
แม่ภัทร แจ้งความลูกทั้ง 2 คน ย้ำให้ดำเนินคดีทุกคนที่เกี่ยวข้อง ฝั่ง เจแปน ลูกป้าแมว เปิดคลิปเสียง ยันตามเบนซ์มารับแม่กลับ แต่ถูกบ่ายเบี่ยง ลั่นปล่อยมาจะอันตราย
จากกรณีรายการโหนกระแสนำเสนอเรื่องราวของ แม่ภัทร ที่ร้องเรียนว่าถูกลูกชายยึดกิจการ แล้วส่งไปอยู่ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุแห่งหนึ่งใน อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี นานกว่า 2 ปีครึ่ง โดยมีการเผยสภาพภายในศูนย์ที่เลวร้ายมาก ซึ่งพบว่าท้ายรายการเมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2569 เบนซ์ ลูกชายของแม่ภัทร ได้ร่ำไห้เข้ามาก้มกราบขอโทษแม่ อ้างไม่เคยรู้มาก่อนว่าที่ศูนย์มีสภาพเช่นนั้น
ล่าสุดวันนี้ (8 ตุลาคม 2569) โหนกระแส รายงานว่า แม่ภัทรตัดสินใจเดินหน้าแจ้งความดำเนินคดี เอาผิดผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดโดยไม่ใจอ่อน ทั้งชาย 2 คนที่มาจับและอุ้มตัวคุณแม่ไปจากบ้านพัก, ป้าแมว เจ้าของศูนย์ดูแล, กลุ่มเจ้าหน้าที่ภายในศูนย์ที่ทำหน้าที่ลงโทษ ตี และขู่เข็ญบังคับ รวมถึงบุคคลอื่นหรือลูกชาย หากพนักงานสอบสวนขยายผลแล้วพบว่ามีส่วนเชื่อมโยงกับการกระทำความผิด โดยให้เป็นไปตามกระบวนการทางกฎหมายทั้งหมดโดยไม่มีการยกเว้น
ภาพจาก โหนกระแส
คุณแม่เผยด้วยว่า ระหว่างอยู่ในศูนย์ได้มีโอกาสพูดคุยกับลูกชายของป้าแมวขณะเดินผ่าน โดยบอกว่าตนเป็นคนปกติ ไม่มีประวัติเป็นผู้ป่วยจิตเวช และถูกอุ้มมาโดยไม่ยินยอม หลังคุยกันประมาณ 2 สัปดาห์ เจ้าหน้าที่ก็มาแจ้งว่าคุณแม่จะได้ออก จนกระทั่งลูกชายและน้องสาวของคุณแม่เดินทางมารับตัวกลับ ขณะกำลังนำสัมภาระขึ้นรถ เจ้าหน้าที่ยังพยายามอ้างว่าคุณแม่ขโมยของและจะนำกระเป๋าไปตรวจค้น แต่น้องสาวคัดค้านไม่ยอมให้นำกลับเข้าไปข้างใน
ภาพจาก โหนกระแส
ขณะที่ในรายการโหนกระแส ทางช่อง 3 วันเดียวกัน เจแปน ลูกชายของป้าแมว เจ้าของศูนย์ ได้มาร่วมพูดคุยเปิดเผยเรื่องราว โดยยืนยันว่า หลังจากตนเดินทางกลับจากประเทศนิวซีแลนด์และเข้ามาช่วยบริหารระบบภายในศูนย์ ได้ปรับนโยบายให้รับฟังผู้ป่วย จนพบว่ากรณีของแม่ภัทรไม่มีใบรับรองแพทย์ยืนยันว่าเป็นผู้ป่วยจิตเวช และจากการพูดคุยพบว่าท่านเป็นคนปกติ จึงประสานไปยังเบนซ์ให้มารับแม่กลับ โดยทางศูนย์ได้โทรศัพท์ไปติดตามและแจ้งเบนซ์ให้มารับแม่กลับถึง 2 ครั้ง ในช่วงประมาณ 2 ปีครึ่งที่ผ่านมา
ภาพจาก โหนกระแส
อย่างไรก็ตาม เบนซ์กลับบ่ายเบี่ยงไม่ยอมเดินทางมารับ โดยอ้างว่าหากปล่อยแม่ออกไปทันทีจะไม่ปลอดภัยทั้งต่อตัวเองและครอบครัว เนื่องจากแม่มีอารมณ์รุนแรง พร้อมขอเวลาไปหาสถานที่ดูแลแห่งใหม่ให้แม่ก่อน
ภาพจาก โหนกระแส
เจแปน ยังนำคลิปเสียงสนทนาระหว่างตนเองกับเบนซ์มาเปิดในรายการ ซึ่งในคลิปเบนซ์พยายามโต้เถียงและกล่าวหาว่า การปล่อยตัวแม่ทันทีถือเป็นการทำร้ายตนเองและครอบครัว บอกว่าตัวเองไม่ได้มีอำนาจเท่าแม่ แม่ทำได้ถึงขั้นทำให้คนตายแล้วไม่ติดคุก ถ้าแม่บอกว่าออกมาแล้วจะไม่ทำอะไร ขอยืนยันว่าแม่ทำแน่
แต่เจแปนย้ำว่า แม่มีสิทธิและอยู่ภายใต้กฎหมายทุกประการ ถ้าแม่ภัทรไม่ประสงค์จะอยู่ ทางศูนย์ก็ไม่ได้มีสิทธิกักขังใด ๆ และตนจำเป็นต้องเคารพสิทธิของผู้ป่วย พร้อมแนะนำให้ลูกชายพูดคุยกับแม่โดยตรง
ภาพจาก โหนกระแส
ภาพจาก โหนกระแส
เบนซ์ ยังพูดถึงแม่ว่า ตัวเองไม่กลัวเรื่องแม่ฟ้องหรอก แต่สิ่งที่น่ากลัวของแม่คือแม่ไม่ได้เป็นคนที่แคร์กฎหมายเลย พร้อมย้ำว่าถ้าแม่ออกมาตนเองจะเป็นอันตราย ซึ่งระหว่างที่ฟังคลิปเสียงลูกชาย แม่ภัทรถึงกับร้องไห้ออกมา
เจแปน เผยอีกว่า ในเวลา 2 ปีกว่า เบนซ์มาเยี่ยมแม่แค่ครั้งเดียวเท่านั้น ซึ่งก็ไม่ได้เจอ ใช้วิธีโทร. เข้าไปข้างใน เพราะเบนซ์กลัวที่จะเจอหรืออาจจะรู้สึกผิดที่เอาแม่มาไว้ อาจจะไม่กล้าสู้หน้า เท่าที่ตนทราบก็มีแค่ครั้งนั้นครั้งเดียว ส่วนญาติพี่น้องคนอื่นไม่เคยมีใครมาเยี่ยมแม่ภัทรเลย กระทั่งตนยื่นคำขาดหลังคุยกันตามคลิป ลูกจึงยอมมารับแม่กลับ
ในส่วนของการพาแม่ไปแจ้งความนั้น นายเอกภพ สายไหมต้องรอด ยืนยันว่า เป็นการแจ้งความทั้งลูกชายและลูกสาวด้วย เพราะตอนที่แม่ให้รายละเอียด แม่ระบุชัดเจนว่าหลังจากสอบสวนแล้วพบว่าใครที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำผิดครั้งนี้ให้ดำเนินคดีทั้งหมด
โดยเป็นที่น่าสงสัยว่า ณ วันนั้นลูกสาวอยู่ในเหตุการณ์ด้วยแต่ทำไมไม่ช่วย ก็ต้องมีการสอบสวนทั้งหมด
ภาพจาก โหนกระแส
นอกจากนี้ เจแปนยังยืนยันว่า ลูกกรงและลวดหนามอยู่ในบริเวณ 1,600 ตารางเมตร ที่ขออนุญาตจาก ศบส.5 ส่วนเรื่องเตียงปลาปิ้ง เคยแย้งแม่ของตนแล้ว แต่แม่ระบุว่า ศบส.5 เข้ามาตรวจแล้วบอกว่าผ่าน
เจแปน ยอมรับว่า มีเจ้าหน้าที่เข้ามาติดต่อแม่ของตนจริง เพื่อขอความร่วมมือให้พูดไปในทิศทางเดียวกัน พร้อมบอกว่าเดี๋ยวค่อยกลับมาเปิดให้บริการใหม่อีกครั้ง แต่เจแปนไม่เห็นด้วย เพราะมองว่าศูนย์กำลังถูกตัดหางปล่อยวัด ทั้งที่การดำเนินงานที่ผ่านมาเกิดขึ้นตามคำแนะนำของหน่วยงานกำกับดูแล จึงไม่เชื่อคำสัญญาเรื่องการกลับมาเปิดใหม่ และไม่อยากทำต่อในรูปแบบเดิมอีกแล้ว
