In Thailand

ทนายพัฒน์ วิเคราะห์เคสเมียหลวงโพสต์คลิปผัวกับชู้ ผิด PDPA ไหม

ทนายพัฒน์ วิเคราะห์เคสเมียหลวงโพสต์คลิปผัวกับชู้ ผิด PDPA ไหม
Written by Thailand News


          ทนายพัฒน์ ทนายเมียหลวง ชี้เมียหลวงโพสต์คลิปผัวนอนกับชู้ เข้าข่ายความผิดอะไรบ้าง ผิด PDPA ไหม ? ฝั่งผัวอาจโดนเรื่องอะไร คดีนี้เมียหลวงฟ้องอะไรได้ ? 



ทนายพัฒน์ วิเคราะห์เคสเมียหลวง
ภาพจาก เฟซบุ๊ก ทนายพัฒน์ เมียหลวง2026

          จากไวรัลสะเทือนโซเชียล ที่เมียหลวงโพสต์คลิปจับชู้ผัว ขณะนอนกกอยู่กับหญิงอีกคน ในสภาพเปลือยล่อนจ้อน แต่ชาวเน็ตหลุดโฟกัสทั้งสภาพที่นอน หมอนโดราเอมอน กระทั่งฝ่ายเมียหลวงมาออกโหนกระแส แต่ฝ่ายชายอ้างว่าเลิกกับเมียหลวงแล้วแค่ยังไม่ได้หย่า แถมอีกฝ่ายก็โพสต์ว่าโสดมาโดยตลอดนั้น

          ล่าสุด (8 กรกฎาคม 2569) ทนายพัฒน์ หรือที่รู้จักกันในชื่อ ทนายเมียหลวง โพสต์วิเคราะห์เกี่ยวกับกรณีที่ภรรยาหลวงโพสต์คลิป ในขณะที่สามีของตนเองกำลังมีเพศสัมพันธ์กับหญิงอื่น โดยแจกแจงความผิดที่เข้าข่ายของฝั่งสามีและภรรยา พร้อมเผยว่าในกรณีนี้ ภรรยาสามารถฟ้องอะไรได้บ้าง

          ในส่วนของภรรยาหลวงที่อาจจะเข้าข่ายกระทำความผิด มีดังนี้

          1. อาจเป็นความผิดฐานนำเข้าสู่ข้อความคอมพิวเตอร์ที่มีลักษณะลามกและข้อมูลคอมพิวเตอร์นั้นประชานอาจจะเข้าถึงได้ 

          เพราะการโพสต์คลิปย่อมทำให้ประชาชนทั่วไปเห็นและเข้าไปดูได้โดยสภาพ อันเป็นความตาม มาตรา 14 (4) แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 (แก้ไขเพิ่มเติม ฉบับที่ 2 พ.ศ.2560) มีระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 1 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

          2. อาจเป็นความผิดฐานหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา 

          โดยการที่ภรรยากล่าวในทำนองว่า หญิงคนดังกล่าวเป็นชู้หรือมีอะไรกันกับสามีของตนเอง ซึ่งในขณะนั้นเป็นช่วงของการพูดสนทนาโต้ตอบ ย่อมทำให้ประชาชนทั่วไปที่เห็นคลิปวิดีโอและได้ยินเสียง เข้าใจไปได้ว่าหญิงคนดังกล่าวนั้นมีชู้หรือเป็นชู้กับสามีของผู้อื่น การกล่าวด้วยคำพูดอย่างนั้นย่อมเข้าลักษณะของการหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา ตาม มาตรา 328 แห่งประมวลกฎหมายอาญา ระวางโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี และปรับไม่เกิน 2 แสนบาท

          3. การลงคลิปในขณะที่หญิงกำลังกำลังโป๊เปลือยกับสามีของตนเองนั้น อาจจะทำให้หญิงคนดังกล่าวได้รับความอับอายได้ หรือได้รับความเดือดร้อนรำคาญได้ 

          การกระทำของภรรยา อาจเข้าข่ายเป็นความผิด ตามมาตรา 347 (ทำให้อับอายและเดือดร้อนรำคาญ) แห่งประมวลกฎหมายอาญา ระวางโทษปรับไม่เกิน 1 หมื่นบาท (ลหุโทษ)

          4. การลงคลิปหญิงในขณะโป๊เปลือยกับสามีนั้น อาจจะทำให้หญิงคนดังกล่าวถูกดูถูกดูแคลน ถูกเหยียดหยาม ถูกดูหมิ่นได้ ย่อมเข้าข่ายเป็นความผิดฐานดูหมิ่นด้วยการโฆษณา ระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 เดือน หรือปรับไม่เกิน 1 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

          โดยย้ำว่าเรื่องนี้ไม่เข้ากฎหมาย PDPA 

ทนายพัฒน์ วิเคราะห์เคสเมียหลวง

ภาพจาก โหนกระแส

          อย่างไรก็ตาม “ข้อต่อสู้ของภรรยา” ก็มีเช่นกัน เพราะการกระทำนั้น ในฐานะของภรรยาที่ชอบด้วยกฎหมาย ย่อมมีสิทธิหวงแหนสามีของตนเองได้ เมื่อพบกับเหตุการณ์เฉพาะหน้าไม่ทันได้คิดตระเตรียมการมาก่อนว่าจะต้องมาเจอกับเหตุการณ์ที่สามีของตนเองกำลังมีเพศสัมพันธ์กับหญิงอื่น 

          การที่ภรรยาลงคลิปทันที จึงเป็นการกระทำไปด้วยความหึงหวง หวงแหน ความโกรธ ซึ่งนับว่าเป็นความรู้สึกที่อาจจะเกิดขึ้นได้กับภรรยาทุกคนที่ได้เห็นเหตุการณ์ดังกล่าว การลงคลิปจึงอาจจะเป็นการกระทำที่ไม่ทันได้คิดให้รอบคอบ เพียงแต่ต้องการ “เก็บภาพต่าง ๆ ไว้เป็นพยานหลักฐาน” และอาจจะไม่ทันได้คิดถึงวิธีการอื่น จึงใช้วิธีไลฟ์ทาง facebook ซึ่งเป็นวิธีการที่ง่ายและสะดวกที่สุดและสามารถบันทึกไว้เป็นพยานหลักฐานได้ทันที

          การกระทำของภรรยานั้น เข้าลักษณะที่อาจจะได้ประโยชน์จากกฎหมาย คือเข้าข่ายเป็นการกระทำ “บันดาลโทสะ” เพราะเป็นตนเองเป็นภริยา เห็นสามีของตนเองกำลับมีเพศสัมพันธ์กับหญิงอื่น และสถานที่เกิดเหตุก็เป็นห้องของสามีของตนเอง ย่อมเกิดความรู้สึกว่าตนเองถูกข่มเหงอย่างร้ายแรงด้วยเหตุอันไม่เป็นธรรม จึงทำการไลฟ์เพื่อเก็บไว้เป็นพยานหลักฐานและเพื่อให้หยุดการกระทำ 

          ซึ่งถ้าศาลเห็นว่าการกระทำของภริยาเป็นการกระทำไปเพราะบันดาลโทสะ ศาลจะลงโทษน้อยกว่าที่กฎหมายกำหนดไว้เพียงใดก็ได้ ตามมาตรา 72 แห่ง ประมวลกฎหมายอาญา

ทนายพัฒน์ วิเคราะห์เคสเมียหลวง

ภาพจาก โหนกระแส

          สำหรับ “ผู้ชาย” นั้น 

          ถือว่าผู้ชายรู้อยู่แล้วว่าตนเองมีภรรยาที่ชอบด้วยกฎหมายอยู่ การไปมีเพศสัมพันธ์กับหญิงอื่น ย่อมทำให้ภรรยาของชายฟ้องหย่าและเรียกค่าทดแทนจากชายซึ่งเป็นสามีได้ เพราะเข้าลักษณะเหตุฟ้องหย่า และเข้าลักษณะการเรียกค่าทดแทนในคดีฟ้องหย่า  

          และนอกจากนี้ เมื่อสามีถูกฟ้องหย่าและเรียกค่าทดแทนแล้ว ก็ยังอาจจะถูกภรรยาฟ้องเรียก “ค่าอุปการะเลี้ยงดูภรรยา หรือค่าเลี้ยงชีพภรรยา” ได้เช่นกัน

  

          ทั้งนี้ สรุปได้ว่าฝ่ายภรรยาฟ้องได้ในทางแพ่ง คือ 

          1. ฟ้องหย่าสามีและฟ้องหญิงอื่นเพื่อเรียกค่าทดแทนได้

          2. ฟ้องแบ่งสินสมรสได้

          3. ฟ้องเรื่องอำนาจปกครองบุตรได้

          4. ฟ้องค่าเลี้ยงดูบุตรได้

          5. ฟ้องค่าเลี้ยงชีพได้ 

          ทั้งนี้ การวินิจฉัยที่ถูกต้องจะต้องรับฟังพยานหลักฐานที่ครบถ้วนตลอดทั้งข้อเท็จจริงที่ครบถ้วนเช่นกัน และคำพิพากษาของศาลอันถึงที่สุดเท่านั้นที่จะมีวินิจฉัยว่าฝ่ายใดเป็นฝ่ายที่ผิดหรือถูกครับ 





Source link

About the author

Thailand News

Leave a Comment

Translate »