เลขาฯ กฤษฎีกา มองอำนาจรักษาการนายกฯ ยุบสภาไม่ได้ – พรรคประชาชน โต้ปมดีลภูมิใจไทย ขอรัฐมนตรี 8 เก้าอี้ ย้ำจุดยืนทำหน้าที่ในฐานะฝ่ายค้าน
ภาพจาก ช่อง 3
เป็นที่จับตาสำหรับสถานการณ์การเมืองไทย หลังศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัย
ความเป็นนายกรัฐมนตรีของ นางสาวแพทองธาร ชินวัตร สิ้นสุดลง
และคณะรัฐมนตรีพ้นทั้งคณะ ซึ่งต้องลุ้นกันต่อว่า 5 แคนดิเดตต่อไปนี้
ใครจะได้เป็นนายกรัฐมนตรีคนต่อไป
รวมถึงมีการตั้งคำถามเกี่ยวกับการยุบสภาด้วย
ว่านายกรัฐมนตรีรักษาการสามารถทำได้หรือไม่
อ่านข่าว : เปิด 5 แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีคนต่อไป หลังแพทองธาร ไม่ได้ไปต่อ มีใครบ้าง
ล่าสุด
(30 สิงหาคม 2568) ข่าวช่อง 3 รายงานว่า นายปกรณ์ นิลประพันธ์
เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา ได้แสดงความเห็นถึงกรณีนายกรัฐมนตรีรักษาการ
ว่ามีอำนาจยุบสภาได้หรือไม่ โดยชี้ว่าอย่างที่ตนเคยเผยแพร่ไปว่า
เป็นอำนาจเฉพาะตัวตามหลักความไว้วางใจของนายกรัฐมนตรี ในระบบรัฐสภา
โดยความเห็นส่วนตัว ตนก็เห็นว่าทำไม่ได้
ส่วนหากรัฐบาลประกาศยุบสภาจะมีปัญหาอะไรหรือไม่นั้น
ก็ต้องพิจารณาให้รอบคอบ เป็นความรับผิดชอบดุลยพินิจของรัฐบาลที่จะพิจารณา
แต่ก็ต้องพิจารณาให้รอบคอบ ว่ามีสิ่งใดทำได้หรือไม่
อันไหนควรทำหรือไม่ควรทำ พิจารณาอย่าให้ไปกระทบกระเทือนเบื้องพระยุคลบาท
เพราะพระองค์ท่านไม่เกี่ยวกับการเมือง
และคนที่เสนอขึ้นไปจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบทั้งหมด
ในเรื่องของอำนาจคณะรัฐมนตรีรักษาการ
เนื่องจากความเป็นนายกรัฐมนตรีสิ้นสุด เป็นการเฉพาะตัว
ครม.จึงต้องพ้นจากตำแหน่งทางคณะ เพราะรัฐธรรมนูญบัญญัติว่าให้ ครม.
อยู่ปฏิบัติหน้าที่ต่อจนกว่าจะมีคณะรัฐมนตรีใหม่
ซึ่งกรณีนี้ต่างจากกรณีการยุบสภา หรือสภาสิ้นอายุลง โดย ครม.ชุดปัจจุบัน
อำนาจยังเต็มเหมือนปกติ ตนจึงขอให้เข้าใจตรงกัน
ไม่อยากให้พูดกันไปคนละทางสองทาง เพราะฉะนั้นประชาชนจะสับสน
ภาพจาก เรื่องเล่าเสาร์-อาทิตย์
ขณะที่ทางพรรคประชาชน
โพสต์เฟซบุ๊ก ปฏิเสธกระแสข่าวเรื่อง ดีลสำคัญกับพรรคภูมิใจไทย
เกี่ยวกับโควตารัฐมนตรี 8 ตำแหน่ง ที่อาจใช้นอมินีเข้ามานั่งแทน
โดยพรรคประชาชนยืนยันชัดเจนตามแถลงการณ์ ว่าพรรคประชาชน
พร้อมผ่าทางตันทางการเมืองผ่านกระบวนการรัฐสภา
เพื่อให้มีการเลือกตั้งใหม่โดยเร็ว
โดยจะพิจารณาเลือกบุคคลไปดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนใหม่ ภายใต้เงื่อนไข
ดังต่อไปนี้เท่านั้น เป็นอย่างต่ำ คือ
1. นายกรัฐมนตรีคนใหม่ ต้องยุบสภาผู้แทนราษฎรภายใน 4 เดือน นับตั้งแต่วันที่ได้แถลงนโยบายต่อรัฐสภา เพื่อจัดให้มีการเลือกตั้ง สส.
2.
ครม.ชุดใหม่
ต้องจัดให้มีการออกเสียงประชามติในประเด็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย
พุทธศักราช 2560 เพื่อนำไปสู่การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่
โดยสภาร่างรัฐธรรมนูญที่มาจากการเลือกตั้ง โดยเร็ว
และไม่เกินการจัดพร้อมกับวันเลือกตั้ง สส.
3. พรรคประชาชน
ยืนยันทำหน้าที่ฝ่ายค้านต่อไป
โดยจะทำหน้าที่ตรวจสอบรัฐบาลชุดใหม่อย่างเต็มที่
และจะไม่มีบุคคลใดจากพรรคประชาชน ไปเป็นรัฐมนตรีในคณะรัฐมนตรี
ซึ่งตามเงื่อนไขข้อ
3 ได้ระบุไว้ชัดจนว่าพรรคประชาชน
จะไม่มีส่วนในการส่งบุคคลใดก็ตามเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของรัฐบาล
ไม่ว่าจะเป็นสมาชิกพรรหรือตัวแทน ดังนั้นกระแสข่าวเรื่องดีล 8
เก้าอี้รัฐมนตรี จึงไม่เป็นความจริง
ขอบคุณข้อมูลจาก ช่อง 3, พรรคประชาชน – People’s Party
