกณฑ์วิธีการคิดค่าไฟฟ้าจากหน่วยการใช้ไฟฟ้าในอัตราตามที่นโยบายของคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน
(กกพ.) กำหนด

          สำหรับสาเหตุที่ทำให้หน่วยการใช้ไฟฟ้าเพิ่มขึ้น เนื่องจากตอนนี้ไทยร้อนจัด บางพื้นที่มีอุณหภูมิ 40 องศา ทำให้อุปกรณ์ไฟฟ้าที่ทำความเย็นต้องทำงานมากขึ้น ใช้พลังงานไฟฟ้ามากขึ้น เห็นได้จากค่าพลังความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงสุดในพื้นที่กรุงเทพมหานคร นนทบุรี และสมุทรปราการ ล่าสุด มีค่าเท่ากับ 8,904.66 เมกะวัตต์ โดยเครื่องใช้ไฟฟ้าที่เข้าข่ายก็คือ เครื่องปรับอากาศ

           การทำงานของเครื่องปรับอากาศคือ ถ้าอุณหภูมิภายนอกอยู่ที่ 30 องศาเซลเซียส เราปรับอุณหภูมิแอร์ 26 องศาเซลเซียส แอร์จะต้องทำงานเพื่อลดอุณหภูมิให้ได้ 4 องศาเซลเซียส แต่ในช่วงร้อนจัด อุณหภูมิภายนอก 40 องศาเซลลเซียส ถ้าเราตั้งแอร์เท่าเดิม แอร์จะทำงานหนักมากขึ้นเพื่อลดอุณหภูมิให้เท่าตามที่ตั้งไว้

ค่าไฟแพง

ภาพจาก การไฟฟ้านครหลวง

          นอกจากนี้ ยังมีการทดสอบว่า อุณหภูมิภายนอกที่เพิ่มขึ้นทุก 1 องศาเซลเซียส แอร์จะกินไฟเพิ่มขึ้นมากกว่า 3% ส่วนเครื่องใช้ไฟฟ้าอื่น ๆ ที่ทำให้ค่าไฟแพง เช่น ตู้เย็นเปิด-ปิดบ่อยครั้ง การประกอบอาหารด้วยเครื่องใช้ไฟฟ้า การใช้น้ำ ทำให้ปั๊มน้ำทำงานมากขึ้น

ค่าไฟแพง

ภาพจาก การไฟฟ้านครหลวง

แนะวิธีประหยัดไฟ

          อย่างไรก็ดี ทางเรามีข้อแนะนำการประหยัดไฟฟ้าช่วงฤดูร้อน คือ การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ไฟฟ้า ยึดหลัก ปิด-ปรับ-ปลด-เปลี่ยน โดยปิดไฟดวงที่ไม่ใช้ ปรับลดอุณหภูมิให้มาอยู่ระดับ 26-27 องศาเซลเซียส พร้อมเปิดพัดลมควบคู่, ปลดปลั๊กเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ไม่ใช้งาน, เปลี่ยนไปใช้เครื่องปรับอากาศประสิทธิภาพสูง และล้างแอร์อย่างน้อยปีละ 2 ครั้ง, ไม่เปิด-ปิดตู้เย็นบ่อย ๆ, ไม่กักตุนอาหารในตู้เย็นเกินความจำเป็น, เปลี่ยนมาใช้หลอดไฟ LED, เลือกใช้อุปกรณ์ประหยัดไฟฟ้า (เบอร์ 5)

ขอบคุณข้อมูลจาก เฟซบุ๊ก สรยุทธ สุทัศนะจินดา กรรมกรข่าว





Source link

Leave a Reply