
เมียบอกผัวถูกแก๊งทวงหนี้อุ้มหาย ทำร้ายร่างกายเลือดอาบ ต้องโอน 1 หมื่นช่วย พอตำรวจไปถึงที่รู้เลยโอละพ่อ เจ้าตัวยังนั่งทำงานที่ทำงาน ไม่ได้ก่อเหตุเป็นครั้งแรก
จากกรณีที่นายเอก (นามสมมติ) ร้องทุกข์กับสายไหมต้องรอดว่า ภรรยาถูกแก๊งเจ้าหนี้เงินกู้อุ้มหายไปจากที่ทำงาน อ้างว่าหากไม่นำเงินมาใช้หนี้จะทำร้ายร่างกายนั้น จนนำไปสู่การแจ้งความพนักงานสอบสวน สน.ห้วยขวาง
วันที่ 4 ธันวาคม 2566 ช่อง 3 รายงานว่า นายเอก เปิดเผยถึงเรื่องนี้ว่า ตนคบกับภรรยามา 10 ปี เมื่อก่อนไม่มีปัญหาเรื่องเงิน แต่พักหลังหมุนเงินิไม่ทัน ภรรยามีอาชีพแบ็คสเตจ หลัง ๆ งานเริ่มน้อยจึงมีปัญหาเรื่องเงิน ดังนั้นจึงไปกู้ยืมจากเาหนี้นอกระบบ 1.5 แสนบาท มีการใช้หนี้จนเหลือ 9 หมื่นบาท
ตอนนี้ภรรยาไม่มีเงิน จึงไปต่อรงเจ้าหนี้ จนได้ข้อสรุปว่า ให้จ่ายเงิน 9 หมื่นบาทคืนใน 4 งวด หากผิดนัดจะมีการคิดดอกเบี้ย งวดแรกที่ต้องจ่ายคือ 30 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา ยอดคือ 3.7 หมื่นบาท แต่ตนจ่ายไม่ครบ และขอเอาไปรวมกับงวดถัดไป
ต่อมาตนไปส่งภรรยาที่ปั๊มน้ำมันหน้าบ้านตามความต้องการภรรยา ทั้งที่ปกติไปส่งถึงที่ทำงานอยู่แล้ว จากนั้นเพื่อนภรรยาก็มารับและเดินทางไปทำงาน กระทั่งเวลา 11.00 น. ภรรยาไลน์มาหาว่าเข้าที่ทำงานไม่ได้ มีชายประมาณ 7-8 คน ยืนดักรอที่หน้าทางเข้าทำงาน แล้วก็ขาดการติดต่อไป จากนั้นแฟนก็บอกว่า ถูกเจ้าหนี้อุ้มไป ขอให้หาเงินสดมาให้ครบ ไม่งั้นจะถูกส่งไปขายที่อื่น
ตนไม่ปักใจเชื่อ เพราะเมื่อคืนภรรยาคอลไลน์ไปหาญาติด้ยใบหน้าเปื้อนเลือด บอกให้ช่วยหาเงิน ไม่งั้นจะถูุกทำร้ายร่างกาย และก่อนที่จะมาแจ้งความ ตนหาเงินิมาได้ 1 หมื่นบาท โอนเข้าบัญชีภรรยาไปแล้ว เพราะคนร้ายบอกให้โอนมาทางนี้
ด้านนายเอกภพ เหลืองประเสริฐ เจ้าของเพจสายไหมต้องรอด เปิดเผยผว่า
ตอนแรกตนคิดว่าสร้างเรื่องขึ้นมา
แต่พอมีภาพที่ภรรยานายเอกคอลวิดีโอมาในสภาพเลือดเต็มหน้า
จึงคิดว่าควรแจ้งความไว้ก่อน หากเป็นเรื่องจริงจะได้ช่วยเหลือกันทัน
จากนั้น
ตำรวจเดินทางไปยังศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย เป็นจุดที่ฝ่ายหญิงทำงานอยู่
ซึ่งฝ่ายหญิงจับพิรุธได้ จึงรีบโอนเงินคืนนายเอก บอกว่า ยืมเพื่อนมา
เอาให้ใชเเพราะเป็นห่วง สุดท้ายตำรวจเข้าถึงตัวนางสาวเปมิกา พบว่า
ไม่ได้ถูกกังขัง ทำร้ายร่างกาย แต่ยังทำงานตามปกติ
นางสาวเปมิกา สารภาพว่า สร้างเรื่องทุกอย่างขึ้นจริง
แต่ยังไม่มีการสอบถามเหตุผล เพราะอยู่ระหว่างทำงาน
ตำรวจจึงปล่อยให้ทำงานใหเเสร็จ แล้วเชิญตัวไปที่โรงพัก ส่วนนายเอกยอมรับว่า
นางสาวเปมิกาเคยอ้างว่าถูกเจ้าหนี้อุ้มไปเรียกเงิน 2 ครั้ง
ครั้งนี้หากโกหกอีก จะเลิกกันจริง ๆ
ขอบคุณข้อมูลจาก ช่อง 3
