In Thailand

มิน อ่อง หล่าย ผู้นำรัฐประหาร ขึ้นเป็นประธานาธิบดีเมียนมาคนใหม่ คะแนนเสียงท่วมท้น

มิน อ่อง หล่าย ผู้นำรัฐประหาร ขึ้นเป็นประธานาธิบดีเมียนมาคนใหม่ คะแนนเสียงท่วมท้น
Written by Thailand News


 
          มิน อ่อง หล่าย ผู้นำรัฐประหาร ได้รับเลือกจากรัฐสภา ขึ้นดำรงตำแหน่งเป็นประธานาธิบดีเมียนมาคนใหม่ ชนะคะแนนเสียงท่วมท้น      



ผู้นำรัฐประหาร ก้าวสู่ประธานาธิบดี
ภาพจาก ANTHONY WALLACE / AFP

            วันที่ 4 เมษายน 2569 สำนักข่าวอัลจาซีรา รายงานว่า นายพลมิน อ่อง หล่าย
วัย 69 ปี อดีตผู้บัญชาการทหารสูงสุด และผู้นำรัฐประหารเมียนมา
ชนะการลงคะแนนเสียงในรัฐสภา
ขึ้นดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีของเมียนมาอย่างเป็นทางการ
กุมอำนาจเบ็ดเสร็จทั้งฝ่ายทหารและการบริหารประเทศ
หลังจากที่เขาโค่นล้มรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งของออง ซาน ซู จี เมื่อ 5
ปีก่อน ด้วยการรัฐประหาร

            โดยในวันที่ 3 เมษายน
สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคพรรคสหสามัคคีและการพัฒนา (USDP)
ที่ได้รับการแต่งตั้งจากกองทัพ ได้รวมตัวกันสนับสนุนนายพลมิน อ่อง หล่าย
ทำให้ได้รับชัยชนะในการเลือกตั้งไปอย่างท่วมท้น ด้วยคะแนนเสียง 429
จากทั้งหมด 584 เสียง 

            ก่อนหน้านี้ นายพลมิน อ่อง หล่าย
จำเป็นต้องลงจากตำแหน่งผู้บัญชาการทหารสูงสุด
เพื่อก้าวสู่เส้นทางการเป็นประธานาธิบดี ตามที่รัฐธรรมนูญกำหนดไว้
โดยได้มีการจัดการเลือกตั้งในเดือนธันวาคมและมกราคม ที่ผ่านมา
ซึ่งพรรคที่ได้รับการสนับสนุนจากกองทัพได้รับชัยชนะอย่างถล่มทลาย
โดยทางนักวิจารณ์และรัฐบาลตะวันตกวิจารณ์ว่า
“เป็นเพียงการหลอกลวงเพื่อยืดเยื้อการปกครองของกองทัพภายใต้หน้ากากของประชาธิปไตย”  

            เมียนมาเผชิญวิกฤตการเมืองและการสู้รบภายในประเทศอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่การรัฐประหารในปี
2564 โดยนายพลมิน อ่อง หล่าย
ได้ให้คำมั่นสัญญาว่าจะจัดการเลือกตั้งและคืนอำนาจการปกครองสู่พลเรือนภายใน
1 ปี แต่กลับใช้เวลาถึง 5 ปี กว่าที่จะมีการจัดการเลือกตั้ง
และสุดท้ายเขาก็คือผู้ที่มาดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี
ซึ่งนักวิเคราะห์กล่าวว่าเป็นตำแหน่งที่เขาใฝ่หามานาน 

            นักวิจารณ์และนักวิเคราะห์ชี้ว่า
การส่งมอบอำนาจจากกองทัพขึ้นดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีของนายพลมิน อ่อง
หล่าย
เป็นจุดเปลี่ยนเชิงกลยุทธ์เพื่อเสริมสร้างอำนาจของเขาในฐานะหัวหน้าของรัฐบาลพลเรือน
และสร้างความชอบธรรมในระดับนานาชาติ
ในขณะเดียวกันก็ปกป้องผลประโยชน์ของกองทัพที่เข้ามาบริหารประเทศโดยตรง 





Source link

About the author

Thailand News

Leave a Comment

Translate »