ดร.ตฤณห์ – เจ อ้าปากค้าง – อ.ดนัย โพสต์ถึงใคร หากินกับความศรัทธา สร้างตัวตนด้วยประวัติปลอม โกงเงิน ฉุบเงินศรัทธา ความชั่วเปิดโปง ชาวเน็ตจับตา ถ้าใช่คนที่่คิดมีช็อก !
ภาพจาก เฟซบุ๊ก อรรถรส
มีเรื่องราวมาให้ชาวเน็ตได้จับตากันอีกแล้ว เมื่อล่าสุด (4 สิงหาคม 2568) เพจดัง อรรถรส ได้ออกมาโพสต์เรื่องราวชวนจับตา “เกิดอะไรขึ้นในวงการสายความเชื่อ !? เมื่อคนดัง 3 ท่าน ออกมาโพสต์เดือด สะเทือนวงการคนมีญาณ !”
ดร.ตฤณห์ โพธิ์รักษา นักอาชญาวิทยา-จิตวิทยา เจ้าของเพจวิเคราะห์พฤติกรรมมนุษย์แบบตรงไปตรงมา โพสต์ว่า :
– หากินกับความศรัทธา ตอนนี้กรรมกำลังเช็คบิล นรก is waiting
– สร้างตัวตนด้วยประวัติปลอม ตอนพูดไม่เขินหรอ ผมเห็นละอายแทน
– เมื่อมีวิชา จงให้ปัญญา ไม่ใช่โกหกหลอกลวง
– หากบริสุทธิ์ ต้องพร้อมชี้แจงถูกไหมครับ อย่าหลบ อย่าหนีนะครับ อย่าหงายการ์ดเข้าใจผิดด้วยครับ รอดูนะครับ
ภาพจาก เฟซบุ๊ก อรรถรส
เจ อ้าปากค้าง ยูทูบเบอร์สายลี้ลับ เจ้าของรายการ The Sixth
Sense คนเห็นผี มีการแชร์โพสต์ของ ดร.ตฤณห์ และมีการโพสต์ข้อความว่า :
– ..กรรมเริ่มทำงาน.. โกงเงิน ฮุบเงินศรัทธา ป่วย โรคภัย ความชั่วเปิดโปง #เรื่องจริงนรก
– มีโลก 4 ใบ ใบ 1,2 น้ำตาตกใน ต้องทนฝืนช้ำใจยิ้มทั้งน้ำตา #เรื่องจริงนรก
– ฟังแล้วจะตกใจ !!! โลก 1 กับ โลก 3 อยู่บ้านเดียวกัน !!! #เรื่องจริงนรก
รศ.ดนัย ปรีชาเพิ่มประสิทธิ์ หรือ อาจารย์ดนัย นักวิชาการสายธรรมะ :
– แชร์โพสต์ของ เจ อ้าปากค้าง พร้อมข้อความว่า “มีคนเปิดแล้ว
แต่ไม่รู้ว่าใครนะครับ จะใช่คนเดียวกับที่ผมรู้เมื่อนานมาแล้วหรือเปล่า” และยังได้แชร์โพสต์ของ อ.ตฤณห์ ลงในคอมเมนต์ พร้อมข้อความว่า “อ.
พูดถึงใครนะ”
ต่อมาทาง อ.ดนัย
ก็ได้โพสต์บทความสืบเนื่องจากโพสต์ก่อน
ที่แชร์โพสต์ที่มีคนวิจารณ์บุคคลหนึ่งเกี่ยวกับพฤติกรรมไม่ดี
มองว่าโพสต์ดังกล่าวมีความน่าสนใจที่ควรนำมาเรียนรู้ ดังนี้
“สืบเนื่องจาก post ก่อน
ที่ผมได้แชร์โพสที่มีคนวิจารณ์ใครคนหนึ่งเกี่ยวกับพฤติกรรมไม่ดี
ผมเห็นว่าโพสดังกล่าวมีความน่าสนใจที่ควรนำมาเรียนรู้ดังต่อไปนี้นะครับ
ภาพจาก เฟซบุ๊ก อรรถรส
1. หลายคนจิตตกเพราะคิดว่าน่าจะเป็นคนที่ตัวเองศรัทธา
สิ่งที่ควรเรียนรู้จากเรื่องนี้ก็คือ
เราเป็นคนยึดติดบุคคลมากกว่าหลักการใช่หรือไม่
ถ้าใช่ก็ควรที่จะศรัทธาในหลักการมากกว่าบุคคล
เพราะตราบใดที่ยังไม่ใช่พระอริยบุคคล
ทุกคนรวมถึงผมและคุณมีโอกาสเสื่อมจากคุณธรรมได้ทุกคนครับ
2. เค้าดูเป็นคนดี ไม่น่าจะทำความไม่ดีแบบนั้นได้ สิ่งที่ควรรู้คือ
เราจะสามารถรับรองความบริสุทธิ์ของคนอื่น ๆ ได้อย่างไร
แม้แต่ตัวเราเองบางครั้งเรายังไม่สามารถรับประกันความดีตัวเองได้เลย
ไม่ต้องไปพูดถึงว่าเราไปคิดเอาเองว่าเค้ามีฌาน บ้างล่ะ เป็นอริยบุคคล
บ้างละ
เราจะรู้ได้ว่าใครมีคุณธรรมอะไรก็ต่อเมื่อเราต้องมีคุณธรรมเสมอหรือสูงกว่าเค้าครับ
ไม่งั้นก็เป็นการปรุงแต่งของเราเอง หรือจริง ๆ แล้ว
ที่รับไม่ได้เพราะเรากำลังปกป้องความเชื่อของตัวเองอยู่หรือไม่
3. ถ้าเค้าไม่ดี ครูบาอาจารย์ไม่รับรอง ไม่เมตตาหรอก ฯลฯ
สิ่งที่ควรรู้คือ ครูบาอาจารย์ที่รับรองเป็นคนดีไหม
ถ้าเป็นคนดีท่านก็ต้องมีเมตตากับสรรพสัตว์อยู่แล้วครับ
ไม่มีครูบาอาจารย์ท่านใดที่จะมีจิตประทุษร้ายกับคนดีหรอกครับ
หรือหากท่านรู้ว่าคนนั้นไม่ดีท่านอาจวางเฉยรอกฎแห่งกรรมทำงานก็เป็นได้
หรือหากอาจารย์ท่านนั้นเป็นคนไม่ดีท่านก็เป็นผู้สมรู้ร่วมคิด
เป็นกระบวนการหลอกลวงด้วยกันก็เท่านั้น
ซึ่งเราก็เห็นแล้วว่าช่วงที่ผ่านมามีพระผู้ใหญ่มากมายที่เป็นดังที่ผมกล่าว
4. การแอบอ้าง การจัดฉาก การฉ้อโกง ฯลฯ มีหลักฐานหรือไม่
ถ้าเราจะตั้งคำถามแบบนี้ ก็ต้องตั้งคำถามกลับไปบ้างว่า
คุณธรรมที่เค้าแอบบอ้างมีหลักฐานจริงหรือไม่ หรือฟังตาม ๆ กันมา
โดยไม่ได้ใช้หลักกาลามสูตรเลย สำหรับบางเคสที่ผมรู้
ผู้เกี่ยวข้องมีหลักฐานหมดแล้ว แต่ตอนนี้คดีพระยังไม่จบ
ยังมีพระผู้ใหญ่ที่กำลังรอคิวอีก และตอนนี้มีภาวะสงครามด้วย
การดำเนินคดีก็ยังต้องชะลอไปก่อน ของแบบนี้ wait and see
5. ผมเห็นว่าเรื่องที่ผมแชร์นั้นไม่ว่าจะจริงหรือไม่ และจะหมายถึงใครก็ตาม
หากจะเป็นประโยชน์กับคนที่ศรัทธาแบบขาดปัญญาเผื่อที่จะตื่นรู้ขึ้นมาได้บ้าง
ผมก็คิดว่าเรื่องนี้เป็นประโยชน์แน่นอน
ผมไม่จำเป็นต้องประจานใครให้ตัวเองเด่นดังขึ้นมาเพราะมันไร้สาระมากสำหรับผม
และไม่ต้องมายึดติดผมหรือคิดว่าผมดีเพราะผมก็เป็นแค่เด็กจัณฑาล
(คนแสดงธรรม) ที่อ่านพระราชสาส์น (พระธรรม) ของพระราชา (พระพุทธเจ้า)
เช่นกัน ขอให้ไปโฟกัสที่พระธรรมของพระพุทธเจ้านะครับ
ส่วนคนที่เป็นห่วงว่าผมจะเสียก็ไม่ต้องกังวลครับ ผมไตร่ตรองดีแล้วจึงโพสต์
มีสติทุกคำที่พิมพ์แม้ว่าอาจจะมีผิดบ้างเพราะสายตายาวและแป้นพิมพ์มันเล็ก
6. สุดท้าย อยากเน้นย้ำกับคนที่สมาทานว่าเป็นชาวพุทธ
พระพุทธะสอนก่อนปรินิพพานว่า “ดูกรอานนท์
บางทีพวกเธอจะพึงมีความคิดอย่างนี้ว่า ปาพจน์มีพระศาสดาล่วงแล้ว
พระศาสดาของพวกเราไม่มี ก็ข้อนี้ พวกเธอไม่พึงเห็นอย่างนั้น ธรรมและวินัย
อันใด เราแสดงแล้ว บัญญัติแล้วแก่พวกเธอ ธรรมและวินัยอันนั้น
จักเป็นศาสดาของพวกเธอ โดยกาลล่วงไปแห่งเรา”
ถ้าใช้หลักนี้ไม่ว่าจะมีพระหรือฆราวาสคนใดที่จะประพฤติทุจริตอีก
จิตของเราก็จะไม่แปรปรวนอะไรอีกเพราะมีพระธรรมวินัยนั่นแหละเป็นที่พึ่งครับ
7. ขออนุโมทนากับคนที่ตื่นรู้และขอให้กำลังใจกับคนที่อกหัก
แต่ถ้าไม่ถือหลักการเป็นใหญ่กว่าหลักกูก็จะมีคนให้อกหักต่อไปอีกเรื่อย ๆ
ไม่จบไม่สิ้นครับ เลิกแหงนหน้าหาคนดีผู้วิเศษมาเป็นสรณะ
แต่ทำตัวเองนั่นแหละให้เป็นคนดีคนวิเศษเพื่อเป็นสรณะให้แก่ตนเองให้ได้สมกับที่พระพุทธะตรัสว่า
“ดูกรภิกษุทั้งหลาย เธอทั้งหลายจงมีตนเป็นเกาะ มีตนเป็นที่พึ่ง
อย่ามีสิ่งอื่นเป็นที่พึ่ง จงมีธรรมเป็นเกาะ มีธรรมเป็นที่พึ่ง
อย่ามีสิ่งอื่นเป็นที่พึ่งอยู่ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็ภิกษุผู้มีตนเป็นเกาะ
มีตนเป็นที่พึ่ง ไม่มีสิ่งอื่นเป็นที่พึ่ง มีธรรมเป็นเกาะ
มีธรรมเป็นที่พึ่ง ไม่มีสิ่งอื่นเป็นที่พึ่งอยู่ อย่างไรเล่า ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุในพระธรรมวินัยนี้
พิจารณาเห็นกายในกายอยู่มีความเพียร มีสัมปชัญญะ มีสติ
กำจัดอภิชฌาและโทมนัสในโลกเสียได้ ฯ … พิจารณาเห็นเวทนาในเวทนา …
พิจารณาเห็นจิตในจิตอยู่ … พิจารณาเห็นธรรมในธรรม ดูกรภิกษุทั้งหลาย
ภิกษุมีตนเป็นเกาะ มีตนเป็นที่พึ่ง ไม่มีสิ่งอื่นเป็นที่พึ่ง
มีธรรมเป็นเกาะ มีธรรมเป็นที่พึ่ง ไม่มีสิ่งอื่นเป็นที่พึ่งอยู่อย่างนี้แล”
อนุโมทนากับทุกท่านที่ตื่นรู้อีกครั้งครับ”
ทั้งนี้ได้มีหลายคนจับตาเกี่ยวกับโพสต์ดังกล่าวของทั้ง 3 ท่าน
พร้อมคาดเดากันไปต่าง ๆ นานา ว่าโพสต์เหล่านั้นหมายถึงใคร
หมายถึงคนในวงการมี “ญาณ” ท่านไหนที่หลายคนติดตาม เชื่อถือ
หรือศรัทธาอยู่หรือไม่ บ้างก็มองว่าถ้าเป็นเรื่องจริง
และเป็นคนที่คิดคงจะผิดหวังและช็อกมาก ไม่อยากจะเชื่อ
ขณะเดียวกันก็มีคนที่รอติดตามให้คนที่ถูกโพสต์ถึงได้ออกมาชี้แจงด้วย
ภาพจาก เฟซบุ๊ก Danai Preechapermprasit
ภาพจาก เฟซบุ๊ก เจ อ้าปากค้าง
ภาพจาก เฟซบุ๊ก Aj. Trynh Phoraksa
