Thai News World News

Remembering the victims of the 1991 Thai Buddhist Temple Murders in Waddell Arizona.

Remembering the victims of the 1991 Thai Buddhist Temple Murders in Waddell Arizona.
Written by LasVegasNews

รำลึกถึงผู้เคราะห์ร้ายถูกสังหารหมู่ที่วัดพรหมคุณาราม – Thai Buddhist Temple in Waddell, Arizona

26 ปีที่ผ่านมาเมื่อวันที่ 9 สิงหาคม 1991 มีผู้บริสุทธิ์ 9 คนได้ถูกสังหารหมู่ที่วัดพรหมคุณาราม– Thai Buddhist Temple of Waddell มลรัฐอริโซนา

เหยื่อผู้เคราะห์ร้ายทั้ง 9 คนคือ ไพรัช ขันทอง (เจ้าอาวาส) ท่านเป็นพระสงฆ์หนึ่งในสามรูปที่ได้ก่อตั้งวันนี้ขึ้นมาเมื่อปี 1983 และพระสงฆ์รูปอื่นๆอีกห้ารูปที่ถูกสังหารไปด้วยนี่คือ สุริชัย อนุตโร, บุญช่วย ชัยรัตน์, เฉลิม จันทร์พิมพ์, เสียง กิ่งแก้ว และสมศักดิ์ โสภา ที่เพิ่งเดินทางมาจากเมืองไทยเมื่อสองสามก่อนหน้านี้เอง ส่วนอีกสามคนคือแม่ชีวัย 71 ปี แม่ชีฝอย ศรีพันธุ์ประเสริฐ และแมทธิว มิลเลอร์ – Matthew Miller – หลายชายของแม่ชีที่มาบวชเป็นเณร พำนักอยู่กับแม่ชีที่วัดหว่างหยุดเทอมภาคฤดูร้อน และจิรศักดิ์ จิรพงษ์ ผู้ช่วยเหลือในวัดที่เพิ่งเดินทางมาจากเมืองไทยได้หกสัปดาห์ก่อนหน้านี้

ร่างอันไร้วิญญานของทุกคนถูกพบในวันต่อมาเมื่อเวลาประมาณ 10.30 . ของวันที่ 10 สิงหาคม 1991 โดยคุณฉวี บอร์เด้อร์ และเปรมจิต แฮช เพื่อนของเธอที่มาทำบุญช่วยเหลือวัดนี้มาเป็นเวลานาน ซึ่งทั้งสองมาถึงวันในช่วงเช้าของวันเสาร์เพื่อมาจัดเตรียมทำอาหารเพลถวายพระ จากปากพยานที่รู้เห็น คุณฉวี บอร์เด้อร์ เล่าเรื่องได้ว่า เมื่อช่วงเช้าของวันดังกล่าวอากาศหนาวเย็น พวกเขาไม่เห็นใครเลย เธอจึงไปตามหาพระสงฆ์ในห้องโถงของวัด ครั้งแรกเมื่อเธอเห็นร่างหลายร่างนอนอยู่บนพื้น เธอจึงคิดว่า พระสงฆ์กำลังสวดมนต์กันอยู่ แต่ทำมัยเงียบอย่างนี้ เมื่อเธอเข้าไปดูใกล้ๆ เธอได้เห็นเลือดกระจายเต็มไปหมด เธอจึงตระหนักได้ว่าพวกเขาทั้งหมดนั้นเสียชีวิตไปแล้ว เธอถึงกับร้องไห้โฮออกมา และวิ่งกลับไปในครัว และบอกกับคุณเปรมจิตว่าพวกเขาต้องออกไปขอความช่วยเหลือ ด้วยความตื่นตกใจ สองเพื่อนหญิงจึงรีบวิ่งเท้าเปล่าไปที่รถ และขับออกไปที่บ้านหลังหนึ่งไม่ห่างจากวัดไปเท่าไร เจ้าของบ้าน โจ เลดจ์วิดจ์ – Joe Redgwidge – เปิดประตู ก็เห็นหญิงทั้งสองกำลังยืนร้องไห้ฟูมฟายอยู่หน้าบ้าน เขาไม่สามารถเข้าใจได้เลยว่าหญิงทั้งสองนั้นพยายามพูดว่าอย่างไร แต่เขาคิดว่าพระสงฆ์รูปใดรูปหนึ่งต้องไม่สบายแน่ ดังนั้น เขาจึงขับรถบันทุกของเขาพาหญิงทั้งสองกลับไปที่วัด และเดินเข้าไปตรวจดู โจ เลดจ์วิดจ์ เห็นร่างของผู้เคราะห์ร้ายทั้งหมดนอนเรียงคว่ำหน้าจมกองเลือดอยู่ เขาจึงขับรถกลับบ้านพร้อมกับคุณฉวีและคุณเปรมจิต และบอกให้ภรรยาของเขาโทรศัพท์เรียก 911 หลังจากโทรศัพท์เรียก 911 เรียบร้อยแล้ว เขาก็พาคุณฉวีกับคุณเปรมจิตกลับไปที่วัดรอเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ที่ลานจอดรถของวัด

ข่าวร้ายอันเศร้าสลดนี้ได้แพร่กระจายไปทั่วรัฐอริโซน่าอย่างรวดเร็ว ซึ่งคดีนี้เป็นคดีฆ่าหมู่คดีแรกที่เกิดขึ้นในรัฐ และได้กลายเป็นข่าวใหญ่กระจายไปทั่วประเทศ

ฉันไม่เคยลืมวันนั้นเลย ฉันจำได้ว่า ฉันกลับบ้านมาจากโรงเรียนและเห็นแม่ของฉันกำลังนั่งเศร้าอยู่ เธอบอกกับฉันว่า เธอเห็นข่าวจากโทรทัศน์ เธอเป็นคนมีเพื่อนมากในรัฐอริโซน่า เธอเป็นห่วงพวกเขามาก ข่าวนี้เป็นข่าวที่น่าตกใจจริงๆ ฉันไม่เชื่อเลยว่า ใครสามารถทำได้ถึงขนาดนี้ มันเป็นคดีฆ่าคนคดีแรกเลยทีเดียวที่ฉันได้สัมผัสกับมัน ดังนั้น มันก็ฝังอยู่ในจิตใจของฉันตลอดมา

ระหว่างการสอบสวนในปี 1991 ทางตำรวจรัฐอริโซน่าได้รับข้อมูลผิดพลาดมาก ซึ่งข้อมูลผิดๆนั้นได้นำไปสู่การจับกุมผิดคน ก่อนที่ฆาตกรตัวจริง โจนาธาน ดูดี้ ถูกจับกุมตัวไว้ได้ บางคนถึงกับกรุเรื่องขึ้นมาเป็นข่าวลือเกี่ยวกับผู้ต้องสงสัยว่าเป็นพวกสกินเฮ็ดส์ – Skin Heads” ที่ก่ออาชญากรรมเกลียดชัง – hate crime – ซึ่งเรื่องนี้ไม่ใกล้กับความเป็นจริงเลยแม้แต่นิดเดียว

ฉันมีความรู้สึกว่า ผู้เคราะห์ร้ายทุกคนสมควรที่จะได้รับการกล่าวขานเรื่องจริงเกี่ยวกับอะไรที่ได้เกิดขึ้นกับพวกเขา ฉันได้ทำการวิจัยเชิงลึกเกี่ยวกับคดีนี้ ตลอดการทำงานของฉันในฐานะที่เป็นนักจิตวิทยาเกี่ยวกับอาชญากรรม หรืออาชญานักจิตวิทยา – Criminal Psychologist – ฉันสามารถเข้าไปเอาประวัติ, รูปภาพ, เอกสารจากศาลเป็นทางการจากตำรวจได้ และสัมภาษณ์เจ้าหน้าที่ตำรวจที่เกี่ยวพันกับคดีนี้เพื่อที่จะนำมาแบ่งปันความจริงในคดีนี้ให้ทราบกัน

หลังจากเหตุการณ์สังหารหมู่ได้เกิดขึ้นแล้ว ไมเคิล แม็คกรอว์ – Michael McGraw – คนไข้โรคจิตคนหนึ่งในสถาบันเกี่ยวกับโรคประสาทเมืองทูซอน – Tucson Psychiatric Institute – ได้โทรศัพท์ไปหาสำนักงานของนายอำเภอมณฑลมาริโคปา และให้ข้อมูลผิดๆเกี่ยวกับคนสี่คนจากเมืองทูซอน หรือที่เรียกกันว่า “Tucson Four” เริ่มแรกพวกเขาถูกข้อหากับคดีฆาตกรรมนี้และได้ให้คำสารภาพ ชายทั้งสี่ถูกสอบสวนเป็นเวลาถึง 36 ชั่วโมงรวดโดยไม่ได้หลับได้นอนกัน ทำให้เกิดความเคลียดและความกดดัน อย่างไรก็ตาม ภายหลังพวกเขาก็กลับคำให้การ ทั้งสี่คนพ้นจากความผิด เมื่อการสอบสวนแสดงให้เห็นว่าพวกเขาไม่เกี่ยวข้องอะไรกับคดีนี้เลย The Tucson Four จึงถูก ปล่อยตัวออกมา หลังจากถูกคุมขังอยู่สามเดือน จากนั้น พวกเขาก็ยื่นฟ้องศาลแพ่งในข้อหาจับผิดตัวต่อสำนักงานนายอำเภอมณฑลมาริโคปา ในเดือนกันยายน ปี 1994 พวกเขาชนะคดี และได้รับเงินชดเชยจากมณฑลมาริโคปาเป็นจำนวน 2.8 ล้านเหรียญจากการต่อรองกันนอกศาล

สำนักงานนายอำเภอมณฑลมาริโคปา ขณะนั้นอยู่ภายใต้ความกดดันอย่างมากจากรัฐบาลให้สะสางคดีนี้ให้ได้ พวกเขาจึงมองข้ามข้อมูลรายละเอียดต่างๆที่ได้เปิดเผยถึง “The Tucson Four” นั้นไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับการสังหารหมู่นี้เลย

การไล่ล่าจับตัวกลุ่มฆาตกร

ในช่วงปลายเดือนสิงหาคม 1991 รปภ. คนหนึ่งที่ฐานทัพอากาศ Luke Air Base ได้พบปืนยาวขนาด .22 ยี่ห้อมาร์ลินในระหว่างการยินยอมให้ค้นหารถคันหนึ่งที่มี โรลันโด คาราตาเชีย – Rolando Caratachea –เป็นเจ้าของ เขาเป็นเพื่อนร่วมห้องเดียวกันกับ โจนาธาน ดูดี้ และ อเลสซานโดรอเล็กซ์การ์เซีย – Alessandro “Alex” Garcia –

หกสัปดาห์ต่อมาเมื่อวันที่ 24 ตุลาคม 1991 ห้องแลบทดทองอาชญากรรมได้แจ้งให้กับทีมสอบสวนว่ากระสุนปืนเป็นชนิดเดียวกันกับปืนของ โรลันโด คาราตาเชีย ที่ใช้ในการสังหารหมู่ที่วัดพรหมคุณาราม โรลันโด คาราตาเชีย จึงถูกจับกุมตัวไว้ แต่หลักฐานแสดงให้เห็นว่า โจนาธาน ดูดี้ ได้ใช้ปืนของ โรลันโด โดยไม่ได้บอกให้เขารู้ ในคืนของวันศุกร์ที่ 25 ตลาคม 1991 โจนาธาน ดูดี้ ได้ถูกจับกุมตัวไว้ได้ในระหว่างฟุตบอลเกมที่โรงเรียน อากวา ฟรีอา ไฮสกูล – Agua Fria High School – และ อเลสซานโดรอเล็กซ์การ์เซีย ผู้สมรู้ร่วมคิดวัย 16 ปีของเขาถูกจับกุมในคืนเดียวกัน

เจ้าหน้าที่สายสืบได้ทำการค้นอพาร์ทเม้นท์ของพวกเขา และได้พบกล้องถ่ายรูปหลายชิ้น เครื่องอีเล็กโทรนิคต่างๆ และเงินสดอีก 2,600 เหรียญที่โจนาธาน ดูดี้ มีอยู่ไว้ในครอบครอง พร้อมด้วยของใช้ส่วนตัวหลายชิ้นและเครื่องประดับที่เป็นของเหยื่อแต่ละคนที่ถูกฆาตกรรมหมู่

พนักงานสอบสวนได้สอบถามสองชายวัยรุ่นเป็นเวลานานกว่า 12 ชั่วโมง ในระหว่างการซักถาม โจนาธาน ดูดี้ จึงได้สารภาพและให้ข้อมูลรายละเอียดว่าเป็นคนยิงพระสงฆ์ เณร แม่ชี และฆารวาส รวมเก้าคน แต่เมื่อเขารู้ว่าเขาจะถูกไต่สวนในศาลฐานะเป็นผู้ใหญ่ เขาจึงได้ตัดสินใจเปลี่ยนคำให้การของเขา สำหรับ อเลสซานโดร การ์เซีย รู้อยู่แล้วว่าเขาจะถูกพิพากษาว่ามีความผิดอยู่ดี ดังนั้น เขาจึงได้ยื่นคำร้องขอต่อรอง และให้การรายละเอียดต่างๆกับพนักงานสอบสวนเกี่ยวกับตัวเขาและ โจนาธาน ที่แต่งกายด้วยเครื่องแบบทหาร และสวมรองเท้าบูทสำหรับไว้ใส่เรียนวิชารักษาดินแดน – ROTC – เพื่ออำพรางรอยเท้าของพวกเขา และเดินทางไปวัดพร้อมกับปืนยาวยี่ห้องมาร์ลินขนาด .22 .. และปืนลูกซองขนาด 20- gauge และปล้นได้เงิน 2,600 เหรียญ, อุปกรณ์เครื่องเสียงสเตริโอ, เครื่องอเล็กทรอนิคหลายชิ้นและเครื่องประดับ

อเล็สซานโดร การ์เซีย เล่าถึงอาการตื่นตกใจ เมื่อพระสงฆ์รูปหนึ่งจำเขาได้ โจนาธาน จึงตัดสินใจอย่างเด็ดเดี่ยวว่าจะไม่ปล่อยพยานทิ้งไว้สักคนเดียว เขาได้สั่งให้เหยื่อผู้เคราะห์ร้ายทุกคนให้นอนคว่ำลงแล้วก็ยิงไปที่ศรีษะแบบท่าประหารชีวิตคนละสี่นัด

สืบเนื่องจากข้อมูลของอเล็กซานโดร ระบุว่า พวกเขาได้วางแผนการปล้นครั้งนี้ไว้นานแล้ว พวกเขาต้องการเข้าไปปล้นแบบจู่โจมเหมือนกับเกมสงคราม – War Game – พวกเขาใช้เวลาวางแผนเป็นรายละเอียดกันถึงสองเดือน รวมถึงจะใช้อาวุธอะไร, เสื้อผ้าและอุปกรณ์ที่จะใช้ในการปล้น และโจนาธานได้รวมเอาแผนฆ่าพยาน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแผนการปล้นครั้งนี้ไว้ด้วย

โจนาธาน ดูดี้ กำลังมีแผนที่จะซื้อรถไว้คันหนึ่ง ที่ประกาศราคาขายไว้ 1,000 เหรียญ หลังจากการสังหารหมู่ เขาได้ยินว่าเรื่องที่พระสงฆ์เก็บเงินไว้ในตู้นิรภัย เขาคิดไว้ว่า มันจะเป็นงานการปล้นที่ง่ายมาก เพราะเขารู้ทางหนีทีไล่รอบๆบริเวณวัดได้ดีอยู่แล้ว

โจนาธาน ดูดี้ เป็นคนไทย พ่อแม่เป็นคนไทย ขณะที่เขาได้ก่อเหตุอันโหดเหี้ยมนั้น เขามีอายุเพียง 17 ปี เกิดวันที่ 9 พฤษภาคม 1974 ที่จังหวัดนครนายก แต่คนทั่วไปไม่รู้ว่าฆาตกรโหดนั้นเป็นคนไทย และรูปภาพของเขาก็ไม่ได้เป็นข่าวเผยแพร่ออกไปเนื่องจากอายุของเขา ณ เวลานั้น ชื่อเดิมของเขาคือ วีรพล คำแก้ว ก่อนที่เขาจะเปลี่ยนเป็น โจนาธาน ดูดี้ เมื่อพวกเขายังอยู่ในเมืองไทย แม่ของเขาเดินทางไปหางานทำในประเทศเยอรมนี เธอได้พบและสมรสกับทหารอเมริกันชื่อ ไบรอัน ดูดี้ – Brian Doody – ประจำการอยู่ที่นั่น และเขาก็รับอุปการะ วีรพล เป็นลูกเลี้ยง และนำเขามาอเมริกาเพื่อมีชีวิตอยู่กินที่ดีกว่าเมื่อเขามีอายุ 6 ขวบ ช่วงนั้นเขาพูดภาษาอังกฤษยังไม่ได้ด้วยซ้ำ ไบรอัน ดูดี้ ประจำการอยู่ที่ฐานทัพอากาศลูว์ค – Luke Air Force Base – ในมณฑลมาริโคปา มลรัฐอริโซน่า ที่แม่ของโจนาธานได้กลายเป็นสมาชิกคนหนึ่งในชุมชนไทย เธอมักจะพาเขาและน้องชายคนเล็ก เดวิด ไปที่วัดพรหมคุณารามอยู่เสมอตั้งแต่พวกเขายังเป็นยังอยู่ในเยาวัย แต่อาจจะเป็นกรรมบาปก็ได้ ที่เด็กคนนี้ได้รับการหยิบยื่นโอกาสอันดีงามในชีวิตให้นั้น กลับไปพัวพันกับอาชญากรรมอันโหดเหี้ยมกับคนที่มาจากประเทศเดียวกันในชุมชนของเขาเอง

การไต่สวนและการพิพากษาโทษ

เริ่มแรกทีเดียว โจนาธาน ดูดี้ นั้นถูกพิพากษาโทษในคดีฆาตกรรมในปี 1994 และถูกพิพากษาโทษให้จำคุกเป็นเวลา 281 ปี เขาได้ยื่นอุทธรณ์และศาลอุทธรณ์สัญจรสหรัฐเขตที่ 9 ได้ยกคำร้องในเดือนพฤษภาคม 2011 และอนุมัติให้มีการไต่สวนขึ้นใหม่ คณะลูกขุนชุดที่สองนี้ออกคำพิจารณาไม่เห็นพ้องต้องกันในเดือนตุลาคม 2013 แต่ก็อีกครั้ง เขาถูกตัดสินว่ากระทำความผิดจริงตามฟ้องในข้อหาฆาตกรรมทั้งหมด 9 คดี ในระหว่างการไต่สวนครั้งที่สองในเดือนมกราคม 2014 หลักฐานทุกอย่างมัดตัว โจนาธาน ดูดี้ แน่นอย่างดิ้นไม่หลุดกับอาชญากรรมและฆาตกรรม ไม่ว่าการยื่นอุทธรณ์ของเขาจะเป็นอย่างไรก็ตาม พร้อมด้วย อเล็สซานโดร การ์เซีย ก็ยังได้มาให้การเป็นพยานปากสำคัญอีกด้วย โจนาธาน ดูดี้ ไม่ถูกโทษประหารชีวิต เพราะตอนที่ก่อเหตุสังหารหมู่ 9 ศพนั้น เขามีอายุเพียง 17 ปี เขาถูกตัดสินโทษจำคุกตลอดชีวิตติดต่อกัน 9 ครั้งโดยปราศจากได้รับการพ้นโทษก่อนกำหนดจนกว่าหลังจาก 25 ปีของแต่ละคดีฆาตกรรม บวกกับอีก 12 ปีสำหรับการใช้อาวุธทำการปล้น 9 กระทง บวกกับอีก 12 ปีโทษฐานบุกรุกสถานที่เข้าไปทำการขโมย และอีก 9 ปี โทษฐานสมรู้ร่วมคิดกันกระทำความผิด รวมโทษทั้งหมดแล้วก็เกิน 300 ปี และตอนนี้เขามีอายุ 43 ปี คิดว่าเขาคงจะตายในคุกอย่างแน่นอน

ในปี 1993 อเล็สซานโดร การ์เซีย ถูกตัดสินโทษจำคุก 271 ปี คิดแล้วฆาตกรโหดทั้งสองคงจะต้องใช้ชีวิตทั้งหมดของพวกเขาในคุกจนกว่าจะตายไป

คุณฉวี บอร์เด้อร์ มีชีวิตอยู่ได้เห็นความยุติธรรมทำงานเป็นผลสำเร็จ และคนกระทำความผิดรับใช้กรรม ก่อนที่เธอจะเสียชีวิตด้วยวัย 75 ปี ในวันที่ 29 กรกฎาคม 2014 ส่วน โจ อาร์ปาอิโอ – Joe Arpaio – นายอำเภอชื่อดังแห่งมณฑลมาริโคปาคนปัจจุบันกล่าวในคำแถลงตอนหนึ่งว่าในฐานะที่เป็นผู้รักษากฎหมายคนหนึ่ง ผมรู้สึกปลื้มปิติมากที่ความยุติธรรมนั้นทำงานของมันเป็นผลสำเร็จ

26 ปีผ่านไป

เมื่อครบรอบปีแต่ละครั้งของวันที่ 9 สิงหาคม จะมีการประกอบพิธี ซึ่งถือว่าเป็นวันรำลึกถึงเหยื่อผู้เคราะห์ร้ายทุกคนที่ถูกสังหารอย่างโหดเหี้ยมที่วัดพรหมคุณารามเมื่อปี 1991

ในแต่ละปีจะมีพระสงฆ์กว่า 100 รูป และทุกคนในชุมชนจะมารวมกันที่วัด และสวดมนต์พร้อมกัน พระสงฆ์จะเทศนากับทุกคนที่มาร่วมในพิธีฟังเกี่ยวกับฆาตกรรมที่ได้เกิดขึ้น และทำได้อย่างไรที่ทางวัดพยายามให้ทุกคนรวมตัวกันเป็นชุมชนๆหนึ่งได้ และเดินหน้าต่อไปให้เรื่องที่ได้เกิดขึ้นนั้นผ่านพ้นไป พระสงฆ์ได้ให้กำลังใจทุกคนในชุมชนให้รำลึกถึงคุณงามความดีและความกรุณาปราณีที่เหยื่อผู้เคราะห์ร้ายทั้งเก้านั้นได้ทิ้งไว้ให้ปฏิบัติตามต่อไป

อาจารย์สุรญาติ ได้แสดงให้เห็นพ้องต้องกันว่า มันเป็นเรื่องยากสำหรับใครบางคนในชุมชนที่จะเดินหน้าต่อไปได้จากความเจ็บปวดที่เกิดจากโศกนาฎกรรมครั้งนี้ แต่กลุ่มผู้นำทางศาสนาก็ยังจะสั่งสอนอย่างต่อเนื่องถึงความรัก, ความกรุณาปราณีและการให้อภัยต่อกัน สิ่งเดียวที่พวกเขาสามารถทำได้ในตอนนี้ก็คือปล่อยความโกรธให้มันผ่านพ้นไปและดำเนินชีวิตของเราให้ดีต่อไป

โศกนาฎกรรมที่ได้เกิดขึ้นครั้งนี้ ถือว่าเป็นการฆ่าหมู่ที่เลวร้ายที่สุดในประวัติศาสตร์ของมลรัฐอริโซนา

การรำลึกถึงและคำสวดเจริญพระพุทธมนต์นี้ขอให้ไปถึงครอบครัวเหยื่อผู้เคราะห์ร้ายเหล่านี้ทุกครอบครัว พร้อมกับญาติมิตรที่ได้รับผลกระทบจากโศกนาฎกรรมอันไร้จิตวิญญานนี้ ขอรำลึกถึง ไพรัช ขันทอง, สุริชัย อนุตโร, บุญช่วย ชัยราช, เฉลิม จันทร์พิมพ์, เสียง กิ่งแก้ว, สมศักดิ์ โสภา, ฝอย ศรีพันธุ์ประเสริฐ, แมทธิว มิลเลอร์ และ จิรศักดิ์ จิรพงค์ จะอยู่ในความทรงจำของเราตลอดไป

9 สิงหาคม 2017

โดย ดร.คริสเตียน จิโอวานนี จิตวิทยาดุษฎีบัณฑิตปริญญาเอกทางสาขาจิตวิทยา

By: Dr. Christian Giovanni Psy.D.


โศกนาฎกรรมที่ได้เกิดขึ้นครั้งนี้ ถือว่าเป็นการฆ่าหมู่ที่เลวร้ายที่สุดในประวัติศาสตร์ของมลรัฐอริโซนา
การรำลึกถึงและคำสวดเจริญพระพุทธมนต์นี้ขอให้ไปถึงครอบครัวเหยื่อผู้เคราะห์ร้ายเหล่านี้ทุกครอบครัว พร้อมกับญาติมิตรที่ได้รับผลกระทบจากโศกนาฎกรรมอันไร้จิตวิญญานนี้ ขอรำลึกถึง พระไพรัช 1. พรหมวโร เจ้าอาวาสวัดพรหมคุณาราม, พระมหาเสียง มหาปญฺโญ , พระมหาเฉลิม กิตฺติภทฺโร , พระสุรชัย อนุตฺตโรม พระบุญช่วย ชยธมฺโมม พระสมศักดิ, แม่ชีฝอย ศรีพันธุ์ประเสริฐ และสามเณรแมทธิว มิลเลอร์ และจิรศักดิ์ จิรพงษ์จะอยู่ในความทรงจำของเราตลอดไป

9 สิงหาคม 2017
โดย ดร.คริสเตียน จิโอวานนี จิตวิทยาดุษฎีบัณฑิต – ปริญญาเอกทางสาขาจิตวิทยา
By: Dr. Christian Giovanni Psy.D.

About the author

LasVegasNews

Leave a Comment

Translate »