ซัมซุง บรรลุข้อตกลงกับสหภาพแรงงาน จ่ายโบนัสพนักงานฝ่ายชิป เฉลี่ย 11 ล้านบาทต่อคน เลี่ยงวิกฤตนัดหยุดงานครั้งใหญ่ ท่ามกลางสมรภูมิ AI โลก
ภาพจาก Ki young / Shutterstock.com
Electronics) บริษัทยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยี
รอดพ้นจากการประท้วงหยุดงานครั้งใหญ่ของกลุ่มพนักงาน
หลังสามารถบรรลุข้อตกลงเบื้องต้นกับสหภาพแรงงานได้สำเร็จ
โดยเฉพาะการจัดสรรโบนัสให้แก่พนักงานฝ่ายเซมิคอนดักเตอร์ในระดับสูงเฉลี่ยถึง
509 วอนต่อคน (ราว 11 ล้านบาท)
ก่อนหน้านี้ บลูมเบิร์ก รายงานว่า
ซัมซุง เตรียมจัดสรรโบนัสรวมประมาณ 40 ล้านล้านวอน (ราว 880,000 ล้านบาท)
ให้แก่พนักงานฝ่ายเซมิคอนดักเตอร์
หลังสามารถบรรลุข้อตกลงกับสหภาพแรงงานได้ทันเวลาขณะที่ข้อมูลจากเอกสารบริษัทระบุว่า
รายได้เฉลี่ยของพนักงาน Samsung ในปี 2026 อยู่ที่ประมาณ 158 ล้านวอน
(ประมาณเดือนละ 290,000 บาท)
ภายใต้ข้อตกลงดังกล่าวซัมซุง
จะจัดสรรกำไร 10.5% เป็นโบนัสในรูปแบบหุ้น พร้อมเพิ่มอีก 1.5% เป็นเงินสด
และโครงการนี้จะดำเนินต่อเนื่องเป็นเวลา 10 ปี
หากบรรลุเป้าหมายกำไรที่กำหนดไว้
ล่าสุด สมาชิกสหภาพแรงงานซัมซุง
เตรียมลงคะแนนเสียงต่อข้อตกลงค่าจ้างเบื้องต้น
หลังการเจรจาระหว่างบริษัทและฝ่ายแรงงาน ซึ่งมีรัฐบาลเข้ามาเป็นตัวกลาง
สามารถยุติความเสี่ยงการนัดหยุดงานเป็นเวลา 18 วัน
ที่เดิมมีกำหนดเริ่มต้นในช่วงสัปดาห์นี้ โดยคาดว่าจะมีสมาชิกสหภาพประมาณ
70,000 คนเข้าร่วมลงคะแนน ซึ่งข้อตกลงจะได้รับการรับรอง
หากมีผู้ใช้สิทธิเกินกึ่งหนึ่งและเสียงส่วนใหญ่เห็นชอบ
สาระสำคัญของข้อตกลงดังกล่าว
คือ การจัดตั้งกองทุนโบนัสใหม่สำหรับพนักงานฝ่ายเซมิคอนดักเตอร์ คิดเป็น
10.5% ของกำไรจากการดำเนินงาน และจ่ายในรูปแบบหุ้น
ขณะที่เจ้าหน้าที่บริษัทเปิดเผยว่า
พนักงานฝ่ายชิปอาจได้รับโบนัสเฉลี่ยประมาณ 509 ล้านวอนต่อคน (ประมาณ 11
ล้านบาท) จากการคำนวณโดยอ้างอิงประมาณการกำไรและจำนวนพนักงาน
ก่อนหน้านี้
สหภาพแรงงานเคยแสดงความไม่พอใจต่อระดับผลตอบแทนของ ซัมซุง
ซึ่งถูกมองว่าตามหลังคู่แข่งอย่าง เอสเค ไฮนิกซ์ (SK Hynix)
อีกทั้งยังมีข้อวิจารณ์เกี่ยวกับความโปร่งใสของระบบโบนัส
จนกลายเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ทำให้เกิดการย้ายงานไปยังบริษัทคู่แข่ง
นักวิเคราะห์บางส่วนมองว่า
การตกลงจ่ายโบนัสระดับสูงอาจช่วยรักษาบุคลากรในอุตสาหกรรมชิปของเกาหลีใต้ไว้ได้
แต่ก็อาจส่งผลต่อการลงทุนด้านวิจัย พัฒนา หรือผลตอบแทนผู้ถือหุ้นในระยะยาว
ขณะที่แนวโน้มเรียกร้องการแบ่งกำไรในสัดส่วนที่สูงขึ้นเริ่มขยายไปยังอุตสาหกรรมอื่นของประเทศเช่นกัน
รวมทั้งยังสะท้อนความสำคัญของแรงงานในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ซึ่งกลายเป็นหนึ่งในกลไกหลักของเศรษฐกิจ
AI โลก ซึ่งมีผู้ผลิตรายสำคัญอย่าง ซัมซุง, เอสเค ไฮนิกซ์ และ ทีเอชเอ็มซี
(TSMC) เป็นต้น
นอกจากนี้ นักเศรษฐศาสตร์จาก Barclays ยังมองว่า
การแข่งขันดึงดูดบุคลากรระดับโลกทำให้ค่าตอบแทนที่สูงขึ้นเป็นเรื่องเหมาะสม
แต่ก็เตือนว่าระบบดังกล่าวอาจเพิ่มภาระระยะยาว
เนื่องจากแรงงานได้รับประโยชน์ทั้งในช่วงเศรษฐกิจเติบโตและช่วงชะลอตัว
