เมฆอาร์คัส คล้ายคลื่นยักษ์ ลอยต่ำมืดครึ้มชวนสะพรึง แห่ส่องภาพหาดูยาก
เมฆอาร์คัส คล้ายคลื่นยักษ์ ลอยต่ำมืดครึ้มชวนสะพรึง แห่ส่องภาพหาดูยาก


           เผยภาพปรากฏการณ์ เมฆอาร์คัส ลักษณะคล้ายคลื่นยักษ์ ลอยต่ำมืดครึ้มมาพร้อมกับฟ้าฝน โผล่ช่วงเช้าใน กทม. และอีกหลายจังหวัด

เมฆอาร์คัส
           วันที่ 29 สิงหาคม 2565 ผู้ใช้ทวิตเตอร์ @tanomtham โพสต์คลิปเมื่อเวลา 07.36 น. เป็นภาพเหตุการณ์ของกลุ่มเมฆขนาดใหญ่ มีลักษณะเป็นคลื่นแนวยาว ด้านในมีสีมืดดำคล้ายมีกลุ่มฝน ลอยต่ำลงค่อนข้างใกล้กว่าเมฆทั่วไป พบเห็นได้ที่ตลาดมีนบุรี โดยสอบถามว่าปรากฏการณ์ดังกล่าวนี้คืออะไรกันแน่
เมฆอาร์คัส

           เบื้องต้นพบว่าเมฆประเภทนี้คือ “เมฆอาร์คัส” ซึ่งเป็นเมฆประเภทก่อตัวต่ำ เกิดเมื่อมวลอากาศเย็นปะทะมวลอากาศอุ่นชื้น จึงผลักมวลอากาศอุ่นชื้นขึ้นไปด้านบน จากนั้นกระแสลมแรงทำให้เมฆม้วนตัวเป็นทางยาวขนานไปกับพื้นผิวโลก เมฆดังกล่าวถือว่ามีความเสี่ยงจากฟ้าผ่าแฝงอยู่ โดยเฉพาะฟ้าผ่าแบบบวก ซึ่งสามารถผ่าออกมาไกลจากตัวเมฆได้หลายกิโลเมตร อย่างไรก็ตาม บริเวณฐานกลุ่มเมฆจะเป็นลมกด ซึ่งปรากฏการณ์อาร์คัสก็ไม่ได้เกิดขึ้นอย่างง่าย ๆ

           นักอุตุนิยมวิทยา ของกรมอุตุนิยมวิทยา เปิดเผยว่า ปรากฏการณ์ เมฆอาร์คัส  เกิดจากลมที่หอบนำเอาความชื้นในชั้นบรรยากาศ และฝุ่นละอองในอากาศ พัดมารวมตัวกัน จนทำให้เกิดเป็นกลุ่มเมฆอาร์คัส ซึ่งน้ำหนักของเมฆอาร์คัสจะหนักกว่าเมฆฝนแบบปกติ เนื่องจากมีฝุ่นละอองรวมอยู่ในกลุ่มเมฆอาร์คัส ทั้งนี้ ลม ฝุ่น และความชื้น (ละอองน้ำ) ยังถือเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้เกิดปรากฏการณ์ในลักษณะดังกล่าว

เมฆอาร์คัส

           ความแตกต่างระหว่างเมฆฝนแบบปกติและเมฆอาร์คัส จะแตกต่างกันตรงที่ เมฆอาร์คัส จะเกิดขึ้นบริเวณใกล้กับพื้นผิวโลก โดยลักษณะการเคลื่อนตัวของกลุ่มเมฆอาร์คัส จะต่ำลงมาใกล้พื้นผิวโลกมากขึ้น หากมีการสะสมของปัจจัยที่กล่าวมาในปริมาณมาก ๆ จนกลุ่มเมฆอาร์คัสพัดมาปะทะกับความเย็นของอากาศบริเวณพื้นผิวโลก จึงเกิดลักษณะการม้วนของกลุ่มเมฆอาร์คัสปรากฏให้เห็นคล้ายกำแพงก้อนเมฆ

           นอกจากนี้ เมื่อช่วงเช้าวันที่ 29 สิงหาคม โลกโซเชียลต่างเผยภาพปรากฏการณ์เมฆอาร์คัส เป็นจำนวนมาก โดยนอกจากในพื้นที่กรุงเทพฯ และจังหวัดใกล้เคียงแล้ว ยังพบว่าจังหวัดอื่น ๆ ก็สามารถพบเห็นเมฆลักษณะดังกล่าวได้เช่นเดียวกัน

เมฆอาร์คัส

เมฆอาร์คัส
เมฆอาร์คัส

ขอบคุณข้อมูลจาก แนวหน้า, เดลินิวส์





Source link

Leave a Reply