ทิดสมปอง – ทิดไพรวัลย์ เปิดเบื้องลึกเคลียร์ชัดดราม่าสึกออกมาเพื่อหาเงิน เผยเปลี่ยนจากพระสงฆ์เป็นเพื่อนสาวจริงไหม ทิดสมปอง รับก้าวร้าวจน หนุ่ม กรรชัย ยกหูหา
อดีต 2 พส. ทิดสมปอง และ ทิดไพรวัลย์ ควงคู่เปิดใจครั้งแรกหลังสึกออกมา ผ่านทางรายการ คุยแซ่บShow ทางช่อง วัน31 วันที่ 5 มกราคม 2565 ที่มี พีเค ปิยะวัฒน์, ตั๊กแตน ชลดา และ ชมพู่ ก่อนบ่าย เป็นพิธีกรดำเนินรายการ พร้อมเปิดเบื้องลึก เบื้องหลังสาเหตุการสึก และเคลียร์ดราม่าว่าสึกออกมาเพื่อหาเงิน ?
อัปเดตเรื่องทิดสมปองกับคุณศรีสุวรรณ ที่ก่อนหน้านี้มีการท้าชก แต่ล่าสุดทิดสมปองออกมาขอโทษ มันเกิดอะไรขึ้น ?
ทิดสมปอง : พี่สาวดุ บอกว่าเด็ก ๆ ดูเยอะ เขาชอบที่แบบใจดี น่ารัก แจกตุ๊กตา
พอมาเวย์แบบก้าวร้าว รุนแรงเด็ก ๆ ก็ไม่แฮปปี้ ก็มีคนคอมเมนต์มา
ขออนุญาตเอ่ย พี่หนุ่มโทร. มา ท่านเป็นอย่างนี้เหรอ ผมทราบก็ไม่เป็นนะ
อาจจะด้วยอารมณ์อะไรก็ไม่รู้ ผมโนคอมเมนต์แล้วกัน โทร. มาด้วยความเป็นห่วง
แล้วก็หลากหลายด้วย ก็เลยขอโทษ ขออภัยจริง ๆ
พี่ศรีเขาเป็นปูชนียบุคคล
เป็นปูด้วย แล้วชะนีด้วย คือเป็นปูชนียบุคคล แต่ยังไงด้วยความเคารพ ขอโทษ
ขอขมาที่ไม่น่ารัก และผมจะเอาลูกเพจเป็นเกณฑ์ อย่างเช่น
การเมืองเขาไม่อยากให้ไป เราก็ไม่ไป
คนก็ติดตามมากขึ้นต้องเป็นตัวอย่างที่ดีให้กับเยาวชนด้วย
ยังไงก็ขอโทษพี่ศรีด้วย รักนะครับ
เอาจริง ๆ ส่วนนึงแฟนคลับเราเริ่มไม่ชอบหรือเปล่า เขามีภาพของเราตอนเป็นพระที่สนุกตลก พอออกมาปุ๊บจะท้าตี ท้าต่อย ?
ทิดสมปอง : มีผลมากครับ ถ้าคนด่าเรา เขาด่าเราอยู่แล้ว แต่ถ้าลูกเพจที่รักเรา
แล้วด่าเรา ไม่ชอบเรา ผมว่ามันมีผลมาก ก็แคร์มาก ๆ
ตอนที่อัดอั้นตันใจเขาก็เซฟเราทุกอย่าง แนะนำเรา มีแต่เรื่องดี ๆ
เป็นพระเรารับบริจาคไปช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม ก็มีแต่เขา
ซึ่งเขาก็ไม่ได้ฐานะร่ำรวยอะไร ก็เอาลูกเพจเป็นเกณฑ์ครับ
ในฝั่งเฟซบุ๊กของพี่ศรี เขาโพสต์ว่า “อโหสิ ธรรมสอนให้เรามีสติ” ได้อ่าน และรู้สึกยังไงบ้าง ?
ทิดสมปอง : เพิ่งดูในรายการนี่แหละครับ
แล้วทีมงานเล่าให้ฟังก็ขอบคุณครับ ถ้าเราทำได้ตามที่เราโพสต์ทั้งผมเองด้วย
พี่ศรีด้วย ทุกท่านด้วย ผมว่าน่าจะเป็นอะไรที่ดี บางคนโพสต์ธรรมะบ่อย ๆ
จิตใจโสมมก็เยอะ ผมอยากให้โพสต์ธรรมะ จิตใจสูง
แล้วก็ทำตัวสูงด้วยอะไรอย่างนี้ ผมก็น้อมรับ ผมอาจจะไม่ได้โพสต์ธรรมะบ่อย
แต่ว่าธรรมะก็มีอยู่ในใจ ก็ขออภัยครับ
ทางพี่ศรีมีคำว่าอโหสิแล้ว ทางทิดสมปองอโหสิไหม ?
ทิดสมปอง : ถ้ามีเวรกรรมค่อกันก็อโหสิครับ รักพี่นะครับ รองจากแม่ผม ผมก็รักพี่นะครับ
ตอนมีปัญหากันน้องไพรวัลย์มีโอกาสมาช่วยอะไรบ้างไหม ?
ทิดสมปอง : ไปหวังอะไรกับคนแบบนี้
ทิดไพรวัลย์ : ผมก็โพสต์อยู่ประจำ อาจารย์ไม่เห็นเหรอ รอเป็นกรรมการ
ทิดสมปอง : แต่ละชอต รอเป็นกรรมการ ใครจะต่อยกันผมไม่รู้ แต่ผมรอเป็นกรรมการ คนแบบนี้เหรอที่จะมาช่วย
ทิดไพรวัลย์ : กรรมการก็ห้ามไง อย่าทะเลาะกัน
ทิดสมปอง : น้องน่ารักครับ จริง ๆ เราโพเทคกันอยู่ตลอด โพสต์ไม่โพสต์แต่ข้างหลังเราก็ให้กำลังใจกันตลอด
ที่สึกออกมา ใครสึกก่อน ?
ทิดสมปอง : สวัสดีครับพี่ ขอบอกเลยว่า สึกก่อนเป็นรุ่นพี่
ทิดไพรวัลย์ : สึกทีหลัง เอา…น้องปอง
ตอนแรกที่ตั้งใจไว้ คุณสมปองอยากจะสึกก่อน ?
ทิดสมปอง : ครับ จบปริญญาตรีเราก็อยากสึกครับ เพื่อน 80-90% ตอนนี้ดูอยู่ก็สึกครับ
พอต่อโทมันก็จะสึก มันก็มีงานมีการพอดี มันมีจังหวะให้ได้อยู่ต่อมาเรื่อย ๆ
การสึกกับพระเป็นเรื่องปกติมาก ๆ
อยู่ที่ว่ามันทำอะไรแล้วมันอยู่ต่อมากกว่า
พระไพรวัลย์ทำไมถึงได้สึกก่อน ?
ทิดไพรวัลย์ : พร้อมก่อนครับ พร้อมก่อนก็ออกก่อน
ทิดสมปอง : จริง ๆ เขาพร้อมบวก
ทิดไพรวัลย์ : ก็พร้อมจะสึกแล้ว แล้วก็เบื่ออะไรหลาย ๆ อย่างด้วยตอนนั้น ก็อยากออกมา อยากสึกก็สึกครับผม คือหมายถึงใจพร้อมที่จะออกมาอยู่ข้างนอก
ตอนนั้นทิดสมปองก็ยื้อทางทิดไพรวัลย์ ?
ทิดไพรวัลย์ : ยื้อเหรอครับ
ทิดสมปอง : มันก็ไม่เชิงหรอกครับ ถ้าน้องตัดสินใจแล้ว ไพรวัลย์เป็นคนที่เรียนเก่งมาก
แล้วน้องก็มาอยู่จุดนี้ด้วยตัวเอง เพราะฉะนั้นน้องมีความมั่นใจ
ไม่ใช่ไม่ฟังคนอื่น แต่ว่าเขามีวันนี้ด้วยตัวเขาเองครับ
แล้วเราก็จะบอกได้ประมาณนึง เวลาใครเป็นห่วงเขาจะไม่กล้าบอกไพรวัลย์
ผมจะเป็นคนบอก ไพรวัลย์เขาจะมีประโยคนี้ว่า
“ผมเข้าใจนะอาจารย์แต่ผมมีวันนี้ได้เพราะตัวผมเอง ผมขอตัดสินใจเอง”
ฤกษ์ยามเขาก็ไม่ดู แต่ในขณะที่ผมดู
พี่สมปองยื้อน้องไพรวัลย์ แต่เวลาพี่สมปองสึกน้องไพรวัลย์ก็ยื้อเหมือนกันไม่อยากให้สึก ยังไง ?
ทิดไพรวัลย์ : มันคือมารยาทครับ ไม่ใช่ จริง ๆ มันก็รู้สึกเสียดายนะครับผม
ถ้าท่านอยู่ได้เราก็อยากให้ท่านอยู่
เพราะว่าท่านอยู่เราก็ยังทำงานร่วมกันได้ในเชิงธรรมะ ท่านก็ไปเวย์ของพระ
แล้วเราก็ช่วยเสริม เป็นลูกศิษย์ที่มันแก่น ๆ ทะเล้น ก็ดูน่ารักดี
ตอนที่ทิดสมปองจะสึก ในใจเราอยากสึกและพร้อมหรือยัง เท่าที่ได้ยินมาตอนนั้นยังไม่ค่อยอยากสึกเท่าไหร่ ?
ทิดสมปอง : ไม่พร้อมเลยครับ จริง ๆ ปลายปี 66 ครับ ฤกษ์ยามสมเด็จท่านก็บอกว่าดีด้วย
แต่ทีนี้ด้วยอะไรหลายๆอย่างก็เลยรู้สึกว่า ช้าเร็วก็ต้องออก
จังหวะนี้ออกก็ได้ ถามว่าเสียดายไหม น้องไม่เสียดาย แต่ผมเสียดาย
ทุกครั้งที่จะสึกผมจะจี๊ด ๆ ที่ใจ มันเป็นยังไงน้า พ่อ แม่ จะว่ายังไง
สังคมจะว่ายังไง โดนเกลียดไปครึ่งประเทศไหม จนมาเจอเพลงเขา
ที่เขาไปฟีดเจอริ่งเพลง ที่เป็นคำพูดแล้วเขาเอาไปใส่ในเพลง
แบบทนเพื่ออะไรก่อน เราไม่ได้เป็นหิน หินมันแข็งเกร่ง แต่เราเป็นคน
เราไม่ได้แข็งเกร่ง เราจะมาทนเพื่อคนอื่น อย่าหาทำ
คือเรารู้สึกว่าใช้ชีวิตเพื่อคนอื่น
บางคนเป็น LGBTQ+ จะมีแฟนอย่างนี้ กลัวพ่อแม่เสียใจ กลัวครูว่า
กลัวเพื่อนแซว กลัว ๆ แฟนฝรั่งที่เป็นผู้ชายด้วยกันบอกว่า
อะไรคือการอยู่เพื่อคนอื่น ผมนึกไปถึงเรื่องนั้นเลยครับ
น่าจะเป็นรายการของแกรมมี่นี่แหละ ก็รู้สึกว่าใช่นะ
เราห่วงคนนั้นคนนี้มากมาย เราไม่ได้ทำอะไรเพื่อตัวเองเลย
รู้สึกยังไง ไม่น่าเชื่อว่าเพลงของเราทำให้เขาสึกได้ ?
ทิดไพรวัลย์ : จริง
ๆ คงไม่ขนาดนั้นหรอก ถ้าอาจารย์สมปองท่านไม่อยากสึกจริง ๆ
ท่านคงไม่สึกหรอกครับ
นี่แค่ส่วนหนึ่งที่มันไปเสริมความคิดอะไรบางอย่างของท่าน
มันทำให้ท่านกล้าหารที่จะออกมาเฉย ๆ แค่นั้นแหละ
แต่ถ้าท่านมีใจที่จะครองผ้าเหลืองอยู่ท่านก็น่าจะอยู่ต่อครับ
แสดงว่าอันนี้คือจุดพีคที่สุดเลยที่ทำให้ทิดสมปองสึก ?
ทิดสมปอง : ไม่หรอกครับ ที่ไพรวัลย์พูดมันนิดเดียว ประมาณ 0.01% ด้วยซ้ำ แต่จริง ๆ
แม่ไม่สบายมานานแล้ว แต่ผมไม่เหมือนไพรวัลย์ ไพรวัลย์เขาลูกคนเดียว ผมลูก 7
คน ตอนนี้เหลือ 5 เสียไป 2 มีพี่สาวดูแล มีเพื่อนพี่สาวดูแล
ผมก็ซัพพอร์ตอะไรอย่างนี้ ทีนี้มันก็เป็นอีกเหตุผลนึง 25% แล้วกัน
อีกเหตุผลนึงเรารู้สึกว่าอยู่ในวงการนี้แถมมาเยอะ ผมว่าจะอยู่ปีเดียว
นี่อยู่มาตั้ง 30 ปี ถ้าเป็นขายของนี่ ขาย 1 ชิ้น แถม 29 ชิ้นเลยนะ
ผมก็เลยรู้สึกว่าก็ถึงเวลาแล้วไหม
แต่มันก็จะมีอีกกลุ่มนึงออกมาบอกว่า
ออกมาถึงเป็นพรีเซ็นเตอร์เลย รีวิวเลย อ้างเรื่องแม่ เรื่องความอึดอัด
ที่จริงแล้วสึกออกมาเพื่อหาเงิน ?
ทิดไพรวัลย์ : จริง ๆ จะสึกเพื่ออะไรผมว่าเป็นเรื่องของผมนะ แล้วยังไง
สึกแล้วต้องเห็นผมต๊อกต๋อยไม่มีงานทำ ร้องไห้นู้นนี่นั่นเหรอ
ผมว่าผมสึกมาขายของก็เรื่องของผม แล้วทำไมมันเดือดร้อนใคร
ทิดสมปอง : ผมไม่ตอบนักเลงแบบนั้นหรอกครับ ผมมีสัมมาคารวะครับ ผมเลิกไปเวย์นั้นแล้ว
ทิดไพรวัลย์ : ขอตอนแรกที่พูดให้สัมภาษณ์สื่อครับ
ทิดสมปอง : ก็ต้องสึกไปหาเงินครับ ไม่งั้นคุณจะให้ผมเหรอครับ ผมจะสึกไปหา…มั้งครับ
จังหวะนั้นก็ฮากันมาก คือผมไม่รู้จะตอบอะไรด้วยความรู้สึก
คือมันไม่ได้คิดไว้ก่อนหรอกครับ ใครจะคิดว่าจะมีพรีเซ็นเตอร์รออยู่
มันมีแววตอนที่เราแบทเทิลคู่กัน บางยี่ห้ออยากให้เรารีวิวมาก
แต่ว่าเราก็รีวิวให้ไม่ได้ เราโดนว่า มีบ้างนิดเดียว
ไม่ถึงขั้นจะยังชีพได้ด้วยซ้ำ ออกมาก็ยังลุ้นอยู่ ผมเจอข้อความนึงที่ว่า
เขาเอาไพรวัลย์ เขาไม่เอาสมปอง เพราะว่าสมปองไม่แมชอายุเยอะ หน้าช้ำแล้ว
ผมก็โอเค ถ้าไม่เอาผม 95% คือผู้บริโภค 5% คือผู้ผลิต
โอเคงั้นผมเป็นผู้ผลิตก็ได้
แต่ผมก็ไม่รู้ว่าผมจะผลิตยังไง ผมไม่มีเงินเลย สุดท้ายก็ค่อย ๆ แซว ๆ
ให้เลขาหนึ่งคุยกับคนนั้น คนนี้มันก็เริ่มเข้ามา เวลาผมคิดอะไร ผมจะคิดดัง
พูดออกมา มันก็ออกไปผู้หลักผู้ใหญ่ได้ยิน นายทุนได้ยินก็เข้ามา
ผมไม่มีเงินเลย ผมมีแต่ชื่อ หน้า ปาก ถ้าใครรีวิวผมก็จะบอกว่าทำงานเต็มที่
แต่ไม่การันตียอดขาย คือผมเพิ่งใช้ผลิตภัณฑ์คุณ แล้วจะให้การันตีได้ไง
คุณรู้ผลิตภัณฑ์คุณมากกว่าผม ถ้าของคุณดีมันก็ต้องรันไปเอง แต่ผมอะเต็มที่
แต่ผมไม่การันตียอดขาย อย่ามาปรับผม อย่ามามีเงื่อนไข อย่าอะไรเยอะ
ผมไม่มีปัญญาเสียค่าปรับคุณหรอกครับ
จริงไหมมีภาพที่ไพรวัลย์เอาเงินไปให้คุณแม่ ?
ทิดไพรวัลย์ : จริงครับ เอาไปให้ที่โรงพยาบาลที่แม่พักฟื้นอยู่ แม่ไม่รู้ว่าเราจะเอาเงินมาให้เขา
ก้อนนั้นเท่าไหร่ ?
ทิดไพรวัลย์ : พอดีมีคนพูดเยอะไหนบอกว่าจะสึกมาดูแลแม่ ช่วงนั่นมันมีงานพอดี
คิดว่าแม่อยู่ก็มีพี่ที่ดูแลอยู่ ก็ขอแม่ไปทำงาน แม่ก็ให้ไป
ก็ได้เงินก้อนนั้นมา ประมาณ 6 หลัก
เห็นว่าตั้งใจออกมาหาเงินรักษาคุณแม่ แต่ก็มีคนใจดีออกค่ารักษาพยาบาลคุณแม่ให้ด้วย ?
ทิดไพรวัลย์ : ไม่ทั้งหมดครับ มีลางส่วนที่เขาช่วยได้ แต่ว่าค่าเดินทาง
ค่าที่พักอะไรอย่างนี้เราต้องจัดการเอง
แล้วก็มียาบางตัวที่เราต้องเสียเงินจ่าย แม่เป็นมะเร็ง
ค่าใช้จ่ายตอนนี้สูงมากไหม ?
ทิดไพรวัลย์ : ค่ารักษาที่หมดไปแล้วตอนนี้ประมาณ 5-6 ล้านครับ
แล้วคนที่มาช่วยเราถึงหลักล้านไหม ?
ทิดไพรวัลย์ : ถึงครับ เขาเป็นพี่สาวที่นับถือมากครับ
มั่นใจว่าเขาดูอยู่ อยากจะบอกอะไรเขา ?
ทิดไพรวัลย์ : จริง ๆ ครอบครัวผมเป็นหนี้เขา หมายถึงว่าเป็นหนี้ชีวิต แม่ได้รับการดูแล รักษาดี ในแบบที่ผมรู้สึกพึงพอใจ ก็เพราะพี่สาวคนนี้ครับ
คุณแม่ป่วยมานานหรือยัง ?
ทิดไพรวัลย์ : น่าจะ 2-3 ปีแล้วครับที่เริ่มรู้ตัวว่าเป็นมะเร็งรังไข่ มดลูก ประมาณนั้นครับ
จริงไหมที่ทีมงานบอกวันนี้คุณแม่กำลังเดินทางมา ?
ทิดไพรวัลย์ : วันนี้ต้องเข้ากรุงเทพฯ
ครับ เพราะหลังจากที่ผ่าก้อนเนื้อไปแล้วต้องฉายรังสีอีก มันไม่ใช่ว่าจบเลย
อีกเดือนกว่า ๆ แม่ก็ต้องมารักษาตัวที่กรุงเทพ แล้วฉายรังสีนี่ 25
ครั้งครับ
ตอนนี้ฉายแสงกี่ครั้งแล้ว ?
ทิดไพรวัลย์ : ยังเลยครับ
คุณแม่ทราบว่าเราสึกออกมา ท่านว่ายังไงบ้าง ?
ทิดไพรวัลย์ : จริง ๆ พยายามกล่อมแล้วก็คุยหลายครั้ง คุยแรก ๆ แม่ไม่อยากให้สึก
ไม่มีใครอยากให้สึกเลย ญาติพี่น้องก็ไม่อยากให้สึก พ่อ แม่ ก็ไม่อยากให้สึก
อยากให้อยู่ แต่เรามีเหตุผลของเราที่เราอยากมา ท่านก็เคารพการตัดสินใจ
ก็แล้วแต่เลย ถ้าตัดสินใจดีแล้ว
แม่ปล่อยเรา แต่พ่อไม่อยากให้สึกเลย ?
ทิดไพรวัลย์ : พ่อไม่อยากให้สึกเลยครับ พ่อผมเป็นคนที่อยู่กับวัดมาตั้งแต่เด็ก
เวลาเขาเห็นลูกเขาอยู่ในผ้าเหลือง เขารู้สึกว่า
เขาพอใจที่จะให้ลูกเป็นแบบนี้ อยู่กับวัดแบบนี้ เขาทำใจไม่ค่อยได้
2 คนนี้มีอะไรที่คล้ายกันมาก แม่คุณสมปองก็ป่วยเหมือนกัน ?
ทิดสมปอง : ติดเตียง
สโตรกครับ ตั้งแต่อายุ 69 ตอนนี้ 75 ปี ก็ 6 ปีแล้วครับ
ตอนนั้นเส้นเลือดในสมองตีบ สโตรกมันมีเวลาอยู่ 4 ชั่วโมง จริง ๆ แค่ 3
อีกชั่วโมงคือการรักษา แต่แม่นี่ปวดหัว 2 ทุ่ม ไปโรงพยาบาล 8 โมง
คุณแม่ทั้ง 2 คน เกิดวันที่ 2 มกราคม เหมือนกัน แล้วสมปองเพิ่งมีโอกาสได้ไปกอด ไปหอมแม่ ในวาระ 30 ปี ?
ทิดสมปอง : เพราะว่าเราบวชเณร บวชพระมา เราก็กราบไม่ได้อยู่แล้ว เวลาผมเห็นพระ เณร
ที่กราบพ่อ แม่ ผมรู้สึกว่าไม่ต้องขนาดนั้น กตัญญูด้วยวิธีอื่น
เป็นตัวอย่างที่ดี แต่คนจะงงว่าศีล 227 กับ ศีล5 มันยังไงกันแน่
บางคนจะอ้างว่ากตัญญู ผมก็ไม่กล้ากราบครับ ฉะนั้นนี่เป็นครั้งแรกที่กราบ
กอดเนี่ย ผมเป็นพระก็เคยอุ้ม ก็เป็นข่าว
อาจจะไม่เหมาะสมแต่ว่าอุ้มช่วยพี่สาวที่เขาปวดเอว ถ้าอุ้มไม่ใช่ครั้งแรก
แต่ถ้ากราบนี่ครั้งแรกเลยครับ หอมนี่ก็ครั้งแรกครับ
บรรยากาศความรู้สึกในวันนั้นเป็นยังไงบ้าง ?
ทิดสมปอง : น้ำตาไหลเหมือนกันครับ คนจะว่าดราม่า ตั้งแต่อายุ 40 ผมฟังอะไรซึ้ง ๆ
ไม่ได้เลย น้ำตามาง่าย ก็พยายามเฉไฉเอาไว้ ก็กราบ กอด
แล้วก็เรียนแบบน้องเยอะ น้องคุยทางให้ผมเยอะ
อะไรไม่เหมาะผมจะดูน้องเป็นหลักเรื่องเงินนี่ก็เรียนแบบน้องเลย
มีคนอยากรู้ว่าทิดสมปองเป็นพระมีหนี้ได้ยังไง 13 ล้าน ?
ทิดสมปอง : ครับ ไปถามเลยครับ พระระดับเจ้าอาวาส ระดับอะไรมีใครบ้างไม่มีหนี้
มันจะสร้างนั่น สร้างนี่ สร้างร้านกาแฟให้โยม พระองค์ใหญ่ ศาลา ห้องน้ำ
กุฏิ ส่วนมากผู้รับเหมาเขาจะทำให้ก่อน แล้วรอผ้าป่า กฐิน นู้นนี่นั่น
ของผมนี่จะสนามกีฬา ห้องเรียน ห้องน้ำ ทุนการศึกษา 3 ปีแรกผมไม่ขอใครเลย
ผมเกรงใจ ผมค่อย ๆ หา งานมันรออยู่ เงินอนาคตค่อย ๆ เอามา ไม่ทันปุ๊บ
มันต้องใช้ล้านนึง พี่ไปยืมให้หน่อย ร้อยละสามนะครับ ร้อยละสองได้ไหม
อะไรแบบนี้
กู้มาตอนแรกก็
3-4-5 ล้าน มันทะลุเป็น 13 ล้านได้ไงไม่รู้ ก็ใช้ไปแล้ว 3 ล้าน เหลืออีก 10
ล้าน อีกอย่างนึงที่ผมบอกเรื่องนี้มีแต่คนไม่เห็นด้วย
แต่ผมอยากจะบอกว่าผมไม่ได้เอาเงินจากพระพุทธศาสนาออกมาเลย ผมมีหนี้ด้วยซ้ำ
คือคุณไม่ต้องห่วงเรื่องรวย เอาอะไรออกมา
ด้วยความโง่ของผมก็มีความฉลาดอยู่
เพราะตอนนี้ก็มีนายทุนใจดีที่ใช้หนี้ให้เลย ให้เงินด้วย 3
เงื่อนไขที่ผมเสนอเรื่องการเมือง สุดท้ายเป็นนักธุรกิจใหญ่ครับ
เอ่ยมาทุกท่านจะทราบ ใช้หนี้ให้มีเงินเดือนให้ มีเงินลงทุนให้ 100
ล้านออนไลน์ มีบ้านให้อยู่ มีอะไรต่าง ๆ
ครบ
5 ปีอยากเล่นการเมืองพร้อมสนับสนุนแต่สุดท้ายมันมีเงื่อนไขเยอะ เช่น
ถ้าผิดสัญญาปรับ 50 ล้าน ผมไม่มีปัญญาจ่ายหรอกครับ
ตอนนี้ท่านลดให้เราเหลือ10 ล้านแล้ว คือกั๊กไว้ไม่ให้เรานอกลู่ นอกทาง
สำหรับผม ผมมั่นใจว่าผมไม่นอกลู่ นอกทาง อย่ามีปรับผมเลย แต่บางทีท่านฉลาด
ผมไม่ได้พลาด แต่ท่านทำให้ผมพลาด เช่น อาจจะให้บริษัทในเครือมาหลอกหล่อผม
มารีวิวสัก 2 ล้านผมผิดสัญญา ผมต้องคืน 10 ล้าน สมมติผมหามาได้ 11 ล้าน
ผมได้ล้านเดียว 10 ล้าน ผมต้องคืน
ผมก็ระแวงหลายอย่างผมก็เลยไม่เอา
แต่อีกอย่างที่มันติดคือผมเซ็นสัญญาบางอย่าง ผมรีวิวบางอย่าง
คือถ้าทำตอนนี้ท่านจะไม่ให้รรวิว ให้เก็บตัว ซึ่งไม่ได้ครับ ผมเป็นคนอะเลิท
ซึ่งบางคนเป็นคนแคระชื่อน้องปู เขาบอกโตไปด้วยกันนะ
หนูอยากหวังพึ่งพาเราด้วย ทำธุรกิจด้วยกัน ก็เลยขออนุญาตที่จะไม่ทำ
ท่านก็เลยบอกว่างั้นก็ไปทำเต็มที่ ที่ทำอยู่ด้วยก็ไปด้วยกันได้หมดอีก 3
เดือนเงื่อนไขนี้ก็ยังอยู่ครับ
ในส่วนของทิดไพรวัลย์เห็นบอกว่าสึกมา 1 เดือน หาเงินได้ 10 ล้าน จริงไหม ?
ทิดไพรวัลย์ : ขออนุญาตฝากไปถึงคนที่บอก รู้ทุกอย่าง ยกเว้นเรื่องจริง ขอบคุณนะครับ
ถ้าเขาเอาเวลาไปยุ่งกับเรื่องตัวเอง ผมว่าชีวิตเขาเจริญกว่านี้
เอามาจากไหนก่อน 10 ล้าน
มีความจริงอยู่ไหม ?
ทิดไพรวัลย์ : ไม่มีเลย ผมต้องทำงานอะไรครับถึงรวย 10 ล้าน ถามว่ามีรายได้ไหม มีครับ แต่ไม่ถึงหลักล้าน
คุณสมปองเป็นสายเปย์ เปย์คุณไพรวัลย์หนักมาก เปย์เรื่องอะไร ?
ทิดสมปอง : เนี่ย
ธุรกิจที่กำลังทำ มีผู้ใหญ่ใจดีมาทำ วันนี้ก็ติดต่อเยอะ
ก็อะไรที่ไม่ตรงกับที่น้องรับจ้างรีวิวก็ให้น้องช่วยหน่อย
เพราะว่าด้วยกระแสน้อง ก่อนสึก 2.6 ล้าน พอสึกมาคนตามในเพจ 3.2 ล้าน
ติ๊กตอกเล่นแค่อาทิตย์เดียวแซงผม ผมเล่นมาปีครึ่ง 1.2 ล้าน
น้องเล่นอาทิตย์เดียว 1.6 ล้าน
ทิดไพรวัลย์ : แต่ก็ได้ผลนะ หลังจากที่อาจารย์สมปองสึกมา 3 ล้านแล้วเหมือนกัน
ทิดสมปอง : ใช่ ๆ แปลกมากเลย ก่อนสุกผมมีอยู่ 1.9 ล้าน สึกมามี 3 ล้านแล้ว
การที่แท็กทีมทำให้ลุคของเราดีขึ้นไหม ?
ทิดสมปอง : ผมอยากจะบอกผู้จ้างรีวิว
ถ้าเราแพ็คคู่ อันนี้ 3.3 ล้าน อันนี้ 3 ล้านแล้ว ก็ 6.3 ล้าน
ก็น่าสนใจอยู่นะ ถ้างานเดี่ยวให้น้องเลย ถ้างานคู่มีกูด้วย
จาก พส.พระสงฆ์ เปลี่ยนมาเป็น พส.เพื่อนสาว หรือเปล่าคุณไพรวัลย์ ?
ทิดไพรวัลย์ : จริง ๆ ถ้าจะเป็นก็ได้นะ ทำไมต้องมีปัญหากับรสนิยมคนอื่น พระมหาสมปองยังเปลี่ยนเฟซเป็นแม่ปองได้เลย
คิดอยากจะมีแฟนไหม ?
ทิดไพรวัลย์ : ตอนนี้ไม่ได้สนใจเลยครับ ขอโฟกัสที่งานก่อน ถามว่าเมื่อไหร่คิดจะมีแฟน คงว่าง ๆ ยังไม่สะดวกครับ
สเปกมีหรือยัง ?
ทิดไพรวัลย์ : ไม่มีครับ ไม่ได้รู้สึกว่าเห็นใครแล้วนี่คือความสวย ความงาม
เพศไหน ?
ทิดไพรวัลย์ : ไม่มีสักเพศเลยครับ
ฝั่งพี่สมปองเคยมีคำพูดหลุดออกมาจากปากพี่เลย มีภรรยาได้ มีแน่นอน ?
ทิดสมปอง : หิวมากครับ ผมใช้คำนี้ผมพูดเล่นนะ จริง ๆ ต้องมีภรรยา
ต้องมีหลานให้แม่อุ้ม คือแม่ก็ปลื้มหลานหลายคน
แต่ผมเชื่อว่าถ้าผมมีหลานให้แม่ ผมว่าแม่น่าจะปลื้มมากขึ้นไปอีกครับ
ผมว่ามันก็เป็นความสุข
เรียกว่ามุ่งมั่นเลยไหม ?
ทิดสมปอง : ดูหื่นมากเลยนะครับ มุ่งมั่น ไม่เชิงหรอกครับ จริง ๆ 2
ปีนี้ผู้จัดการบอกว่าห้ามมีแฟน ไม่แต่งงาน 2 ปีนี้คงตั้งใจทำงาน ตอนนี้ 43
ถ้าตามผู้จัดการคือ 45 เลย แต่ก็มีคุยแซว ไม่รู้ว่าเอ่ยได้ไหม คุยมะนาว
ศรศิลป์ คุยขำ ๆ เห้ย…มะนาว เราจีบกันได้ไหม ทำเป็นจิ้นกันอะไรอย่างนี้
มะนาวก็สวนกลับมาว่า
เดี๋ยวลูกเพจท่านจะมาตีกระบาลนะคะล่าสุดก็ไปที่สาวน้อยเพชรบ้านแพร อร อรดี
เราก็เคยดูเขา บางทีแค่เพื่อนกัน อาจจะแบบจิ้น ๆ ผมว่าอย่าคบกันเลยครับ
กึ่ง ๆ เป็นเพื่อนกัน ผมว่ามันจะน่ารัก
แต่ว่าผมก็ดูหนังหน้าตัวเองอยู่นะครับ
ได้ข่าวว่าคุณสมปองเคยตกหลุมรัก บุ๋ม ปนัดดา จริงไหม ?
ทิดสมปอง : สวัสดีครับพี่บุ๋ม เคยจะจีบครับ ๆ ผมน่าจะหลุดคำว่าเทคแคร์นะ
แต่ไม่น่าจะหลุดถึงขั้นคำว่าที่รัก แล้วพี่บุ๋มก็ตอบไลน์มาว่า หยองนะเฟ้ย
อะไรสักอย่าง
พี่บุ๋มรู้จักกับพี่สมปองมากี่ปีแล้ว ? (โฟนอิน บุ๋ม ปนัดดา)
บุ๋ม : 10 กว่าปีแล้ว
ทิดสมปอง : 7-8 มีมีครับ ตั้งแต่พี่สาวคนเล็กเสีย คือไปออกร้านชำยามเช้า 3 นางสาวไทย
พี่บุ๋ม คุณนุ้ย แล้วก็คุณหมิง ชาลิสา ก็สนิทกับพี่บุ๋มคนเดียว มีเบอร์
ก็ได้คุย แล้วพี่สาวคนเล็กผมเสียด้วยอุบัติเหตุ
พี่บุ๋มไปเดินแบบหรือไปงานที่โคราช ก็เลยลองชวนดู พี่บุ๋มก็ไป
แกก็ไปนอนห้องที่พี่สาวผม ที่เสียนั่นแหละ ห้องน้ำก็ไม่ค่อยดีเท่าไหร่
บ้านกำลังก่อสร้าง ถมดินไว้ แล้วพี่บุ๋มก็ตื่นมาตี 5 อาบน้ำ บ้านนอก ๆ เรา
แล้วไปทำกับข้าว ผมเลยพาเขาไปทานข้าวเที่ยง
นั่งคุยเจอเขาใส่สร้อยแบบเสาหลักเมือง จังหวัดใดไม่รู้ ก็ทัก
แล้วพี่เขาก็ให้ แล้วชาวบ้าน แล้วชาวบ้านเขานินทา
บุ๋มรู้มาก่อนใช่ไหมว่าคุณสมปองเขาชอบ เขาหลงรักเรา ?
บุ๋ม : ไม่กล้าคิด
แล้วตอนนี้รู้สึกยังไง เขาเปิดใจบอกว่าเขาเคยชอบเรามาก ?
บุ๋ม : ก็ขอบคุณ ตอนนั้นด้วยท่าที แต่เราคิดว่าเขาปลื้มเรามากกว่า คิดในแง่บวกไว้ก่อน เพราะเขาใส่ผ้าเหลือง
ถ้าสมมติอนาคตคุณบุ๋ม ปนัดดา โสด ถ้าเขาจีบว่าไง ?
บุ๋ม : ว่ากันอีกที
ทิดสมปอง : กินข้าวกันพี่ เราจะไปดินเหนียวกัน ก็อยากดินเนอร์
ทุกครั้งที่พี่บุ๋มเขามีแฟน ผมเคยเจอสามีของพี่บุ๋มไปบรรยาย
เจอกันในห้องน้ำแล้วพี่เขาก็ทัก พอพี่บุ๋มมีข่าวกับใคร คบใคร มันก็เจ็บ ๆ
อยู่เหมือนกัน
ทำไมถึงต้องเป็นพี่บุ๋ม ?
ทิดสมปอง : อาจจะเป็นเพราะตอนนั้นเรามีเบอร์พี่บุ๋มคนเดียว
บุ๋ม ปนัดดา ประทับใจอะไรในตัวน้องสมปอง ?
บุ๋ม : เขาเป็นคนที่จริงใจ พยายามสร้างสิ่งดี ๆ ให้เด็ก ๆ
ก็อยากจะบอกว่าขออนุโมทนา
แล้วขอให้นำสิ่งที่ได้จากการเป็นพระสงฆ์นำมาสานต่อในชีวิตประจำวัน
อย่างนี้เรียกสเปกไหม ?
ทิดสมปอง : ใช่หมดเลยครับ
เพราะตามไอจี ตามอะไรพี่บุ๋ม ตอนนี้ก็ตามอยู่ครับ
แล้วทุกครั้งที่เขาเซ็กซี่ เราก็ชอบ แต่เราก็ทำอะไรไม่ได้
เราก็ไม่กล้ากดไลก์ตอนนั้นเป็นพระอยู่ครับ คนจะคิดว่าผมเป็นกะเทย
เป็นอะไรอย่างนี้
ตอนที่เป็นพระสงฆ์อยู่มีแอบมากดไลก์ไหม ?
ทิดสมปอง : ไม่น่าเผลอครับ เลขา ทีมงานจะดุครับ อย่าไปเผลอกดอะไร วางตัว
อย่างตอนนี้ผมจะโกนหนวดก็ไม่ได้เพราะว่าขายของอยู่
ผมจะรู้แค่ว่าให้ผมทำอะไร ไปไหน ผมจะรู้แค่นี้ครับ
พี่บุ๋มตกลงเราไปทานข้าวกันวันไหนพี่
นอกจากจะชวนทานข้าว อยากบอกอะไรกับพี่บุ๋มบ้าง ?
ทิดสมปอง : ก็รักเหมือนเดิม สถานภาพผมว่ามันไม่จำเป็นต้องคอบครองหรอก รักก็คือรัก
ประทับใจในความเป็นพี่บุ๋มในความชอบช่วยเหลือคน เลี้ยงเด็ก ๆ ส่งเด็ก ๆ
เรียน เวลาพี่บุ๋มเขารักใคร ผมไม่อยสกเอ่ยชื่อ คือเขาจะถามว่าไปไหน ๆ จริง ๆ
เราเจ็บนะเวลาเขาห่วงคนนั้น
ถ้าน้องสมปองจีบจริง ๆ ต้องเล่นกล้ามไหม ?
ทิดสมปอง : ผมจะเล่นกล้ามนะ 2 เดือน ผมจะมีซิกแพคครับ
บุ๋ม : ถ้าได้ก็ดี
ณ วันนี้ใครดังกว่ากัน ?
ทิดสมปอง : น้องดังกว่าครับ ด้วยคนที่ตามเพจ ยูทูบ
ทำงานร่วมกันมีปัญหากันบ้างไหม ?
ทิดไพรวัลย์ : ไม่มีนะครับ จริง ๆ เมื่อกี้ที่ถามว่าใครดังกว่ากันไม่อยากให้นี่ด้วยซ้ำ
เพราะผมรู้สึกว่าตัวผมเองที่มีคนรู้จักเพิ่มขึ้นได้
ต้องยอมรับว่าเป็นเพราะอาจารย์สมปอง ซึ่งท่านมีชื่อเสียงอยู่แล้ว
ความในใจอยากจะบอกคุณสมปอง ?
ทิดไพรวัลย์ : ยังเหมือนเดิมนะครับ หมายถึงว่าเคยเคารพนับถือยังไง ก็ยังเคารพนับถืออยู่
ไม่ว่าสถานภาพจะเปลี่ยนไป ก็อยู่ใน 2 สถานะ
ยังเป็นทั้งลูกศิษย์และยังเป็นน้องคนเดิม
ทิดสมปอง : ก็คุยกันตรง ๆ แบบพี่น้อง เขาจะชอบเรียกผมว่าอาจารย์
ผมจะชอบเรียกเขาว่าน้อง ถ้ามีปัญหาเรื่องอะไรก็แล้วแต่ ผลประโยชน์
คือถ้าผมได้ผลประโยชน์แล้วผมผิดใจกับเขา ผมขอใช้คำง่าย ๆ กูเลือกมึงนะ
กูไม่เลือกผลประโยชน์นะ ใครไม่ต้องมารอว่าเราจะทะเลาะกันวันไหน ยังไง
เสี่ยมเรา ปั่นเราอย่างนี้ ไม่ครับ ผมว่าอยู่ ๆ
ก็มารักกันผมว่าเด็กคนนี้มันเจ๋ง ผมชอบตรงนี้
ติดตามรายการ
คุยแซ่บShow ได้ทุกวันจันทร์ – ศุกร์ 13.05 – 14.05 น. ทางช่อง one31
Facebook Page : คุยแซ่บShow รับชมย้อนหลังได้ที่ Youtube Channel : Orange
Mama
